THE GREY

THE GREY มนุษย์ไร้เทียมทานหากมีอาวุธทรงพลังแห่งวิทยาศาสตร์ในมือ.. แต่ถ้าหากปราศจากอาวุธเหล่านั้น มนุษย์ก็เป็นสัตว์ที่อ่อนแอที่สุดในป่าเช่นกัน มนุษย์ไร้เส้นขนหนาปกคลุมร่างกายให้ความอบอุ่น ไม่มีเขี้ยว เล็บหรือเขาไว้ใช้ป้องกันตัวจากอันตราย มองเห็นไม่ได้ในที่มืด แถมยังหลงทิศทางได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักล่าขนาดใหญ่แห่งผืนป่าอย่างเช่นหมาป่าที่มากันเป็นฝูงดูเหมือนว่า “ความตาย” อาจเป็นคำตอบสุดท้าย…
            มาลองร่วมพิสูจน์ทฤษฎีบทนี้กันได้จาก รีวิวหนังสยองขวัญ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก จากบทความชิ้นนี้กันเลย…
เนื้อเรื่องย่อของหนังสยองขวัญฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก
            หนังสยองขวัญ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก เป็นเรื่องราวของ “จอห์น” นักล่าสัตว์ผู้คุ้มครองคนงานแท่นขุดเจาะน้ำมันจากสัตว์ร้าย ที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกท่ามกลางภูเขาหิมะ เขากับผู้รอดชีวิตทั้งหมด 8 คน นอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บ ความหนาวเหน็บและอาหารที่ขาดแคลน ยังต้องเอาตัวรอดจากฝูงสุนัขหมาป่าขนาดใหญ่ ที่พร้อมเล่นงานพวกเขาทุกเมื่อยามไม่ทันตั้งตัว
จุดเด่นและจุดด้อยของหนังสยองขวัญฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก
ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก The Grey (2011) - ดูหนังออนไลน์ Yummovie หนังใหม่ HD  หนังฟรี หนังชนโรง 2021
            หนังสยองขวัญฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากที่สุดในการแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามจากธรรมชาติที่ย้ำเตือนว่ามนุษย์อ่อนแอเพียงใดเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันเป็นการพยายามต่อสู้เอาชีวิตรอดแบบดิบ เถื่อน ใช้อุปกรณ์ที่มีเพียงน้อยนิดเพื่อเอาตัวรอด ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนมืดมนน่าสิ้นหวัง ในขณะที่นักแสดงสามารถสวมบทของตัวละครเอกได้ถึงในระดับจิตวิญญาณ ชนิดที่ว่ามีหลายฉากที่พลังในการแสดง การพูดของเขาให้อินจนถึงขนาดขนลุกเลยทีเดียว
            หนังสยองขวัญ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก อาจมีข้อดีมากมาย แต่.. หลายส่วนกลับไม่สมจริงอย่างน่าประหลาดใจ เช่น ตัวเอกรอดมาจากเครื่องบินตกได้แบบงุนงงไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย ไม่มีเหตุผลสนับสนุนว่าทำไมเครื่องบินถึงตก!? ทำไมถึงไม่มีการกู้ภัย ทั้งที่เครื่องบินตกทั้งลำโดยปกติแล้วจะต้องเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับสายการบิน!? และการพยายามหนีจากซากเครื่องบินที่ควรจะเป็นสถานที่คุ้มภัยที่ดี และหน่วยค้นหาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากกว่าการอยู่ในป่า!?
โดยรวมแล้วหนังสยองขวัญ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก น่าดูหรือเปล่า!?
            สำหรับผู้เขียนแล้ว หนังสยองขวัญฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก เป็นหนังที่ฉากและบรรยากาศมีความสวยงาม ให้ความรู้สึกที่แสนหดหู่ให้ความสิ้นหวังเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นหนังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในการเอาชีวิตรอด + ความสยองขวัญได้อย่างน่าประทับใจ แถมยังน่าตื่นเต้นชนิดที่ว่าไม่น่าเสียดายเวลาในการชมกว่า 2 ชั่วโมง เลยทีเดียว ดังนั้น หนังสยองขวัญ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังที่น่าดูเป็นอย่างมากที่อยากขอแนะนำเลย รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน..สร้างจากแรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่องสั้น Ghost Walker (โกสท์ วอล์เกอร์) โดย เอียน แม็คเคนซีย์ เจฟเฟอร์ส เป็นทั้งภาพยนตร์ทริลเลอร์สยองขวัญ และเป็นภาพยนตร์ ดราม่าที่เน้นตัวละคร เกี่ยวกับชายกลุ่มหนึ่งที่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการร่วมงานครั้งที่สองระหว่าง โจ คาร์นาฮาน และซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เลียม นีสัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยร่วมงานในภาพยนตร์ แอ็คชั่น คอมเมอดี้เรื่อง  A-Team หนังออนไลน์ฟรี
รีวิวหนังสยองขวัญ แต่ไม่สปอย]] The Grey ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก | อมรณา  สารานุกรมแห่งความตาย
เรื่องย่อ
เริ่มต้นขึ้นในโรงงานแปรรูปแห่งหนึ่งในอลาสก้า ที่ซึ่งน้ำมันดิบถูกแยกออกเป็นหลายส่วนเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ คนงานต้องทำงานอย่างทรหดตลอดทั้งวันทั้งคืนนานห้าสัปดาห์ในแต่ละกะ ก่อนที่จะได้หยุดพักผ่อนสองสัปดาห์ ชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน กลับเจอกับพายุร้าย ที่ทำให้เครื่องบินของพวกเขาตกในทุ่งน้ำแข็งในอลาสก้า ทุกคนบนเครื่องบินเสียชีวิตเกือบทั้งหมด เหลือผู้รอดชีวิตแปดคน ผู้บ่ายหน้าไปทางใต้เพื่อมุ่งหน้าไปหาแหล่งชุมชน โดยมีฝูงหมาป่าลึกลับ ที่มีขนาดและความดุดันราวกับหมาป่ายุคก่อนประวัติศาสตร์เจฟเฟอร์ส เป็นทั้งภาพยนตร์ทริลเลอร์สยองขวัญ และเป็นภาพยนตร์ ดราม่าที่เน้นตัวละคร เกี่ยวกับชายกลุ่มหนึ่งที่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
นีสันรับบทจอห์น ออตเวย์ มือปืนผู้ถูกว่าจ้างจากทางโรงงานให้คอยเก็บหมี หมาป่าและสัตว์ร้ายอื่นๆ ไม่ให้ทำอันตรายคนงานขุดเจาะน้ำมันระหว่างการทำงานได้
“ผมจะบอกอะไรคุณให้นะ” คาร์นาฮานพูดอย่างกระตือรือร้น “ในแง่ของสิ่งที่ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นและสิ่งที่มันเป็นในตอนนี้ มันคงจะยากน่าดูถ้าจะจินตนาการใครมารับบทนี้แทนที่เลียม การที่ตัวละครตัวนี้พัฒนาและถูกปรับเปลี่ยนโดยเขาในฐานะนักแสดงเป็นไปเกินความคาดหวังของผมอีก เขาสามารถใส่เอาความรู้สึกที่ลึกซึ้งและชัดเจนยิ่งกว่าว่าชีวิตและความตายเป็นอย่างไร ในตอนที่คุยกับนักแสดงที่อายุน้อยกว่านี้ พวกเขายังไม่เข้าใจเรื่องนี้ เลียมอายุเกือบหกสิบแล้ว และแม้ว่าเขาจะแข็งแรงและมีชีวิตชีวาแค่ไหน แต่เขาก็เข้าใจดีว่านาฬิกาของเรากำลังเดินถอยหลัง พวกเราทุกคนเลย เรากำลังถูกเวลาตามไล่ล่าอยู่ครับ” ดูหนังฟรี
The Grey', vivir y morir dentro del cine de género - Miriorama

THE GREY

คาร์นาฮานเชื่ออย่างแรงว่า “ในหนังเรื่องนี้ มันไม่มีธรรมะและอธรรมหรอกครับ มันก็แค่ “เป็น” เท่านั้นเอง” เขารู้สึกว่าว่าคอนเซ็ปต์ธีมพื้นฐานเหล่านี้ของ “สัตว์ร้าย” และ “เหยื่อ” ที่ปกป้องอาณาเขตของตัวเองอาจจะเป็นสิ่งที่นักแสดงที่อายุน้อยกว่าและไร้เดียงสาเข้าไม่ถึง แม้ว่าจะชื่นชมความเปราะบางในตัวละครของเขา นีสันยังตระหนักถึงธรรมชาติสองแบบของตัวละครตัวนี้ที่เป็นนักแม่นปืน ว่าเขาเป็นทั้งพระเอกและผู้ร้ายในคนเดียวกันด้วยครับ”
“ตัวละครของผมมีความสัมพันธ์พิเศษกับหมาป่าพวกนี้ครับ” นีสันอธิบาย “เขาทำงานตรงแนวรั้วของโรงงานแปรรูป และหน้าที่ของเขาคือการทำให้แน่ใจว่าพวกสัตว์ร้ายจะไม่เข้าหามนุษย์ระหว่างทำงาน สิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในใจออตเวย์ตอนนี้คือบางทีพวกหมาป่าอาจต้องการแก้แค้นก็ได้”
จอห์น ออตเวย์ (Liam Neeson) หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตก ต้องเอาตัวรอดท่ามกลางพายุหิมะพร้อมกับคนอื่นที่เหลือรอด ซึ่งไม่ใช่แค่ความหนวเหน็บติดลบที่กำลังบั่นทอนกำลังใจ แต่รวมถึงเสบียงอาหารและที่พักที่ไม่อาจหาได้โดยง่าย การเดินทางเพื่อหาทางรอดจึงเริ่มต้นขึ้น โดยที่พวกเขาต้องห้ามหยุดพักเพราะฝูงหมาป่าที่จ้องเขมือบตามหลังตลอดเวลามันเป็นการพยายามต่อสู้เอาชีวิตรอดแบบดิบ เถื่อน ใช้อุปกรณ์ที่มีเพียงน้อยนิดเพื่อเอาตัวรอด ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนมืดมนน่าสิ้นหวัง ในขณะที่นักแสดงสามารถสวมบทของตัวละครเอกได้ถึงในระดับจิตวิญญาณ ชนิดที่ว่ามีหลายฉากที่พลังในการแสดง การพูดของเขาให้อินจนถึงขนาดขนลุกเลยทีเดียว
ไม่แน่ชัดหรือมองข้าม ทำให้ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุของเครื่องบินตก แต่หนังก็พยายามบอกสภาพแวดล้อมโดยรวมถึงความเลวร้ายอยู่ระดับหนึ่ง ฉะนั้นสิ่งสำคัญจึงตกอยู่ที่รอดยังไงให้นานที่สุด จะอยู่ยังไงโดยไม่มีอาหารประทังชีวิต จะพักที่แห่งไหนในเมื่อมีแต่หิมะ การหยิบสิ่งสำคัญต่อความอยู่รอดมาใช้ยังไม่หนักแน่น จะมาหนักเรื่องหมาป่าเพราะเครื่องบินตกในอาณาเขตของมัน ทำให้หมาป่าล่าคนตามสัญชาตญาณ
หมาป่าไม่ปรากฏตัวให้เห็นบ่อยนัก แต่ความน่ากลัวขยายไปทั่วทั้งเรื่องเหมือนยืนรอขู่อยู่ตรงหน้า จะพุ่งเข้ากัดเมื่อไรก็ยังได้ ทั้งเรื่องจึงดูระแวงระวังตลอดเวลา โดยเฉพาะฉากตอนกลางคืน ซึ่งจะมีอยู่ฉากหนึ่งแสดงแววตาที่สะท้อนผ่านเปลวไฟชวนให้ขนลุก จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด และเพิ่มจำนวนมากขึ้นท่ามกลางความมืด เห็นแล้วหดหู่ที่ต้องมาพบชะตากรรมเช่นนี้ เว็บดูหนังฟรี
Cine en La 1: 'Infierno blanco', con Liam Neeson
“สปอยด์เนื้อหา”
สิ่งที่ชอบคือเรื่องราวในอดีตของจอห์นที่ขมขื่น ตัวหนังจะไม่อธิบายให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ รู้แค่จอห์นหมดความอยากใช้ชีวิต ถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายไม่ทำและจมปลักกับเรื่องเก่าๆ ทว่าความเศร้าที่กัดกินหัวใจกลายเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ทำหลังเครื่องบินตก เขาพยายามหาทางเอาตัวรอดพร้อมกับพรรคพวก ทั้งที่สามารถจบชีวิตตัวเองให้ฝูงหมาป่าตรงนั้นทันทีก็ยังได้
สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบ ต่อให้ดูสมเหตุสมผลก็คือความสามารถของจอห์น ตลอดทั้งเรื่องมีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสติและความคิดในการเอาตัวรอดดีกว่าทุกคน รวมถึงการเสนอแนวทางต่างๆจนคนอื่นแทบไม่ต้องคิดเห็นอะไรเลย คนอื่นจึงมีบทบทที่น้อยมาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เป็นเหยื่อให้กับหมาป่าทีละราย เป็นไปได้อยากให้ตัวละครอื่นมีทักษะเอาตัวรอดบ้าง หรือปมของแต่ละคนให้ผูกพันกับคนดูก็ยังดี
Unclear ฉากจบที่เหมือนตัดจบเอาซะดื้อๆ ใครไม่ทันตั้งตัวคงพากันไม่พอใจเพราะลุ้นมาทั้งเรื่อง แต่จบแบบไม่ยอมบอกชะตากรรมต่อไปของจอห์นว่าอยู่หรือตายกันแน่ ขนาดเสริมด้วยฉาก After Credits ยังไม่ชัดเจนหรือบอกอะไรได้เลย ส่วนตัวมองว่าไม่สำคัญว่าอยู่หรือตาย แค่เห็นตัวละครที่ท้อแท้เปลี่ยนเป็นฮึดสู้ในวินาทีสุดท้ายก็เหมือนหลุดพ้นจากชีวิตที่เศร้าหมอง จะใช้ชีวิตหรือตายในวันนี้ หากเป็นการต่อสู้ที่ดีก็คุ้มค่าที่สุดแล้ว
การรอดจากเครื่องบินตกเหมือนโกงความตายไปแล้วครั้งหนึ่ง การฆ่าตัวตายก็เช่นเดียวกันเพราะไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ ดังนั้นการที่จอห์นยังได้รับโอกาสให้ยืนหยัดอยู่ต่อก็เพื่อหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง ซึ่งบ่อยครั้งจะมีฉาก Flashback เล่าในลักษณะหลวมๆก่อนมาถึงฉากจบได้เติมรายละเอียดเล็กน้อยจนไม่ต้องบอกก็เข้าใจความรู้สึกในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างดี แล้วนั้นจึงเป็นฉากที่บอกหมดทุกอย่างในคราวเดียว จอห์นสูญเสียคนรักและมีปัญหาในตอนเด็กเรื่องพ่อ แต่เขากลับเป็นฝ่ายได้รับกำลังใจเสียเองผ่านคำพูดจากคนรักและบทกลอนของพ่อ
 ก่อนที่จะดูภาพยนตร์เรื่องนี้ผมได้มีโอกาสอ่านความเห็นจากผู้ชมหลายๆท่าน ซึ่งส่วนใหญ่มีกระแสตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักกับตอนจบของเรื่อง หลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งตัวผมคิดเอาเองตั้งแต่แรกแล้วว่าคงไม่มีอะไรให้จดจำนัก เพราะโครงเรื่องแนวนี้มีการสร้างกันมาหลายรอบ และเป็นโครงเรื่องที่ไม่มีความซับซ้อนอะไรนัก คนกลุ่มหนึ่งเครื่องบินตก ติดอยู่ในที่ห่างไกล พยายามเอาชีวิตรอดโดยมีพระเอกเป็นแกนหลักของเรื่อง ตัวละครร่วมกันต่อสู้กับอันตรายต่างๆ จนนำไปสู่บทสรุปที่พระเอกรอดชีวิต สำหรับเรื่องนี้ก็เดินเรื่องตามสูตรเดียวกันต่างกันตรงที่ผู้กำกับพยายามจะสอดแทรกความเป็น ดรามาเข้าไปในหนังด้วย ด้วยการจงใจนำเสนอเกี่ยวกับมุมมองของชีวิตผ่านตัวละครหลายๆคน เช่น พระเอกของเรื่อง ออตเวย์ (เลียม นีสัน) ตัวละครตัวนี้สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักและไม่คิดว่าการมีชีวิตอยู่ของตนมีความหมายอีกต่อไปจนครั้งนึงเกือบที่จะฆ่าตัวตาย สำหรับผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินตกคนอื่นๆนั้นที่เด่นสุดคือ ดิแอซ ตัวละครที่พยายามจะมีเรื่องกับพระเอกตลอดเวลา เป็นตัวละครที่พยายามทำตัวกร่างเป็นนักเลง แต่แท้จริงนั้นกลับเป็นคนมีปมด้อย ชีวิตไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนต้องสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน เมื่อถึงคราวจวนตัวจริงๆก็แสดงธาตุแท้ถึงความขี้ขลาดออกมาให้เห็น ในส่วนผู้รอดชีวิตที่เหลือบทหนังเพียงกล่าวถึงปูมหลังและชีวิตครอบครัวแบบผ่านๆ เท่านั้น เว็บดูหนังฟรีออนไลน์
The Grey: laberinto emocional más que infierno blanco – Extracine
 หนังเรื่องนี้สามารถแบ่งแยกออกได้เป็นสองส่วนหลักคือส่วนของแอคชั่นและส่วนของดรามา อย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่าตัวหนังมีความพยายามสอดแทรกความเป็นดรามาเข้ามาแต่เอาเข้าจริงส่วนของดรามานี้กลับทำได้ไม่ดีและทำให้ภาพรวมของหนังไม่กลมกลืน ทั้งนี้ในทางกลับกันในส่วนของแอคชั่นผู้กำกับสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้ดี โดยเฉพาะซาวด์และดนตรีประกอบนั้นถือว่าเด่นมาก เมื่อส่วนประกอบสองส่วนนี้มารวมอยู่ด้วยกัน ผลลัพท์ที่ได้กลับไม่ดีเท่าที่มันควรจะเป็น ส่งผลให้อารมณ์ของหนังมีการตัดสลับไปสลับมาอย่างไม่กลมกลืนระหว่างความตื่นเต้นที่ผู้ชมสามารถอินไปด้วยในหลายๆฉากไล่มาตั้งแต่เหตุการณ์เครื่องบินตก การจู่โจมจากฝูงสุนัขป่ายามกลางคืน การหลบหนีจากที่แจ้งเข้าไปยังภูเขา การไต่ข้ามหน้าผาสูงชัน ตัดสลับกับฉากดรามาอันจืดชืดที่แทรกเข้ามาเป็นระยะอย่างไม่ถูกจังหวะจะโคน
 กล่าวถึงตัวหนังในแง่ของความเป็นดรามา(ที่ยังไม่ลงตัว)นั้น ผู้กำกับจงใจและตั้งใจให้การดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นเรื่องตลอดไปจนถึงตอนจบ มีความเกี่ยวโยงกับปรัชญาในชีวิตหลายๆอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นที่เราเห็นได้ชัดคือบทกลอนซึ่งพระเอกจำได้เมื่อสมัยเป็นเด็ก
กับฉากจบที่ช็อคผู้ชมส่วนใหญ่ ส่วนฉากอื่นๆที่ต้องมีการคิดลึกกันซักหน่อย ทั้งการพยายามฆ่าตัวตาย การเขียนจดหมายถึงภรรยาที่ตายไปแล้ว การเก็บกระเป๋าของเพื่อนๆที่เสียชีวิตไปแล้ว การยอมจำนนต่อชะตากรรมที่ริมแม่น้ำของตัวละครคนหนึ่ง แววตาไม่ยอมแพ้ของพระเอกตอนท้ายเรื่อง สิ่งเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันอยู่ ฉากสำคัญอีกฉากคือการที่พระเอกวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อขอให้ทรงชี้ทางสว่าง ชี้ทางออกให้แก่ชีวิตในยามที่อับจน แสดงให้เห็นปรัชญาเกี่ยวกับชีวิตและศาสนาของชาวตะวันตกได้อย่างชัดเจน
 เมื่อเรานั่งดูหนังเรื่องนี้จนจบ จะเห็นได้ว่าตัวหนังที่แท้จริงซึ่งผู้กำกับพยายามนำเสนอนั้นคือความเป็นดรามาแฝงปรัชญาชีวิต ที่ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้กับความตายโดยนำเสนอผ่านตัวละครแต่ละคนซึ่งมีมุมมองต่อชีวิตและความตายที่แตกต่างกันดังเช่น ดิแอซ กับ ออตเวย์ คนหนึ่งบอกกับเราว่าต้องการเพียงมีอะไรกับผู้หญิงซักคนก่อนตายก็พอ และเมื่อความหวังในการรอดชีวิตริบหรี่ลงก็เลือกที่จะยอมแพ้และยอมรับในชะตากรรมแต่โดยดี ในทางตรงกันข้ามอีกคนซึ่งสูญเสียภรรยาไปและต้องการฆ่าตัวตายในตอนต้นเรื่องกลับไม่ยอมแพ้และยึดมั่นที่จะมีชีวิตอยู่แม้ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ตนไม่มีทางชนะ
 บทสรุปของหนังเรื่องนี้แท้จริงแล้วตัวหนังไม่ใช่หนังแอคชั่นผจญภัย ด้วยเหตุนี้ถ้าผู้ชมเข้าไปดูโดยคาดหวังว่าต้องการความตื่นเต้นกับฉากแอคชั่นต่างๆก็อาจต้องผิดหวังเป็นธรรมดาเพราะแกนหลักของหนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาเพียงแต่เอาฉากแอคชั่นมาเป็นเครื่องประกอบเท่านั้น การเข้าไปชมหนังเรื่องนี้จะดูสนุกสำหรับผู้ชื่นชอบหนังแนวปรัชญา หรือแนวดราม่า ซึ่งฉากจบแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด 6.5/10 ครับ รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น