Toy Story 4

 

Toy Story 4 การกลับมาครั้งที่ 4 ของแก๊งของเล่น หลังจากผ่านไปเกือบครบ 10 ปี จนนึกว่าจะจบลงในภาคที่แล้วตามแบบฉบับหนังไตรภาคเสียอีก แต่แล้วพิกซาร์ก็มีไอเดียคืนชีพเหล่าตัวละครแสนรักกลับมาหาแฟน ๆ ของพวกเขาอีกครั้ง พร้อมกับประกาศว่านี่จะเป็นภาคส่งท้ายของแฟรนไชส์นี้แล้ว (จริงมั้ยไม่รู้) โดยรอบนี้ได้ผู้กำกับหน้าใหม่แต่ไม่ละอ่อนอย่าง จอช คูลีย์ ที่เคยเขียนให้หนังรางวัลน้ำดีอย่าง Inside Out (2015) มาก่อน และยังได้ลองมือกำกับหนังสั้นภาคย่อยอย่าง Riley’s First Date? (2015) ด้วย จนตอนนี้คงอิ่มพร้อมทั้งฝีมือการเล่าเรื่องและบารมีที่จะก้าวขึ้นมารับไม้ต่อจากผู้กำกับภาคแรกและ 2 อย่าง จอห์น แลสเซตเตอร์ ที่ต้องถอนตัวไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากภาระหน้าที่ในงานบริหารค่าย หนังออนไลน์ฟรี

 

จริง ๆ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ได้ออกจากอ้อมอกของแลสเซตเตอร์ เพราะในภาคที่ 3 เมื่อปี 2010 ก็ถ่ายมือมาสู่ ลี อุนคริช ผู้กำกับที่เคยร่วมกำกับกับแลสเซตเตอร์ในภาคที่ 2 ทั้งยังสร้างบารมีด้วยการกำกับร่วมในหนังอย่าง Monsters, Inc. (2001) และ Finding Nemo (2003) มาก่อน ทั้งในภาค 3 ตัวแลสเซตเตอร์ยังช่วยดูบทหนังให้อยู่ด้วย เมื่อเทียบกันงานภาค 4 ของคูลีย์จึงเป็นงานที่ยากและท้าทายกว่า ตรงที่ไม่มีพ่อผู้ให้กำเนิดดูแลเกี่ยวข้องอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามแฟน ๆ ไม่ต้องตกใจไปว่าจะเป็นหนัง Toy Story ที่เราไม่รู้จัก เพราะตัวหนังยังคงได้ แอนดรูว์ สแตนตัน ที่ร่วมเขียนบทตั้งแต่ภาคแรกมาช่วยเขียนบทให้เช่นเคย ทั้งยังได้ผู้เกี่ยวข้องกับหนังชุดนี้เข้ามาช่วยกันหลายต่อหลายคนทีเดียว แม้จะมีข่าวไม่สู้ดีว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 4 ของพิกซาร์ที่มีการเปลี่ยนทั้งผู้กำกับและมีการเขียนบทใหม่ ซึ่งไอ้ 3 เรื่องก่อนหน้า ก็แป้กไปเสีย 2 เรื่องแล้วด้วย

Toy Story 4

แต่กับ Toy Story 4 ที่เป็นเหมือนหนังลูกรักลูกหม้อของค่าย จึงไม่ใช่แนวที่จะต้องมาทดลองหรือพิสูจน์ตัวเองใหม่อะไรอีก และมันก็เติมเต็มในส่วนความคาดหวังของผู้ชมได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ด้วยศักยภาพของงานโปรดักชั่นที่สูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ เพียงฉากเปิดเรื่องที่เกิดขึ้นท่ามกลางหยาดฝน และแสงไฟอันเงียบเหงาตัดกับสีอบอุ่น ภาพชัดตื้นที่ชวนฝัน และมุมภาพการเคลื่อนไหวที่จัดเจนมาจากผู้ชำนาญการแอนิเมชั่นเบอร์ต้นของโลก ก้เป้นประสบการณ์การรับชมหนังที่อิ่มตาตั้งแต่ต้น และการใช้งานภาพอันสวยหยดเยิ้มนี้ก็ผสานเข้ากับแนวหนังบันเทิงได้อย่างลงตัว เราจะไม่รู้สึกว่าความศิลป์ของหนังมาคอยขัดขวางความลื่นไหลของความสนุก และเมื่อมองภาพแบบพินิจคราใดก็พบแต่ความงามบรรเจิดอยู่ร่ำไป นี่คงต้องชมไปถึงภาคดนตรีประกอบที่ทำได้อย่างละมุนกลมกล่อมไปกับเรื่องราวได้อย่างดีด้วย ดูหนังฟรี

 

สำหรับเนื้อเรื่อง ส่วนตัวมองว่าเป็นข้อด้อยสักหน่อย ตรงที่มีการประกาศว่าจะเป็นภาคสุดท้ายของแฟรนไชส์ชุดนี้แล้ว นั่นก็เพราะความประทับใจในภาคที่ 3 ที่ตอนนั้นเราเข้าใจว่าจะเป็นบทสรุปอันสุดยอดของเหล่าของเล่นเพื่อนซี้ ได้สร้างบรรทัดฐานสูงล้นขึ้นมาในใจเราแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงน้ำตาแตกตายกันกลางโรงกับการจากลากับแอนดี้เพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมา 3 ภาคกินระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปีไปไม่ใช่น้อย และเมื่อบอกว่านั่นยังไม่ใช่จุดพีค แต่นี่คือตอนจบจริง ๆ เราคงคาดหวังอะไรที่กระแทกกระทั้นใจยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก

ทว่าในภาคนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทีมงานวางโจทย์เพื่อหาบทสรุปให้ตัวละครเก่า ทั้งที่ทิ้งไว้เช่นในภาค 3 ก็สวยงามดีแล้ว แต่เหมือนศิลปินเกษียณที่คิดถึงแฟน ๆ จนทนไม่ไหว จึงกลับมาบอกเล่าเรื่องราวเพิ่มเติมอีกนิดให้แฟน ๆ หายคิดถึง เน้นที่การมอบความสุข และบรรยากาศแสนหวานในอดีตที่มีร่วมกันอีกครั้ง หนังจึงเต็มไปด้วยความสุข ความสนุก ความตลกที่สอดแทรกแทบตลอดเวลาจากต้นจนจบ และแซมไว้ด้วยบทอาลัยอันเศร้าสร้อยซ่อนไว้ใต้ผิวอันเปล่งปลั่งสดใส เพราะอย่างไรเสียงานเลี้ยงย่อมมีวันจบ แต่จะให้จบด้วยน้ำตาแฟน ๆ แบบภาค 3 คงไม่ใช่จริตนักมอบความสุขอย่างพิกซาร์ ภาค 4 จึงน่าจะเกิดขึ้นเพื่อการนี้ การฟินาเล่ด้วยรอยยิ้มของแฟน ๆ น่าจะเป็นตอนจบที่ใช่ที่สุดสำหรับหนังแฟรนไชส์นี้ต่างหาก

ผู้กำกับเผยสาเหตุ.. ทำไม "Toy Story" จึงไม่จบอยู่ที่แค่ภาค 3 ? | SF Cinema

 

หนังจึงยังคงได้ดาราดังกลับมาพากย์บทสำคัญเช่นเดิม ทั้ง ทอม แฮงส์ ในบทนายอำเภอ วู้ดดี้ กับ ทิม อัลเลน ในบทนักท่องอวกาศ บัซไลท์เยียร์ และการกลับมาอีกครั้งของ แอนนี่ พอตส์ ในบท โบ ปี๊ป แฟนสาวของวู้ดดี้ที่หายหน้าไปหลังจากภาค 2 เพื่อมาสานต่อและสร้างบรรยากาศโรแมนติกเติมเต็มเรื่องราวของวู้ดดี้ ตัวละครหลักที่ไม่เคยได้รับรางวัลอันสมควรจากการทุ่มเทให้เด็ก ๆ อย่างยาวนาน แต่ถึงจะเป็นเอนเอตร์เทนเนอร์อย่างไร พิกซาร์ก็ยังเป็นนักปรัชญาที่ชาญฉลาดด้วย จากที่เราเห็นแล้วในหนังอย่าง Inside Out หรือ Coco และใน ก็เช่นกัน หนังยังหามุมที่แฟรนไชส์ยังไม่ได้จับต้องมาขยายได้อย่างน่าสนใจ ว่า ของเล่นต้องเกิดมาเพื่อเด็ก ๆ เท่านั้นจริง ๆ หรือ? ซึ่งเพิ่มการถกเถียงในเรื่องชะตาชีวิตและจิตอิสระอย่างน่าสนใจ เว็บดูหนังฟรี

 

นอกจากร่ำลาตัวละครเดิม ๆ แล้ว หนังยังเบิกทางให้ตัวละครใหม่ ๆ หลายตัวอย่างน่าประทับใจ ราวกับบอกว่าไม่ต้องเสียใจกับการจากไป งานเลี้ยงนั้นจบลงและจัดขึ้นใหม่ได้เสมอ ตราบที่เรายังคงมีฝันและความรัก โดยตัวละครใหม่ที่ว่านี้ก็มาแบบสุดเซอร์ไพรส์ ทั้งได้ คีอานู รีฟส์ นักแสดงขาขึ้นที่สุดในวงการขณะนี้มารับบทตุ๊กตาสตั๊นท์แคนาดาในตำนานอย่าง ดุ๊ก คาบูม และ จอร์แดน พีล ผู้กำกับสุดสยองจาก Get Out และ Us ที่มารับบทตุ๊กตาสุดแสบอย่าง บันนี่ ด้วย
หลังจากที่แอนดี้ได้ส่งต่อเหล่าของเล่นตัวโปรดให้กับ “โบนี่” หนูน้อยที่ “วู้ดดี้” บังเอิญไปเจอในภาคที่แล้ว ในภาคที่ 4 เป็นการต้องรับสมาชิกใหม่ที่ชื่อว่า “ฟอร์กกี้” เจ้าส้อมเด๋อๆ ที่เป็นของเล่นชิ้นแรกของโบนี่สร้างขึ้นมา วู้ดดี้เลยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลฟอร์กกี้ จนวันหนึ่งครอบครัวโบนี่จัดทริปเที่ยวกัน แต่ด้วยความเด๋อของฟอร์กกี้เลยหนีออกมาระหว่าง ทำให้พี่เลี้ยงอย่างวู้ดดี้ต้องออกไปช่วยเหลือและพากลับมาให้ได้ และเรื่องราวการผจญภัย(เล็กๆ) ก็เริ่มต้นขึ้น

สำหรับภาคนี้ เนื้อเรื่องยังคงเล่าเรื่องตามสไตล์  อยู่เช่นเคย ซึ่งบางคน  ยังรู้สึกว่าแฟรนไชส์ จบสมบูรณ์ไปแล้วในภาคที่ 3 แต่พอมีภาค 4 ขึ้นมาก็มีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่ว่าจะไปรอดรึเปล่า

แต่พอดูเข้าจริงๆ กลายเป็นว่า “มันไปได้ด้วยเว้ยเฮ้ย ด้วยความที่ตอนท้ายของภาค 3 คือ การส่งต่อของเล่นของแอนดี้ให้กับเจ้าหนูโบนี่ ทำให้ตอนจบของภาคนั้นมันสมบูรณ์และสวยงาม พอมาภาคที่ 4 เลยทำให้ประเด็นหลักจริงๆ ของภาคนี้ดูเบาไปเลยย เว็บดูหนังฟรีออนไลน์

 

ความสมจริงของภาพที่เพิ่มขึ้นความตื่นตาตื่นใจ ​ อีกอย่างหนึ่งคือในแง่ของภาพ ถ้าให้ย้อนกลับไปภาคแรกที่ฉายเมื่อปี 1995 หรือประมาณ 24 ปีที่แล้ว ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องแรกที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ทั้งหมด สังเกตได้ว่ารายละเอียดบางอย่างอาจจะยังไม่คมเหมือนสมัยนี้ ถ้าให้พูดตรงๆ ก็เรื่องของเทคโนโลยีน่ะแหละ แต่พอภาคต่อๆ มา เราได้เห็นรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดขึ้น คมขึ้น จนมาถึงภาคล่าสุดที่บอกเลยว่า ดูสมจริงจนเริ่มแยกไม่ออกว่าฉากไหนคือใช้คอมทำหรือฉากในใช้กล้องถ่ายของจริง เพราะมันสมจริงมากๆๆๆๆๆ

To Infinity and Beyond
สุดท้าย  เป็นหนังที่มีครบทุกรสเลยล่ะ ทั้งเรื่องของความสุขที่ได้ดูตัวละครเก่าๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 9 ปี ช่วงแอ็คชั่นที่ทำออกมาได้โอเค ไม่เยอะไม่น้อยเกินไป รวมไปถึงมุกตลกต่างๆ ที่เรียกว่าโบ๊ะบ๊ะๆ ได้ถูกจังหวะ และเวิร์คเกือบทุกอัน บอกเลยว่าคุ้มค่าแน่นอน! รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น