รีวิว APOSTLE ล่าลัทธิอำมหิต

สวัสดีจ้าวันนี้แอดจะมารีวิวหนังเรื่อง Apostle ล่าลัทธิอำมหิต หนังสยองขวัญย้อนยุคที่เต็มไปด้วยประเด็นทางศาสนามากมายและความสยองขวัญอย่างคาดไม่ถึง ใครจะรู้บ้างว่าพ่อหนุ่มนักแสดงอย่างแดน สตีเว่น ที่มาร่วมงานเปิดห้าง IconSiam เมื่อสัปดาห์ก่อน

คือพระเอกของหนังเรื่อง Apostle ที่สตรีมมิ่งทาง Netflix อันที่จริงเขามีผลงานดังๆ มากมายอาทิ Beauty and the Beast แต่ใครจะไปจำหน้าเขาได้ เพราะโดนแต่งหน้าเทคนิคพิเศษเป็นอสูรทั้งเรื่อง ส่วนหนังที่ดังมากๆในอเมริกาอย่าง The Guest ก็ไม่ได้เข้าฉายในบ้านเรา (แต่หนังเรื่องนี้สนุกมาก ควรหามาชมสำหรับคนที่ชอบหนังระทึกขวัญ แอ็คชั่น ห้ามพลาดเด็ดขาด)

กลับมาที่ Apostle นั้นบอกเล่าเรื่องราวในปี 1905 ของโทมัส ริชาร์ดสัน (แดน สตีเว่น) ชายหนุ่มชาวอังกฤษ ที่จากบ้านเกิดไปนาน ก่อนกลับมาแล้วพบว่าน้องสาวของเขา (ลูซี บอยน์ตัน) ถูกลัทธิประหลาดลักพาตัวไปยังเกาะแห่งหนึ่งเพื่อเรียกค่าไถ่ เขาจึงแฝงตัวเป็นคนที่ประสงค์จะย้ายไปอยู่ยังเกาะแห่งนี้

เมื่อเดินทางมาถึงเขากลับสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลและเหตุการณ์แปลกประหลาดอันน่าพิศวงเกินคาดคิด  รีวิวหนังผีฝรั่ง

ท่ามกลางบรรยากาศที่หนังออกแบบประเทศอังกฤษในช่วงเวลา 1905 ออกมาอย่างน่าสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นหนังก็ไม่ได้เน้นฉากหลังทางประวัติศาสตร์มากนัก แต่โฟกัสไปที่ตัวเองของเรื่องโทมัสอย่างรวดเร็วว่าเขามีภารกิจอะไร ต้องตัวรอดจากสายตาของผู้ปกครองบนเกาะอย่างไร และเขาจะหาวิธีช่วยเหลือน้องสาวของตัวเองแบบหัวเดียวกระเทียมลีบยังไง

ช่วงแรกของหนังอาจจะดูเหมือนกับหนังแอ็คชั่นระทึกขวัญสายลับ แต่เมื่อหนังผ่านไปสักพัก หนังก็เริ่มผันตัวเองให้กลายเป็นหนังสยองขวัญลัทธิประหลาด ตั้งแต่ที่พระเอกเริ่มเห็นการกำหนดเคอร์ฟิวห้ามออกจากที่พักในยามวิกาล ขวดโหลที่บรรจุเลือดซึ่งถูกตั้งไว้หน้าห้องพักยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าคนเดินบริเวณใต้ถุนที่พัก

และเหตุการณ์ประหลาดอีกมากมายที่เขายังไม่ได้รับคำตอบ แต่เหนือกว่าการค้นหาคำตอบ คือการตามหาว่าน้องสาวของเขาถูกเอาไปขังไว้ที่ไหนกันแน่ และถ้าหากช่วยเหลือเธอได้แล้วจะหนีออกไปจากเกาะแห่งนี้ยังไง

นอกจากเรื่องราวหลักของตัวเอกแล้ว หนังยังนำเสนอความล่มสลายในการปกครองเกาะแห่งนี้ เมื่อผู้คนเริ่มสัมผัสได้ว่าพืชพรรณธัญญาหารและสัตว์เลี้ยงนั้น ไม่เจริญเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อเริ่มประสบภาวะขาดแคลนอาหาร จึงทำให้ผู้คนบนเกาะนี้เริ่มเห็นถึงความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา และเมื่อตัวโทมัสค้นพบต้นเหตุว่าเหตุผลที่เกาะนี้กำลังจะล่มสลายมีที่มาจากอะไรเขาก็ต้องตกตะลึง

ครึ่งหลังของ Apostle จัดได้ว่าน่าตื่นเต้นและกดดันคนดูอย่างมาก แน่นอนคนที่กลัว “ของมีคม” และ “อวัยวะของมนุษย์ที่ถูกตัด ควัก อาจจะต้องเอามือปิดตาและเตรียมยาดมให้พร้อม เพราะหนังไม่ประนีประนอมคนดูเลย ยิ่งไปกว่านั้นหนังก็เพิ่มความเครียดและไต่ระดับความกระอักกระอ่วนให้กับผู้ชมแบบไม่บรรยะบรรยัง ถ้าใครชอบหนังแนวกดดัน ลุ้นระทึก หนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทีเดียว

รีวิว APOSTLE ล่าลัทธิอำมหิต

ถือว่าเป็น Apostle เป็นภาพยนตร์สยองขวัญของ Netflix ที่ทำได้ดีที่ว่าด้วยเรื่องของลัทธิประหลาดบนเกาะแห่งหนึ่งในช่วงปี 1905 ในประเทศอังกฤษ กำกับและเขียนบทโดย Gareth Evans เจ้าของหนังสุดมันอย่าง (The Raid) นำแสดงโดย Dan Stevens, Lucy Boynton, Mark Lewis Jones, Bill Lewis, Bill Milner, Kristine Froseth, Paul Higgins และ Michael Sheen ได้รับการชื่นชมจากนักวิจารณ์ในแง่ของภาพภาพยนตร์การแสดงและการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของแนวสยองขวัญแบบ Fork Horror ที่ลงตัวพอดิบพอดี

ด้วยการใช้ฉากหลังเป็นปี ค.ศ. 1905 ช่วงนั้นเป็นช่วงรอยต่อของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด ที่ 7 ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของอังกฤษ หลังดำรงพระยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ มกุฏราชกุมารของอังกฤษ เป็นเวลาถึง 6 ทศวรรษ มีเรื่องประเด็นของการปกครอง และเกิดความคิดต่างของความเชื่อทำให้มีลัทธิประหลาดเกิดขึ้นมาเวลานั้น

Apostle แปลว่า “สาวก”, เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Thomas Richardson (Dan Stevens) เดินทางไปยังเกาะเวลส์ที่ห่างไกลเพื่อช่วยเหลือ Jennifer (Elen Rhys) น้องสาวของเขาซึ่งถูกลักพาตัวและถูกเรียกค่าไถ่โดยลัทธิลึกลับบนเกาะเวลส์

ทันทีที่เขามาถึงและเผชิญหน้ากับชุมชน และผู้นำลัทธิบนเกาะแห่งนี้ Malcolm Howe (Michael Sheen) ผู้ก่อตั้งลัทธิ กับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คนคือ Frank (Paul Higgins) และ Quinn (Mark Lewis Jones) คอยต้อนรับเหล่าคนที่ต้องการแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ (และบอกเรากลายๆ ว่าไม่เชื่อในพระเจ้าแล้ว)

ดูหนัง

รีวิว APOSTLE ล่าลัทธิอำมหิต

ความรู้สึกหลังดู

ความเชื่อประหลาดอย่างหนึ่งคือเกาะนี้บูชาเลือด และ ห้ามเอาหนังสือหรือตำราจากแผ่นดินใหญ่มาที่นี่หากพบต้องทิ้งไป สุดท้ายคือเกาะนี้ห้ามคนออกจาที่พักในยามวิกาล เกาะแห่งนี้เองที่ทำให้ Thomas ได้พบกับลูกสาวแสนสวยที่มีความแตกต่างกับคนอื่นๆ ของ Malcolm อย่าง Andrea Howe (Lucy Boynton) ทำหน้าที่หมอประจำเกาะ

3 ผู้นำแห่งเกาะ ได้บอกแก่เหล่าผู้ที่มาใหม่แห่งนี้เกี่ยวกับช่วงเวลา ฤดูกาลของความแห้งแล้ง และอ้างว่าก่อนหน้านี้เกาะแห่งนี้ได้แสดงความอุดมสมบูรณ์ โดยอาศัยเลือดเนื้อของคนที่อยู่ที่นี่ เป็นที่มาว่าสมาชิกแต่ละคนของลัทธิเก็บขวดสำหรับการรีดเอาเลือดออกเป็นประจำ ซึ่งก็จะมีพิธีกรรมในการรีดเลือดใส่ขวด

จนกระทั่ง Thomas ได้ไปเห็นความสัมพันธ์ต้องห้ามของ Jeremy (Bill Milner) และ Ffion(Kristine Froseth) ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกชายของ Franks และลูกสาวของ Quinn และจุดนั้นเอง Thomas ใช้แผนการบีบบังคับให้ Jeremy ที่เป็นลูกของผู้นำสมาชิกลัทธิปกปิดฐานะของเขาที่เป็นสายลับที่มาตามหาคดีลักพาตัวไปเพื่อเรียกค่าไถ่น้องสาว

จนได้ทราบว่าแท้จริงแล้วลัทธิประหลาดที่ว่านี้ เริ่มกังวล ในเรื่องของทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ สัตว์เลี้ยงก็ร่อยหรอ อาหารพืชพรรณก็ไม่เติบโตเน่าเสียหาย ทำให้ต้องจับตัวคนมีฐานะมาเรียกค่าไถ่ โดยการปล้นเรือ และจับคนมาเรียกคาไถ่ ทำให้ Thomas ต้องพยายามเค้นหาความจริง และหาที่คุมขังน้องสาว อีกทั้งต้องปกปิดว่าตนเอบแฝงมาเพื่อจะจัดการฉีกหน้าลัทธิอุปโลกนี้

ถ้าจะมองว่า Apostle คือหนังที่ตีแผ่เรื่องของความเชื่อ สายลับ ที่แฝงเข้ามาฉีกลัทธิที่ดูหน้าฉากขลัง และลึกลับ แต่แท้จริงก็คือมิจฉาชีพที่จับคนมาเรียกค่าไถ่ และ ฆ่าปิดปาก ที่เราจะเห็นว่าปมดังกล่าวเฉลยแต่ต้นเรื่องหลังจากที่เปิดตัว Malcolmในโบสถ์ นั่นก็คงจะจบ แต่ Apostle มันไปไกลกว่านั้น…

เมื่อ Thomas ได้พบความจริงของเกาะแห่งนี้ว่าจริงๆ แล้วมันมีความสะพรึงอย่างหนึ่งควบคุมผืนดิน พืชพรรณ ความอุดมสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้อยู่ และ 3 ผู้ก่อตั้งเองก็รู้ดีกับความลับนี้ ความลับที่จะเปลี่ยนแปลงความเชื่อ และศรัทธาที่มีมาทั้งชีวิตของ Thomas

เว็บหนัง

รีวิว APOSTLE ล่าลัทธิอำมหิต

เกาะแห่งนี้ถูกควบคุมโดย Guardien (เทพธิดา) ที่ถูกพันธนาการ เทพธิดาองค์นี้มีหน้าที่คอยทำให้พืชพรรณ อาหาร ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏขึ้น และเช่นเดียวกันก็สามารถทำให้เกิดหายนะ และความแห้งแล้งแก่ผืนดิน

เทพธิดาในเรื่องนี้มีอิทธิฤทธิ์แค่การสร้างปาฏิหารแต่ไม่มีพลังต่อสู้ Malcolm, Quinn และ Frank เห็นว่าภาพธิดาทำอะไรได้บ้างจึงทำการจองจำเทพธิดาไว้ใน ที่คุมขัง ซึ่งเรื่องราวไม่ได้บอกอะไรมาก บอกแค่ว่า เมื่อใดที่เลือดสัตว์ที่ตายแล้วกรอกเข้าไปในปากของเทพธิดา พืชพรรณไม้ก็จะอุดมสมบูรณ์

แต่เลือดสัตว์ไม่อาจใช้ได้ตลอดไป จนช่วงหลัง Malcolm ต้องใช้เลือดตัวเอง เลือดของสาวก ในการกรอกจากขวดให้กับเทพธิดา และสร้างปิศาจตนหนึ่งมาคอยคุมขัง ดูแล ไปจนถึงจัดการตัวประกันสำหรับเรียกฆ่าไถ่ (ออกแบบเพชรฆาตหรือปิศาจได้แจ๋วมาก)

ฉากนี้แหละที่บอกเราได้เลยว่า ต่อให้เป็นพระเจ้า หรือปิศาจ ก็สามารถตกเป็นเครื่องมือของมนุษย์ผู้มีความยากความโลภ ซ้ำยังถูกยกเป็น แค่เครื่องจักรที่แค่หาของดีๆ ให้ความอุดมสมบูรณ์ก็ออกมาดี ถ้าไม่ให้สิ่งดีๆ ก็ทรมานต่อไป และเจ็บหนักคือ หนังมันบอกเป็นนัยว่า มนุษย์มักจะเอาความศรัทธาต่อสิ่งหนึ่งเป็นเครื่องมือในการควบคุมคน และเครื่องมือนั้นก็คือ ความดี/ความชั่ว/พระเจ้า/อะไรก็ได้ มาใช้ได้ด้วยวิธีการสกปรก

เทพธิดาปรากฏตัวให้ Thomas เห็น ซึ่ง Malcolm รู้ดี, ภายหลังที่ Quinn และ Frank เริ่มเห็นต่างหายนะของเกาะนี้ก็เกิดขึ้น

ในตอนท้ายที่ Thomas ต้องเผชิญกับ ปิศาจ และเทพธิดา ถ้าให้ตีความ สิ่งที่เทพธิดา นิมิตรให้ Thomas ได้เห็นเป็นการเปลี่ยนศรัทธาของผู้ที่หันหลังให้พระเจ้าได้อย่างทรงพลัง

รีวิว APOSTLE ล่าลัทธิอำมหิต

ศรัทธาของ Thomas ในตอนท้ายหลังจากช่วยเหลือทุกคนได้แล้ว มันคือรับรู้ความสุขแบบอื่น บางครั้งศรัทธาก็มักจะถูกเผยแพร่ด้วยคำพูด และย้อนที่ไปที่อดีต Thomas เองเคยเป็นทหาร และไปเผยแพร่ศาสนาที่ปักกิ่งแล้วก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะพระเจ้าหันหลังให้ แต่สุดท้ายศรัทธาของ thomas ที่มีต่อเทพธิดา คือการใก้ การลงมือทำลงมือ ช่วยปลดปล่อยเทพธิดาจากพันธนาการ ได้ช่วยผู้อื่น ซึ่งเป็นปริศนาว่าคำสาปของเทพธิดานั้นได้ส่งต่อไปที่ Thomas หรืออาจจะเป็นเพียงความสงบในวาระสุดท้ายของเขา

เพิ่มเติม: เทพธิดาในช่วงนั้นปี 1905 มีการไล่ล่าแม่มด การที่เทพธิดาบอกให้ Thomas ปลดปล่อยเธอโดยการจุดไฟเผาเธอเสีย อาจจะเปรียบได้ว่า Guardian บนเกาะหรือเทพธิดาบนเกาะนั้นถูกแผ่นดินใหญ่มองว่าเป็นแม่มดก็เป็นได้

Gareth Evans มอบบรรยากาศความลึกลับ ขนลุก สยองขวัญ (ย้ำว่า สยองขวัญแนว Torture ทรมานบรรเทิง, ให้นึกถึงฉาก แทง ปาด เลือดสาด เจาะสมองไหล หรือฉากสะใจมีดลากพื้นตอนท้าย)​ ผสมกับ แอ็คชัน สืบสวน

หากใครไม่ชอบฉากเสียวไส้ แบบ Torture Action ก็อาจจะดูหนังเรื่องนี้แบบหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะมันจะๆ หลายๆ ฉากอยู่, ตัวละคร Thomas นั้น Dan Stevens ถ่ายทอดบุคคลิกความเป็นคนฉลาด เอาตัวรอดได้พอดิบพอดีถูกจังหวะตลอดเรื่อง

 รีวิวหนังฝรั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น