The Old Guard

หนังแอคชั่นที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นตามเวลาของหนัง
เอาจริงๆ ในความรู้สึกผม กับการดูหนังแอคชั่นบนจอทีวีในระบบสตรีมมิ่งนี่มันไม่ได้ชักชวนให้รู้สึกตื่นตาหัวใจเต้นระรัวอย่างที่รู้สึกในโรงภาพยนตร์ ผู้ที่ถูกพันธนาการด้วยความอมตะมานานนับพันปีพร้อมด้วยเหล่านักสู้รับจ้างผู้ไม่มีวันตาย พวกเขาได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องโลกมนุษย์มายาวนานหลายศตวรรษ

ประเด็นที่ยังคงใช้อยู่ในบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็คงจะเป็นเรื่องของความแปลกแยกจากผู้คน เมื่อพวกเขามีพลังที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ในอดีตมักถูกมองว่าเป็นพ่อมดแม่มดและต้องถูกกำจัด ขณะที่โลกในปัจจุบัน การสื่อสารและเทคโนโลยีทำให้พวกเขาหลบซ่อนตัวได้ยากขึ้น ขณะที่โลกของทุนนิยมก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องมนุษยธรรมมากเท่าผลกำไรในธุรกิจ พวกเขาถูกไล่ล่าเพื่อเอาไปทำการทดลองและมองหาพลังฟื้นฟูให้กับมวลมนุษยชาติ เว็บดูหนังฟรี

 

The Old Guard (2)

 

บอกเล่าเรื่องราวของของกลุ่มผู้พิทักษ์ซึ่งมีพลังพิเศษในการเยียวยาบาดแผล ไม่ว่าพวกเขาจะโดนโจมตีจนอยู่ในสภาพอาการปางตายแค่ไหน แต่พวกเขาก็จะสามารถฟื้นคืนชีพได้ราวกับปาฏิหาริย์ โดยในทีมนี้จะมีสมาชิกทั้งสิ้น 4 คน ประกอบไปด้วยแอนดี้ (ชารีส เธอรอน) บุคเกอร์ โจ และ นิคกี้ ซึ่งแต่ละคนก็มีอดีตอันแสนยาวนานและอยู่ในเหตุการณ์สำคัญๆของประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่ยุคโบราณไล่เรียงมาเรื่อยๆจนถึงยุคปัจจุบัน ดูหนังฟรี

ทั้งสี่คนแม้จะอยู่บนโลกนี้มาอย่างยาวนาน แต่ความสามารถพิเศษของพวกเขาก็เป็นเหมือนคำสาป พวกเขาต้องซุกซ่อนตัวเองไม่ให้มีตัวตนอยู่ในสังคม คอยรับงานเบื้องหลังในการทำภารกิจเสี่ยงตายต่างๆ

 

The Old Guard (3)

 

The Old Guard เนื้อเรื่อง

ตัวภาพยนตร์ค่อนข้างใส่ดราม่าในแง่ของความเป็นอมตะที่ขมขื่นของเหล่าตัวละครมาพอประมาณ ซึ่งตัวละครที่ได้รับมิติสูงสุดก็คงหนีไม่พ้นแอนดี้ ดิโอลด์การ์ดที่อยู่บนโลกมนุษย์มายาวนานที่สุด เรียนรู้เหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดมากมายมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าเธอจะแข็งแกร่งจากภายนอกแค่ไหน แต่การมีชีวิตอยู่นับพันปีคงทำให้จิตใจของเธอบอบช้ำจนแทบจะเกินเยียวยา และทำให้คนดูเห็นว่าการมีชีวิตอยู่ค้ำฟ้านั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์เลย

สร้างจากนิยายภาพผลงานของ เกร็ก รักคา (Greg Rucka) และถูกหยิบนำมาเล่าเรื่องอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์โดยผลงานการกำกับของ จีนา พรินซ์-ไบธ์วูด (Gina Prince-Bythewood) จาก Love & Basketball และ Beyond The Lights เตรียมพบกับเรื่องราวสุดระห่ำของ ดิ โอลด์ การ์ด ที่จะทำให้รู้ว่า การมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์นั้นเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด

 

The Old Guard (4)

 

ดิ โอลด์ การ์ด ความเป็นอมตะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต้องการ แต่ความเป็นอมตะก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป เมื่อ แอนดี้ นักรบสาวอมตะที่อยู่มานานหลายปี เธอผ่านสงครามมามากมาย พวกเขามีความพิเศษเหนือมนุษย์นั่นคือ พลังในการรักษาตัวเอง แม้จะโดนยิงจนเสียชีวิตไปแต่พวกเขาก็จะฟื้นกลับมามีชีวิตใหม่ กระสุนที่เคยฝังอยู่ก็ถูกเด้งออกมา แผลหายสนิทราวกับไม่เคยมีถูกกระสุนเจาะเลือดเนื้อมาก่อน

 

 

รวมถึงต้องหลบหนีเเละต่อสู้กับกลุ่มคนที่ต้องการพลังอมตะ เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองโดยไม่สนความเป็นความตายของพวกเขา ทหารรับจ้างที่มีชีวิตอมตะกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันอย่างลับๆ และนำโดยนักรบชื่อแอนดี้ (ชาร์ลิซ เธอรอน) ทุกคนต่อสู้เพื่อปกป้องโลกมนุษย์มาเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่เมื่อต้องไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนที่ทำให้ความสามารถที่ไม่ธรรมดาของกลุ่มเปิดเผย ไนล์ (คิคี เลย์น) ซึ่งเป็นนักรบอมตะคนล่าสุดจึงต้องตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือทุกคน หรือว่าจะกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวดังเดิม

The Old Guard ถูกสร้างขึ้นโดย Greg Rucka (คนเขียน Wonder Woman) และ Leandro Fernandez (คนวาด Deadpool) มี 5 เล่มจบ ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 เรื่องราวของอดีตทหาร 4 นาย ที่ตอนนี้กลายมาเป็นทหารรับจ้าง แต่ที่บอกว่าอดีตทหารไม่ได้หมายถึงอดีตหลักสิบปี แต่เรากำลังพูดถึงอดีตที่ผ่านมาแล้วหลายร้อยปี หรือหนึ่งในนั้นมีอายุมาแล้วเป็นพัน ๆ ปี ใช่แล้ว พวกเขาเป็นอมตะ เมื่อถูกทำร้าย ถูกแทงด้วยมีด ถูกยิงด้วยปืน พวกเขาก็แค่ปล่อยให้แผลมันรักษาตัวเอง แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป

พวกเขาทั้ง 4 ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ทุกประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นบนโลก พบเจอผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน แต่เบื้องหลังความเป็นอมตะ สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญคือความเจ็บปวดที่ต้องเห็นคนที่ตัวเองรักตายจากไปทีละคน ๆ ความโดดเดี่ยวเกาะกุมในใจพวกเขามายาวนาน ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมพวกเขาไม่ตายไปสักที

 

 

โจ และ นิกกี้ เป็นทหารที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกันในสงครามครูเสด เมื่อเกือบพันปีที่ผ่านมา ระหว่างที่ทั้งคู่ต่อสู้กัน ก็ค้นพบว่าต่างฝ่ายต่างฆ่ากันไม่ตาย ฆ่าแล้วฆ่าอีกก็ไม่ตายสักที หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คิดได้ว่า เพื่อนที่ดีที่สุดเมื่อมีชีวิตที่เป็นอมตะก็คือ เพื่อนที่มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์เช่นเดียวกัน

กว่าที่ทั้ง 4 มาเจอกัน ต้องใช้เวลายาวนานไม่รู้ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย จนล่าสุด ก็ได้เจอกับ ไนล์ ทหารหญิงสาววัยรุ่น ที่พบว่าตัวเองเป็นอมตะเข่นเดียวกัน ซึ่งแอนดี้และลูกน้องทั้งสาม จะต้องดูแลเด็กใหม่ให้พร้อมกับการใช้ชีวิตที่เป็นอมตะต่อไป

 

 

ในมุมมองของผู้ชม

แต่สำหรับงานนี้ของจีน่าก็ต้องบอกว่าในส่วนของแอ็กชันนั้น ไม่ได้แปลกใหม่แต่อย่างใด เป็นหนังขนบหลังจอห์น วิกฟีเวอร์ที่เน้นการยิงแม่นยำเน้นเข้าจุดตายว่องไว ผสมการใช้ปืนกับการรุกประชิด ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีถ้าเราไม่ได้เห็นกันจนเกร่อเสียแล้วในช่วงปีหลัง ๆ หนังถ่ายทอดสดและยิ่งมุมกล้องเองก็ไม่ได้สร้างสีสันใหม่ ๆ อะไรเท่าใดนัก ฉากต่าง ๆ ในเรื่องก็แบนไร้ความน่าจดจำ แม้แต่ไคลแมกซ์ของเรื่องที่ฉากควรอลังที่สุดก็ยังแบนราบไร้ความน่าสนใจ ไม่ได้สร้างความรู้สึกกดดันหรือยิ่งใหญ่อะไรได้เลย ในความเป็นหนังแอ็กชันเลยขาดความว้าวไปเยอะมาก 

ที่ฉากแอ็กชั่น ดิ โอลด์ การ์ด เรื่องนี้ไม่ได้เข้มข้นอะไรมากอีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้กำกับ Gina Prince-Bythewood ที่ดูเครดิตการทำงานแล้วมีแต่หนังแนวดราม่าแทบทั้งนั้น พอต้องมากำกับหนังแอ็กชั่นเต็มสูบ ก็เลยเหมือนไม่ใช่งานถนัดของเธอนัก และในส่วนดราม่าของเรื่องเองที่พยายามปั้นตัวละครน้องใหม่มาเข้าทีมด้วยอารมณ์สับสนยังอยากกลับไปหาพ่อแม่ที่บ้าน เรื่องก็ไม่ได้รู้สึกหน่วงอะไรนัก เรียกว่าแทบจะไม่มีอารมณ์ร่วมให้คนดูรู้สึกไปตามนั้นเลย

ส่วนตัวนางเอกก็มีย้อนอดีตไปไกลหน่อยสมัยยังรบพุ่งขี่ม้าใส่เกราะฟันกัน ซึ่งก็เหมือนจะพยายามบิ้วให้ซึ้งว่ามีสมาชิกรุ่นก่อนที่ตายเพราะพลังอมตะหายไปโดยไม่รู้สาเหตุ แล้วก็มีสมาชิกอีกคนที่โดนถ่วงลงก้นทะเลแต่เธอตามหาไม่เจอ ซึ่งเรื่องก็ใส่มาแบบหยอดไว้กะทำภาคต่อกันตรงๆ แต่ระหว่างที่ดูแล้วเจอฉากนี้คนดูก็คงเผลอคิดไปว่าอาจจะเป็นบอสหรือตัวร้ายจริงในภาคนี้ก็ได้ แต่พอไม่ใช่ก็เหมือนโดนหลอกเฟลนิดๆ (จุดนี้ใส่ไว้เพื่อทำภาคต่อในเอนด์เครดิตโดยตรง)

ใครที่ดูหนังมามากพอควรก็แทบเดาชะตากรรมของแอนดี้และคณะได้แล้ว นี่ยังไม่นับความตื้นด้านพลอตของตัวละครหนึ่งในทีมที่แทบจะเอาไปหลอกใครให้ตกใจกับการหักมุมไม่ได้เลยด้วยนะ

ข้อดีของการได้จีน่ามาที่เห็นชัดคือความลึกของมิติตัวละครบางตัวผ่านการสนทนา อย่างตอนที่ บุ๊กเกอร์ เล่าถึงความตายของลูกชายคนสุดท้องของเขาด้วยความเจ็บปวดที่ทำให้เข้าใจสิ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเขาต่อ ๆ มา หรือการสื่อสารผ่านสายตาของตัวละคร แอนดี้ ที่สะท้อนประสบการณ์ความโศกเศร้าสะสมหลายศตวรรษ โดยแทบไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ การกำกับการแสดงและสื่อสารด้านดราม่าเหล่านี้เสียอีกที่กลายเป็นจุดแข็งให้หนังเรื่องนี้ ดิ โอลด์ การ์ด

 

 

และยังอาจต้องนับการแคสต์นักแสดงสาวจากหนังสายรางวัลอย่าง กิกิ เลน จากหนัง If Beale Street Could Talk (2018) ที่ถูกพูดถึงในเวทีออสการ์ปีนั้นพอสมควรมารับบท ไนล์ ที่ต้องเด่นรองจากเธอรอนเลย ก็น่าจะเพราะการได้จีน่ามากำกับเรื่องนี้ด้วยนั่นล่ะ ทว่ามันก็ไม่ได้ตอบความคาดหวังของผู้ชมที่ตั้งใจมาดูหนังแอ็กชันมันสะใจเท่าไร หรือนักแสดงคุณภาพหลาย ๆ คนก็ไม่ได้เป็นที่สนใจของคนดูหนังแอ็กชันอยู่แล้ว กลายเป็นรู้สึกแปลก ๆ กับเหล่าตัวละครที่จงใจให้หลากเขื้อชาติหลากเพศสภาพอะไรพวกนี้เสียด้วยซ้ำ เรียกว่าแข็งก็ดีแต่ผิดที่ผิดทาง

จุดนี้อาจต้องว่าไปถึงเนื้อหาของรักคาที่วางพื้นฐานด้านปรัชญาหรือธีมของเรื่องไว้ด้วยว่าตื้นเขินเกินไปสักหน่อย ในยุคแห่งผลิตผลของเรื่องเล่าความเป็นอมตะ เราได้เห็นปรัชญาของหนังอย่าง Highlander ที่ความเป็นอมตะถูกผูกกับผู้คน/ความสัมพันธ์/ความรู้และอุดมการณ์ การสิ้นสุดของความเป็นอมตะที่ยุติลงด้วยการถูกตัดหัวและการถ่ายทอดความรู้ต่อเนื่องกันไป เว็บดูหนังฟรี

ทำให้บรรยากาศถูกปกคลุมด้วยความลึกของวิธีคิดต่าง ๆ ของแต่ละตัวละคร หรือใหม่หน่อยอย่าง Ajin ของญี่ปุ่นที่สะท้อนความบ้าคลั่งไร้เหตุผลของมนุษย์ และความน่ากลัวจากความหวาดระแวงในหมู่คน การมองคนไม่เป็นคน และการนำเสนอการต่อสู้ของหลากหลายอุดมการณ์ความคิด

 

 

เป็นหนังทุนสูงของ Netflix ที่มีงานโปรดักส์ชั่น CG ได้มาตรฐาน แต่ว่าตัวเรื่องไม่ได้แปลกใหม่ ฉากแอ็กชั่นแค่ได้มาตรฐานทั่วไปยังไม่ถึงขั้นมีซีนน่าจดจำอะไรนัก และก็จบแบบเตรียมทำภาคต่อชัดเจน เข้าใจว่าเป็นเหมือนแนวทางใหม่ของเน็ตฟลิกซ์ที่ต้องการทำหนังจากดาราดังทุนสูงในลักษณะยาวเป็นซีรีส์ได้ ซึ่งเท่าที่ดูก็น่าจะประสบความสำเร็จดีเพราะอันดับยอดคนดูสูงแซงซีรีส์ดังๆ เกือบเท่าตัวทั้งนั้น เรื่องนี้ก็มาแนวเดียวกันย่อยง่าย ดูเอาเพลินๆ แปบๆ จบ ยอดก็น่าจะดีถล่มทลายเช่นกันครับ เว็บดูหนังฟรีออนไลน์

ความเป็นอมตะใน ดิโอลด์การ์ด เป็นเหมือนพรหรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ ย้ำว่ามาก ๆ ก็ยากขนาดที่ว่า ในระยะพัน ๆ ปีที่ผ่านมา เจอแค่ 4-5 คนเท่านั้น โดยพวกเขาจะเขื่อมโยงกันด้วยความฝัน อาจจะฝันเห็นหน้ากันเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่จะได้เจอกันตัวเป็น ๆ ใน ดิ โอลด์ การ์ด

ความเป็นอมตะของพวกเขา จะทำงานโดยการสมานแผลเข้าด้วยกัน ไม่ว่าบาดแผลนั้นจะร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่สำคัญ รีวิวหนังออนไลน์

แต่ Recka ผู้เขียนได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า ในความเป็นจริง ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นอมตะ ถึงอย่างไรมันก็ต้องมีจุดจบสักวัน แต่มันจะมาเมื่อไรเท่านั้นเอง

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น