รีวิว Blade (1998) พันธุ์ฆ่าอมตะ

ในโลกที่มีแวมไพร์ใช้ชีวิตปะปนอยู่กับมนุษย์ เบลด ชายที่เกิดมาด้วยสายพันธุ์ครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์ จากการที่แม่ของเขาโดนแวมไพร์กัดเอาไว้ตอนท้องแก่ เมื่อเติบโตขึ้นมาเลยทำให้มีพลังที่เหนือมนุษย์ ควบคู่ไปกับความต้องการเลือดไม่ต่างจากแวมไพร์ทั่วไป เพียงแต่เขามีเซรุ่มที่ยับยั้งอาการอยากนี้ได้ วันหนึ่งเขาได้พบกับ ดร. คาเรน ที่ถูกแวมไพร์กัด เลยเข้าไปช่วยเอาไว้ และพากลับมาเพื่อให้ วิสท์เลอร์ เพื่อนของเขาหาทางช่วย ในขณะเดียวกันบอสตัวร้ายอย่าง ฟรอสท์ ก็มีแผนใหญ่สำหรับมวลมนุษย์ขึ้นไปอีก จนทำให้ เบลด ต้องกลับมาล้างพันธุ์แวมไพร์เหล่านี้ให้หมด

สำหรับ Blade นั้น จริงๆ แล้วก็หนังฮีโร่อีกเรื่องจากยุค 90 นั่นแหละ เพียงแต่ด้วยตัวละครและฉากหลังของเรื่อง มันดันเป็นเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ ก็เลยได้บรรยากาศแบบสยองๆ ปนเข้ามาด้วย ประกอบกับเรท R เลยทำให้หนังดูมีความรุนแรงอยู่ไม่น้อย เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบหนังฮีโร่ที่รับกับความโหดได้ ซึ่งหนังจะค่อนข้างใกล้เคียงกับหนังตระกูล Underworld อยู่ไม่น้อย รวมถึงฮีโร่อย่างแบบ Spawn อะไรแบบนี้ ถ้าชอบแนวๆ 2 เรื่องที่ว่ามาก็ขอแนะนำเอาไว้เลย

หากย้อนไปในตอนที่หนังออกฉายนั้น หนังคงมีกระแสไม่ต่างจากหนังฮีโร่ชั้นรองเกรดห่วยๆ ทั่วๆ ไป เพราะเป็นอีกยุคที่หนังจาก Comic นั้นตกต่ำเป็นอย่างมาก แต่หลังจากถูกสบประมาทเอาไว้กลับพลิกโผ เมื่อ Blade กลายเป็นหนังฮีโร่ที่ภาคเปิดตัวประสบความสำเร็จไปอย่างมากไม่แพ้หนังใหญ่เรื่องอื่นๆ ในปีนั้นเลย ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากการคัดเลือกนักแสดงอย่าง Wesley Snipes ที่เข้ากับบทบาทของ Blade ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในการออกแบบตัวละคร เครื่องแต่งกาย อาวุธต่างๆ ก็ผลักดันให้ตัวละครดูเท่ และเป็น iconic ที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้นไปอีก (จน Comic ยุคหลังๆ อ้างอิงจากตัวละครจากดาราในหนังแทน)  รีวิวหนังฝรั่ง

สำหรับในภาคแรกของ Blade นั้น เป็นได้รับการเขียนบทโดย David S. Goyer ที่มีผลงานเขียนบทให้กับหนัง Superhero จากค่าย DC เยอะมากในยุคหลังๆ (ซึ่งส่วนมากก็มีแต่คนด่า) แต่ตอนที่ทำ Blade นั้นเรียกได้ว่าเอาตัวรอดไปได้ ด้วยเนื้อเรื่องที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ของตัวเอกที่ตะลุยไปถึงตัวบอส แต่ความสนุกของหนังน่าจะเป็นในเรื่องของความเท่ของตัวละคร และฉากแอคชั่น ที่เอาศิลปะการต่อสู่ที่หลากหลายมาใช้ให้มันดูมีมูฟเมนท์ฉากต่อสู้ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น จนทำให้ Blade มีพื้นที่ที่โดดเด่นเหนือกว่า Hero ตัวอื่นๆ ที่ดูไร้อนาคตในช่วงนั้นอยู่มาก

ซึ่งจุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้ Blade สามารถฉีกตัวเองออกมาจากฮีโร่ตัวอื่นๆ ได้ก็คือในจักรวาลของ เบลด นั้น เป็นโลกของแวมไพร์ จึงเต็มไปด้วยความสยอง และมอนเตอร์แปลกๆ อีก ซึ่งพอเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ในหนังมันก็เลยเพิ่มโทนความสยองขวัญ และความโหดขึ้นมาได้เหมือนกัน มันจึงเป็นส่วนผสมที่ไม่ค่อยเห็นนักในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั่วๆ ไป และสร้างความแปลกใหม่ให้กับหนังได้เป็นอย่างดี จนไม่แปลกใจนักที่มันสามารถประสบความสำเร็จและคลอดภาคต่อออกมาได้อีก 3 ภาค ซึ่งก็นับว่าภาคแรกของหนังชุดนี้ก็เป็นการเปิดจักรวาลของโลกฮีโร่แวมไพร์คนนี้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

ฮีโร่คนต่อมาคือเขาผู้นี้ เบลด (Wesley Snipes) คนครึ่งแวมไพร์ที่ทำหน้าที่ไล่สังหารแวมไพร์ชั่วร้ายทั่วหล้า โดยเบลดมี อับราฮัม วิสเลอร์ (Kris Kristofferson) เป็นผู้ช่วย และครั้งนี้ศัตรูของเบลด คือ ดีคอน ฟรอสต์ (Stephen Dorff) แวมไพร์เลือดร้อนที่ต้องการจะรวบอำนาจแห่งอาณาจักรแวมไพร์ทั้งหมดมาเป็นของ ตนเพียงผู้เดียวแล้วหลังจากนั้นมันก็จะครองโลกต่อ งานนี้เบลดต้องฆ่ามันสถานเดียว

ผลออกมาผมว่าทำได้ดีนะ สนุกดูเอามันส์ได้ตลอด เอาเท่ห์ได้ทั้งเรื่อง พี่ Wesley แกก็เท่ห์กันเข้าไปครับ ชุดดำ มาดเข้ม ตัวหนังก็จัดว่าดูเพลินดีครับ แม้ตัวร้ายจะตายง่ายไปหน่อยก็ตาม แต่ก็ไม่ได้น่าผิดหวังอะไร มีช่วงเชื่องช้าไปบ้างแต่ก็เอาน่ะ ยังไงถ้าดูโดยรวมๆ หนังก็เพลินดี

แม้จะขึ้นชื่อว่า Stephen Norrington กำกับ แต่เห็นมีข่าววงในบอกมาว่า ฉบับที่พี่ Stephen แกตัดออกมานั้นไม่ไหวคับ จนต้องมีการตัดต่อใหม่ ถ่ายทำเพิ่มถึงได้ออกมาเป็นอย่างที่เราได้ดูกันนี้ ก็ไม่รู้ว่ายังไงล่ะครับ แต่อย่างน้อยเวอร์ชั้นนี้ก็โอเคน่ะ มันส์ดี ถือว่าสนุกที่สุดในหนังชุดนี้แล้วล่ะครับ

รีวิว Blade (1998) พันธุ์ฆ่าอมตะ

วันนี้เราจะมารีวิวสุดยอดหนังแนวผีดิบหรือแวมไพร์ เรื่อง Blade 1 เบลด พันธุ์ฆ่าอมตะ โดยหนังเรื่องนี้เปิดตัวขึ้นในปี 1998 เป็นหนังแนวแอคชั่นเพราะส่วนใหญ่เกี่ยวกับการต่อสู้ล้วนๆ ใครที่ชื่นชอบหนังแนวบู้ล้างผลาญไม่ควรพลาด โดยเรื่องมีอยู่ว่า เบลด เป็นตัวละครหลักที่ไล่กำจัดเหล่าแวมไพร์

เนื่องจากเค้าถูกแวมไพร์แพร่เชื้อใส่จึงเป็นแวมไพร์ แต่ เบลด เป็นพันธุ์อมตะเป็นตนเดียวที่สามารถโดนแสงแดดได้และเป็นตนเดียวที่ไม่ฆ่ามนุษย์เพราะเขามีเซรั่มที่ทำให้ยับยั้งการอยากดูดเลือดมนุษย์ โดยแวมไพร์ส่วนใหญ่ต้องการเป็นแบบเค้าที่สามารถถูกแสงแดดและไม่เป็นอะไรเพราะเมื่อแวมไพรถูกแสงแดดร่างก็จะไหม้เป็นเถ้าธุลีทันที

เบลด ได้ตามล่าเหล่าแวมไพร์เพื่อต้องการจะกำจัดพวกนี้ให้หมดไป แต่ก็ทำได้ยากมากเพราะเค้าไม่มีพรรคพวกที่จะช่วยเขา มีแต่เพียงคนสนิทที่เขาเรียกว่าพ่อที่ช่วยพัฒนาอาวุธให้เขาเพียงเท่านั้น แต่เหล่าแวมไพร์ก็เกรงกลัว เบลด อย่างมากเพราะเขาใช้อาวุธเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่แวมไพร์กลัวที่สุด

เบลด พยายามตามล่าคนที่แพร่เชื้อให้เขาและฆ่าแม่ของเขา ซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มแวมไพร์ที่มีความโหดร้ายที่สุดเพราะกลุ่มเหล่านี้เห็นชีวิตมนุษย์เพียงแค่อาหารเท่านั้น ซึ่ง เบลด กำลังทำหน้าที่ช่วยมนุษยชาติอยู่ด้วยการกำจัดเหล่าแวมไพร์ให้หมดไป

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ เบลด เจอกับหมอสาวคนนึงที่ถูกแวมไพร์กัด เขาจึงนำกลับมาที่จุดซ่อนตัวของเขา เมื่อหมอสาวตื่นขึ้นมาก็เจอกับเรื่องเหลือเชื่อที่เธอนั้นไม่มีความเชื่อในเรื่องพวกนี้เลย จากนั้นหมอสาวคนนี้ก็ได้ติดตาม เบลด ไปล่าพวกแวมไพร์ โดย เบลด

ใช้หมอสาวล่อสมุนของแวมไพร์ออกมาและถามความลับเกี่ยวกับฐานลับของเจ้านายมันและ เบลด ก็ได้เจอแหล่งเก็บข้อมูลของ สตีเฟน ดอร์ฟ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญและ เบลด กำลังตามล่าอยู่เช่นกัน หลังจากที่ เบลด กำลังดูข้อมูลที่ สตีเฟน ดอร์ฟ เก็บไว้ สตีเฟน ดอร์ฟ ก็ได้สั่งให้สมุนจับเขาเป็นๆ และเขาก็เสียท่าให้กับพวกแวมไพร์ก่อนที่ อับราฮัม จะมาช่วยเขา

ในปี ค.ศ. 1967 ได้มีหญิงที่ตั้งครรภ์ได้ถูกโจมตีโดยแวมไพร์ ซึ่งนั้นทำให้เธอได้ทำการคลอดบุตรของเธอก่อนกำหนด โดยทางของแพทย์สามารถช่วยลูกของเธอไว้ได้ แต่หญิงสาวได้เสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อปริศนา

30 ปีต่อมาในปี ค.ศ. 1997 เด็กคนนั้นได้กลายมาเป็นนักล่าแวมไพร์ที่ชื่อว่า “Blade” ซึ่งเขาเป็นมนุษย์ลูกผสมกับแวมไพร์ หมายความว่าเขานั้นมีพลังเหนือมนุษย์แบบแวมไพร์โดยที่ไม่มีจุดอ่อนใดๆ นอกเสียจากการที่เขาต้องดื่มเลือดของมนุษย์

ซึ่งเขาได้ทำการบุกไปที่คลับในลอสแองเจลิสที่มีเจ้าของเป็นแวมไพร์ที่ชื่อว่า “Deacon Frost” หลังจากเหตุการณ์ยิงกันได้จบลง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาหนึ่งในแวมไพร์ไปที่โรงพยาบาลโดยที่ไม่รู้ตัว

โดยที่นั้น แวมไพร์ตัวนั้นได้ทำการฆ่า ดร. “Curtis Webb” และได้ทำการดูดเลือดของนักโลหิตวิทยาที่ชื่อว่า “Karen Jenson” ก่อนที่มันจะได้หนีออกไปจากโรงพยาบาล

ดูหนัง

รีวิว Blade (1998) พันธุ์ฆ่าอมตะ

ความรู้สึกหลังดู

ทำให้ “Blade” ได้พา “Karen” ไปที่เซฟเฮ้าท์ ซึ่งที่นั่นเธอได้ถูกรักษาโดยเพื่อนเก่าของ “Blade” ที่มีชื่อว่า “Abraham Whistler” โดยอธิบายว่าเขากับ “Blade” นั้นกำลังที่จะเริ่มสงครามลับๆ ระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์

โดยการใช้อาวุธตามจุดอ่อนของพวกมัน ซึ่งในตอนนี้ “Karen” นั้นได้ถูกประทับเครื่องหมายไว้ตอนที่แวมไพร์ได้กัดเธอ และทางของ “Whistler” ได้บอกให้เธอกับ “Blade” ออกจากเมืองนี้

ในขณะเดียวกัน ณ การประชุมสภาของเหล่าแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ทางของ “Frost” ผู้นำของกลุ่มแวมไพร์วัยเยาว์ ได้ถูกต่อว่าเนื่องจากการที่เขาพยายามจะเปิดสงครามระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์

เพราะเนื่องจาก “Frost” และกลุ่มเดียวกันกับเขานั้นเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้เกิดมาตามธรรมชาติ ทำให้พวกเขาถือว่าอยู่สังคมด้อยกว่า ในเนื่องจากความโกรธ “Frost” ได้ทำการประหารหนึ่งในแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์และนั่นทำให้สงครามระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ได้เริ่มต้นขึ้น ทำให้ “Blade” กับนักล่าแวมไพร์คนอื่นๆ ต้องเตรียมรับมือกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น

เว็บหนัง

รีวิว Blade (1998) พันธุ์ฆ่าอมตะ

หลังจากนั้นหมอสาวได้สงสัยในตัว เบลด จึงได้ถามว่าคุณแบบแวมไพร์ใช่มั้ยหรือไม่ หลังจากนั้นหมอสาวก็ได้รู้ความจริวจาก อับราฮัม ว่า เบลด เคยเป็นแวมไพร์ดูดกินเลือดพวกเร่ร่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือไว้ เบลด ยังมีความพิเศษเพราะสิ่งที่แวมไพร์กลัวกันไม่สามารถทำอะไรเขาได้

เขาจึงตั้งใจที่จะไล่ล่า สตีเฟน ดอร์ฟ ที่ฆ่าแม่ของเขา แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่สุดก็คือ สตีเฟน ดอร์ฟ พา แม่ของเขาออกมาเจอ เบลด ความใจอ่อนของเขาทำให้เขาถูกจับ หลังจากนั้นหมอสาวได้ช่วยเขาด้วยการให้เลือดตัวเอง เบลด จึงฆ่าแม่ตัวเองก่อนที่จะไปสู้กับ สตีเฟน ดอร์ฟ ที่กำลังทำพิธีกรรมเชิญเจ้าปีศาจ

เขามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ เบลด ก็สามารถเอาชนะได้จากการฉีดเซรั่มเป็นจำนวนมากในตัว สตีเฟน ดอร์ฟ จึงทำให้ร่างกายระเบิด หลังจากนั้นชื่อของเขาก็กายเป็น เบลด พันธุ์ฆ่าอมตะ ที่ไล่ล่าแวมไพร์ทั่วทุกมุมโลก

รีวิว Blade (1998) พันธุ์ฆ่าอมตะ

สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังเกี่ยวกับล่าแวมไพร์เราขอแนะนำให้ท่านไปหาชมกันได้เลย โดยเรื่องที่เราแนะนำนี้เป็นเพียง เบลด พันธุ์ฆ่าอมตะ 1 เท่านั้นยังมี ภาค 2 และ 3 สามารถหาดูได้ทั่วไป

สำหรับหนังเรื่องนี้ถือ PBFilm ให้คะแนนหนังเรื่องนี้ 8/10

 รีวิวหนังฝรั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น