รีวิว doctor sleep

หลังจากเหตุการณ์ใน The Shining ในอีก 40 ปีถัดมาจากเหตุการณ์สยอง ณ โรงแรมโอเวอร์ลุก ที่ยังคงทำให้แดนรู้สึกหวาดกลัวจนถึงทุกวันนี้ แดนพยายามหาวิธีให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขที่สุด แต่ความสงบสุขนั้นกลับพังทลายลงเมื่อแดนได้เจอกับ แอบรา หญิงสาวจิตใจกล้าหาญเจ้าของพลังวิเศษเรียกว่า “ไชน์” ที่เดินทางออกตามหาแดนเพื่อขอความช่วยเหลือให้ร่วมต่อสู้กับ โรส เดอะ แฮต ผู้เหี้ยมโหด และเดอะ ทรู น็อต กลุ่มลัทธิคัลต์ลูกสมุนของเธอ ที่ออกตามล่าเด็กผู้บริสุทธิ์เพื่อชีวิตอมตะของตัวเอง

ดูจากเปลือกถึงแก่นวิธีการเล่าหนังเรื่อง Doctor Sleep ลางนรก ค่อนข้างชัดเจนว่ามีความตั้งใจสืบทอดมรดกของหนังอย่าง The Shining (1980) ของผู้กำกับดังอย่าง สแตนลีย์ คูบริก (Stanley Kubrick) ในเชิงคารวะอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการตัดต่อแบบครอสเฟด การตั้งกล้องถ่ายบทสนทนาที่นิ่งงัน และเสียงดนตรีที่ใช้แบบเดียวกับหนังของคูบริก ยังไม่นับรวมการสร้างฉากเปิดเรื่องของ The Shining ที่กล้องค่อย ๆ บินข้ามทะเลสาบไล่ตามรถของทอร์แรนซ์ที่วิ่งไปตามไหล่ภูเขาสู่โรงแรมโอเวอร์ลุก จนกระทั่งโถงและห้องหับต่าง ๆ ในโรงแรมขึ้นมาใหม่เพื่อให้ตัวละครได้กลับไปอีกครั้ง  รีวิวหนังผีฝรั่ง

 

Doctor Sleep (2019) เป็นภาคต่อของ The Shining และสร้างจากนิยายชื่อเดียวกัน (ปี 2013) ความยาว 531 หน้าของ King อีกเช่นเดิม โดยภาคนี้เล่าเรื่องของ Dan Torrance (Ewan McGregor จาก Star Wars: Episode I) เด็กชายผู้มีพลังพิเศษ (Shining) ที่รอดพ้นจาก The Overlook Hotel ในคืนนั้น

Dan ในช่วงใกล้เข้าสู่วัยกลางคน ติดสุราเรื้อรัง และยังคงเก็บงำพลังพิเศษนั้นไว้กับตัว จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาเจอเพื่อนใหม่ Billy Freeman (Cliff Curtis จาก 10,000 BC) ที่พาเขาไปบำบัดจนกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง และ Dan ยังได้รับการติดต่อจากเด็กหญิงที่มีพลังพิเศษเหมือนกันคือ Abra (Kyliegh Curran)

Abra ค้นพบว่า มีลัทธิ True Knot นำโดย Rose the Hat (Rebecca Ferguson จาก Mission: Impossible – Rogue Nation) ที่ไล่ล่า ตามฆ่า และดูดพลังจากเด็กผู้มีพลังพิเศษอย่าง Dan กับ Abra เป็นอาหาร ทำให้ Dan ต้องใช้พลังที่พยายามเก็บไว้มานานและยื่นมือเข้าไปช่วย Abra กำจัดพวก True Knot

ในขณะที่ The Shining มีความเป็นหนังผี/หนังสยองขวัญ… หนัง Doctor Sleep ของ Mike Flanagan (ผู้กำกับ The Haunting of Hill House ซีรีส์ดังของ Netflix) จะไปในอีกทิศทางหนึ่ง คือแทบทั้งเรื่องจะมีความ X-Men หรือมนุษย์กลายพันธุ์ แล้วในช่วงองก์สุดท้ายค่อยกลับมาที่ The Overlook Hotel (ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงแรมร้าง) อีกครั้ง ซึ่งผู้กำกับก็ดูพยายามบาลานซ์ระหว่างความเคารพต้นฉบับของ Stephen King กับการสร้างหนังภาคต่อให้ The Shining ของ Stanley Kubrick มันสมดุล

The Shining กับ Doctor Sleep ต่างมีเรื่องราวของใครของมัน ทิศทางของหนังก็ค่อนข้างคนละมู้ดแอนด์โทน ถึงแม้จะไม่เคยดู The Shining มาก่อนก็ดู Doctor Sleep รู้เรื่องได้อยู่ เพียงแต่มันอาจจะไม่อินเท่าหรือเข้าไม่ถึงจุดบางจุดที่เชื่อมโยงหรือ refer กับภาคแรกก็เท่านั้น เช่น ภาคนี้มีแก๊ง True Knot ที่เป็นคนกัดกินคน ภาคนั้นก็มีโรงแรมที่เป็นสถานที่ที่กัดกินคน เป็นต้น  ดูหนัง

รีวิว doctor sleep

รีวิว doctor sleep

รีวิว doctor sleep  เป็นหนังที่ยาวมาก ๆ (สองชั่วโมงครึ่ง) เพราะหนังเน้นสร้างบรรยากาศ ไม่ตุ้งแช่ และก็พยายามเล่าทุกอย่าง ปูพื้นให้กับทุกอย่าง ตั้งแต่พากลับไปดูตั้งแต่ Dan ยังเด็ก เพิ่งหลุดพ้นจากโรงแรมมาหมาด ๆ, ตอน Dan วัยกลางคนติดสุราเรื้อรัง, ตอน Dan เป็นผู้เป็นคนและมาทำงานในโรงพยาบาล ฯลฯ  เว็บหนัง

โดยการถ่ายทำอะไร ๆ ที่เป็นพาร์ทย้อนไปยุคนั้น หรือกระทั่งการพากลับไปที่โรงแรม หนังเค้าก็เนรมิตสถานที่ขึ้นใหม่และแต่งเสื้อผ้าหน้าผมให้นักแสดงปัจจุบันซะเหมือนคนเก่าเป๊ะ ถ้าเค้าไม่บอกหรือเราไม่รู้มาก่อน ก็คงคิดว่าเค้าเอาฟิล์มแผ่นเดิมจาก The Shining มาตัดแต่งใหม่ให้ดู  doctor sleep สปอย

นอกจากการปูเรื่องให้ Dan แล้ว หนังก็ยังปูเรื่องให้ตัวละครอื่นด้วย เช่น เจ้าหนู Abra ก็ได้รับการปูพื้นไปตั้งแต่ตอน 5 ขวบที่เธอใช้พลังออกสื่อครั้งแรกจนพ่อแม่อ้าปากค้าง และฝั่งตัวร้าย Rebecca Ferguson ก็ได้รับการปูหมด ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเด็กชายผู้มีพลังพิเศษ (Jacob Tremblay จาก Room) เพื่อเอาพลังมาสูบกิน และการเปลี่ยนเด็กผู้มีพลังพิเศษกล้าแกร่ง (Emily Alyn Lind) เพื่อมาเป็นพวกเดียวกัน

ซึ่งทุกอย่างที่เขาเล่า ไม่ว่าจะน้ำหรือจะเนื้อ เราก็เข้าใจว่ามันล้วนสำคัญหมด ถ้าเราเป็น Mike Flanagan กับ Stephen King เราก็คงไม่อยากตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกไปอีกแล้วเหมือนกัน และในฐานะคนดูที่เคยดู The Shining มาก่อนและค่อนข้างโอเคกับ The Shining ก็รู้สึกเอ็นจอยกับ Doctor Sleep ตลอด รู้สึกว่าหนังนานแต่ก็ไม่รู้สึกว่าหนังน่าเบื่อแม้แต่น้อย  ดูหนังออนไลน์

รีวิว doctor sleep

doctor sleep การดำเนินเรื่อง

หนังเองก็ดูไม่ยาก เพราะมีความชิงไหวชิงพริบสับหลอกกันระหว่างตัวละครทั้งสองฝ่ายที่ดูได้สนุก ๆ และมีความ X-Men อย่างที่บอก แต่ก็เป็น X-Men ที่ไม่เว่อร์จนเหนือจริงมากเกินไป เพราะคอนเซ็ปต์ของพลังพิเศษในเรื่องนี้คือ เราทุกคนล้วนมี Shining ของตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าจะมากจะน้อย จะเปิดจะปิด ฯลฯ เช่น  ดูหนังฟรี

แค่เป็นคนดูคนออก ดูคนเก่ง ก็นับว่าเป็นพลังพิเศษแล้ว เพียงแต่พวกที่มีพลังจิตควบคุมนี่นั่นโน่นได้อย่างหนู Abra (หรือแบบ Jean Grey ใน X-Men) ก็จะจัดเป็นพวกมีพลังขั้นสูงหน่อย  doctor sleep สปอยหนัง

เสียดายก็แต่ฝั่งตัวร้าย อยู่มาตั้งหลายร้อยปี บางตัวอยู่มาตั้งแต่สมัยโรมันยังรุ่งโรจน์ บางตัวก็คือเป็นมนุษย์ที่มีพลังพิเศษเว่อร์วัง (เช่น สะกดจิตได้) แล้วถูกเทิร์นมาเป็นแก๊งมนุษย์กินคนอีกที แต่สุดท้ายแต่ละตัวก็ดูตายง่าย ไม่ได้โชว์พลังหรือสกิลอะไรมากมายนัก คือเหมือนแค่คนธรรมดาที่มากินมนุษย์พิเศษเพื่อให้ตัวเองอายุยืนนานเป็นพิเศษเฉย ๆ

ก็แค่นั้น (ขีดเส้นใต้ว่า พวกนางไม่ได้กินเด็กเพื่อเป็นอมตะ แต่กินเพื่อชีวิตยืนยาวขึ้น แก่ตายช้าขึ้น) มีก็แต่ Rose the Hat (Rebecca Ferguson) ที่ดูเหนือชั้นขึ้นมากว่าตัวอื่น ๆ ในแก๊งอย่างก้าวกระโดด   รีวิวหนังฝรั่ง

รีวิว doctor sleep

doctor sleep จุดเด่น

ทั้งหมดคือฝีมือของผู้กำกับ ไมก์ ฟลานาแกน (Mike Flanagan) ที่สร้างชื่อจากซีรีส์เรื่อง The Haunting of Hill House ฮิลล์เฮาส์ บ้านกระตุกวิญญาณ ทางเน็ตฟลิกซ์ จนได้รับคำชมล้นหลามจากการบรรยากาศสยองได้อย่างคลาสสิกและท้าทาย เขาจึงเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ในการสานต่องานภาพยนตร์ของผู้กำกับระดับตำนาน

และเนื้อเรื่องจากหนังสือยอดนิยมของ สตีเฟน คิง (Stephen King) ราชานิยายสยองขวัญแห่งยุค ให้ออกมาลงตัวที่สุด  doctor sleep ซับไทย

ซึ่งถ้าพิจารณาจากความเป็นคนนอกไม่ใช่แฟนของคิง หรือคูบริก เราคงบอกได้เต็มปากว่านี่เป็นหนังที่เดินเรื่องได้ง่วงเหงาหาวนอนได้สมชื่อ หมอหลับ มาก ๆ ทั้งบทสนทนาแบบนิยาย การถ่ายและเล่าปูเรื่องที่อืดอาดมากรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ซึ่งดันเป็นสไตล์นิยายที่มักมีจุดล้น ๆ และอิหยังวะในบางจุด ยิ่งเรื่องนี้มีปัญหามาตั้งแต่ตัวนิยาย

ที่เส้นเรื่องเยอะและดูไม่ได้เข้ากันลงตัว ทั้งเรื่องราวของ แดนนี่ ที่โตมาประสบปัญหาเดียวกับพ่อคือติดเหล้าและอารมณ์ร้าย เรื่องราวของแดนที่เป็นบุรุษพยาบาลดูแลคนชราที่มีแมวที่รู้ล่วงหน้าว่าใครจะตายเป็นคู่หู และแดนต้องทำหน้าที่นำพาผู้ป่วยสู่สุขคติจนได้ชื่อ หมอหลับ เรื่องราวของกลุ่มลัทธิสูบวิญญาณคนเพื่อต่อชีวิตตนเองในนาม

ทรูน็อตที่มีผู้นำคือสาวสวยนาม โรสเดอะแฮต ที่ไล่ล่าผู้มีญาณวิเศษรวมถึงชักชวนสมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม

รีวิว doctor sleep บทสรุป

รีวิว doctor sleep ลางนรก คงเป็นหนังที่ทำมาเอาใจแฟนหนังหรือนิยายเดิมมาเสียมากกว่า ซึ่งข้อดีก็มีไม่ใช่น้อย คือถ้าคุณเป็นคนที่อ่านนิยายมาทั้ง 2 เล่ม คือ คืนนรก และ ลางนรก หนังเรื่องนี้มีการตัดส่วนเกินที่ทำให้หนังเดินเป๋ออกไปเช่นประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างแดนกับแอบรา ซึ่งเป็นข้อดี

ในขณะที่การบิดบทสรุปของ The shining ในปมเรื่องพ่อของแดนหนังก็ทำได้ลงตัวดีกว่านิยายพอสมควร ถือว่าเป็นการดัดแปลงหนังสือมาเป็นหนังที่ดีเลยทีเดียว เสียดายเพียงว่าต้นทางหนังสือของคิงนั้นก็บิดให้สนุกกว่านี้ได้ยาก โดยเฉพาะพลอตฮีโรสู้ปีศาจที่ราวกับหนังมาร์เวลในแบบคิงนี่เป็นอะไรที่ควรสนุกล่ะ แต่ก็เกินเลยจากความน่ากลัวจริง ๆ doctor sleep บทสรุป

ในแบบ The Shining ไปมากทีเดียว และถ้าผู้สร้างยังเคารพคิงอยู่แบบนี้ มันก็ยิ่งเป็นงานยากเข้าไปใหญ่ในการจะจับต้องส่วนต่าง ๆ ของหนังโดยเฉพาะการตัดทิ้งที่ควรทิ้งได้มากกว่านี้

doctor sleep โดยรวมหนัง

แต่โดยภาพรวมแล้ว Doctor Sleep ก็เป็นหนังที่ทำได้ดี ติดแค่ว่าหนังยาวไปหน่อย เพราะพยายามเล่าแบบเล่านิยายเยอะไปหน่อย แต่ก็โอเค ไม่ได้ชวนหลับขนาดนั้น ช่วง 30 นาทีสุดท้ายที่พากลับไปเยี่ยมโรงแรมดิโอเวอลุค ก็มีมนต์ขลัง… ที่คนที่เคยดู The Shining มาก่อนจะสัมผัสมันได้ เราจะเข้าใจ Dan มากขึ้นว่าทำไมที่นี่เต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัวอย่างไรบ้าง

หนังทำให้เราเห็นว่า เราจำเป็นต้องจัดการกับความกลัวหรืออดีตที่ตามหลอกหลอนเราให้ได้ คือเราต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน อาจจะเก็บล็อคมันไว้ในมุมใดมุมหนึ่งในหัวสมองของเรา แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่กับความหวาดกลัวนั้นตลอดเวลาจนปล่อยให้มันมากัดกินความเป็นคนของเรา และที่สำคัญ เมื่อถึงเวลา  doctor sleep สนุกไหม

บางทีเราสามารถหยิบเอาความกลัวนั้นออกมาใช้ประโยชน์ได้ เช่นเดียวกับพลังพิเศษของแต่ละคน ที่เราต้องรู้จักจัดการกับมัน เมื่อไหร่ควรเก็บ และเมื่อไหร่ควรใช้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น