รีวิว Wonder Egg Priority (2021)

สวัสดีจ้าแอดคิดว่าหลายๆ คนที่เป็นคอนิเมะส่วนใหญ่ก็คงจะติดตามอนิเมะที่ตัวเองสนใจ หรือคนที่เริ่มดูใหม่ๆ ก็เลือกดูอนิเมะที่ได้รับความนิยมเป็นส่วนใหญ่ ในวันนี้เราจะมานำเสนออนิเมะที่อยู่นอกกระแสน้ำดีกันสักหน่อยกับเรื่อง Wonder Egg Priority วันเดอร์เอ็ก ไพรออริตี ภาค 1 อนิเมะคุณภาพเยี่ยมอีกเรื่องนึงที่ดีไปด้วยองค์ประกอบภาพต่างๆ อีก

ทั้งยังแฝงทั้งแนวคิดตลอดทั้งเรื่องให้เราได้ติดตามอีกด้วย สำหรับเรื่องย่อเรื่องนี้จะเล่าผ่าน “โอโตะ ไอ” หญิงสาวตาสองสีวัย 14 ปี ที่วันนึง “ไอ” ได้รับไข่ปริศนาฟองนึงและมันกระซิบกับไอว่าะถ้าหากต้องการเปลี่ยนอนาคตตัวเอง ก็ให้ทำลายไข่ใบนี้ซะ ซึ่งไอเองก็อยากเปลี่ยนอนาคตตัวเองจึงได้ทำการทุบไข่ไป

เมื่อทุบแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับไอต่อไป อนาคตเธอจะเปลี่ยนได้ไหม เพื่อน ๆ ต้องลองติดตามชมเรื่องนี้ได้เลย

สำหรับอนิเมะ Wonder Egg Priority วันเดอร์เอ็ก ไพรออริตี ภาค 1 เรื่องนี้เป็นอนิเมะที่เป็นแนวแฟนตาซีและยังผสมผสานแนวชีวิตประจำวันบวกกับจิตวิทยาที่ออกมาได้อย่างลงตัว สำหรับเนื้อเรื่องที่เราเล่าว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอนาคตนั้นเราคงคิดว่าเป็นต้องเปลี่ยนไปในแนวที่สดใสแฟนตาซีแต่ตรงข้ามเลยมันกลับเป็นอนิเมะสายดาร์กเบา ๆ ในบางตอนก็มีความอบอุ่น และบางตอนก็ซึ้งจนต้องเสียน้ำตาให้กับอนิเมะเรื่องนี้ ใครก็ตามที่กำลังหาอนิเมะแนวใหม่ๆดู ขอแนะนำเรื่องนี้เลย เด็กก็ดูได้ ผู้ใหญ่ก็ดูดี

AI OHTO พบไข่ฟองหนึ่ง เพราะเสียงลึกลับจากความมืด เสียงลึกลับบอกกับเธอว่า ถ้าอยากจะทำการเปลี่ยนแปลงกับอนาคต เธอเพียงแค่เลือกที่จะเชื่อมั่นตนเอง และทำลายไข่ที่พบนั้น แต่ที่รออยู่กับ AI OHTO หลังที่เธอทำลายไข่ฟองนั้นคือ…

ตัวละคร :

AI OHTO (สาวเคยมืดมน แต่ตอนนี้สดใสเหมือนทานตะวันแล้วแหละ)

NEIRU AONUMA (สาวมาดคุณหนู เงียบ ๆ ขรึม ๆ )

RIKA KAWAI (สาวที่แข็งนอก-อ่อนใน?)

MOMOE SAWAKI (หล่อเหลือเกินนน)

อนิเมะเรื่องนี้สำหรับเราเป็นแนวชีวิตประจำวันผสมจิตวิทยา สำหรับตอนแรก คนดูจะตกใจหน่อย ๆ นึกว่าเป็นแนวใส ๆ แต่เนื้อเรื่องกลับดาร์กซะงั้น ภาพที่เลือดสาดแต่ไม่ได้น่ากลัว เพราะฉากต่อสู้คล้าย ๆ เรื่อง ‘paprika’ ที่ใช้โทนภาพฉูดฉาด แฟนตาซี แต่ว่านะทุกคนนน ต้องดูตอนต่อไปเรื่อย ๆ แล้วจะพบว่าเรื่องนี้ไม่ได้ดาร์ก ไม่ได้เครียด เพราะกลางเรื่องเป็นแนวอบอุ่นหัวใจเสียมากกว่า บางฉากทำเราซึ้ง น้ำตาคลออีกต่างหาก!

Wonder Egg Priority ดูแล้วทำให้ได้แง่คิด นึกสะท้อนใจว่าตนเองเป็นแบบตัวละครใดตัวละครนึงในเรื่องรึเปล่า? แล้วเราเลือกทางเดินแบบตัวละครนั้นหรือไม่? ดังนั้นหลังจากที่เราดูไป 8 ตอน เราจะมาสรุปแง่คิดดี ๆ มาให้อ่านกันค่ะ

หากรู้ว่าตอนนี้สิ่งที่ทำหรือสิ่งที่เห็นมันไม่ถูกต้อง ในใจน่ะอยากเข้าไปหยุด แต่เรากลัว กลัวนั่นกลัวนี่ไปหมด เช่น กลัวว่าถ้าออกโรงปกป้องเพื่อนที่ถูกรังแก แล้วเราจะโดนแบนไปด้วย จึงเลือกที่จะเมินเฉยดีกว่า ถ้าเราเลือกวิธีนี้ ลองนึกดูดี ๆ ว่าในอนาคตเราจะมานั่งเสียใจรึเปล่า

รีวิว Wonder Egg Priority (2021)

หนีปัญหาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง หนีน่ะมันหนีได้แต่ต้องแค่แป๊บเดียว สักวันหนึ่งเราก็ต้องลุกขึ้นเผชิญหน้ากับปัญหาอยู่ดี

ปัญหา ‘เด็ก’ กับ ‘ผู้ใหญ่’ เช่น ไม่ยอมเปิดใจคุยกันทำให้เกิดปมในใจทั้งคู่, ผู้ใหญ่ต่อว่าเด็กว่าไม่มีความสามารถทำให้เด็กเครียดจนเกิดปัญหาตามมา หรือการที่ผู้ใหญ่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

การรักใครสักคน ต้องไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

จะพูดอะไรออกมา ให้นึกถึงใจคนฟังด้วย

ยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น

ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลที่เจอทำให้เราท้อ เมื่อเราหมดกำลังใจให้เรานึกถึงอะไรก็ได้ที่ทำให้มีความสุข คอยเป็นพลังใจให้กับตนเอง เช่น ครอบครัว, เพื่อน, บุคคลที่เราชื่นชอบ, สัตว์เลี้ยง พอนึกถึงสิ่งเหล่านี้เราก็จะมีแรงก้าวต่อแล้วละค่ะ

ดูหนัง

ความรู้สึกหลังดู

ตอนแรกธีมของเรื่องนี้ถ้ามองเผินๆอาจเกี่ยวกับการ bully ในโรงเรียน แต่เรื่องไม่ได้ไปโฟกัสที่คนถูก bully มาก แต่โดยรวมไปโฟกัสที่คนรอบข้างคนที่ถูกbully เสียมากกว่า
ตัวละคร :
ohto ai
ตัวละครนี้คือตัวละครนำเรื่อง โดยเรื่องเล่าผ่านตัวละครนี้ประมาณว่า เป็นเด็กเก็บตัว กลัวการเข้าสังคม(วิเคราะห์จากปฏิกิริยาตอนรู้ว่าโผล่มาที่โรงเรียน ไม่ยอมเข้าไปเรียน แถมยังไปโดดในห้องน้ำด้วย)
เรื่องนี้เล่าผ่าน ohto ai ในช่วงแรก ให้ข้อมูลมาแคบๆว่า ohto ai ไม่มีเพื่อน?
เพราะอะไร เรื่องจะเฉลยในช่วงกลางเรื่อง คือ ohto ai มีสีตาสองสี(ซึ่งเป็นโรคที่พบใน แมวหรือ หมา ทำให้ถูกล้อเลียนอยู่บ่อยๆ จนคิดว่าตัวเองขี้เหร่)
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุให้ ohto ai ไม่ไปโรงเรียน แต่ที่ไม่ไปเป็นเพราะอีกตัวละครนึงมากกว่า คือ เพื่อนสนิทของ ohto ai เธอ(น่าจะ)เป็นคนๆเดียวที่เข้ามาคุยกับ ohto ai
แล้วทำไมที่ผมเกริ่นนำว่าโฟกัสที่เรื่องการ bully ล่ะ เพราะ เธอคนนี้(ที่เป็นเพื่อน)นี่แหละ ถูกคนหลายคนกลั่นแกล้ง

เว็บหนัง

รีวิว Wonder Egg Priority (2021)

โดยเธอเป็นคนแรกที่เข้ามาบอกว่าอยากเป็นเพื่อนกับ ohto ai
สิ่งที่น่าสนใจต่อไปคือ
คำตอบของ ohto ai ที่ตอบกลับมา โดยประมาณว่า
“ฉันดีใจนะ,ถ้าเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ ”
รอบแรกถ้าฟังอาจไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ประโยคนี้ถ้าให้ลองทวนดูดีๆ อาจหมายถึง ฉันคิดว่าตอนนี้ฉันกับเธอเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก แต่ก็ดีใจนะถ้าจะเป็นเพื่อนกัน
คำถามต่อมาคือ ทำไมถึงพูดแบบนั้น
เพราะตัวละครอย่าง ohto ai ในตอนแรกเลือกที่จะ”เพิกเฉย” ต่อการ bully ไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้างหรือตนเอง(เทียบกับฉากในตอนแรกตอนฉากวิ่งหนี เมื่อเธอรู้ว่า”สิ่งๆนั้น”จะไม่ไล่ตามเธอมา ทำให้เธอหยุดอยู่กับที่ไม่ยอมวิ่งหนีไปกับ kurumi ด้วย ปล่อยให้ kurumi ซึ่งเป็นคนที่เธอคิดว่า(น่าจะ)เป็นเพื่อน วิ่งหนีแค่คนเดียว) เนื่องด้วยสาเหตุว่าไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย เลยขอตัวเมินเฉยดีกว่า (ลูกหลงที่ว่า มีภาพเชิงสัญลักษณ์ เล่าอยู่ในช่วงวิ่งหนีคือช่วงที่เธอถูกสิ่งที่เหมือนสัตว์ประหลาดชน จนได้รับบาดเจ็บ)

รีวิว Wonder Egg Priority (2021)

การเพิกเฉยเป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่นั้น ผมก็ไม่อาจพูดได้ แล้วแต่คนจะมอง (เพราะเรื่องก็มีบทพูดประมาณว่าจริงๆคนที่เพิกเฉยไม่ผิดนะ คนที่ผิดคือคนที่แกล้งตั้งหาก) ซึ่งตรงนี้เป็นประโยคที่ค่อนข้างลึก คือ
1 ได้พูดจากใจจริงหรือเปล่า
2 ข้อความนี้เป็น fact
3 ข้อความนี้เป็น opinion
4 สรุปแล้วคนที่ต้องเจ็บปวดคือคนที่ถูกเพิกเฉย หรือคนที่เลือกจะเพิกเฉยเองกันแน่

รีวิว Wonder Egg Priority (2021)

ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เป็นสาเหตุให้เพื่อนของเธอฆ่าตัวตาย และเป็นตราบาปของเธอที่ปล่อยให้เพื่อนเพียงคนเดียวของเธอฆ่าตัวตาย และทำให้เป็นสาเหตุของอาการฮิคิโคโมริมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อไปผมจะมาพูดถึง development ตัวละครในช่วงแรก คือ
โอโตยจัง(นางเอกเอง ขอเรียกแบบนี้นะ) เนี่ยแต่เดิมเป็นคนขี้กลัว ขี้อายสุดๆ หลังจากได้เห็นเพื่อนของตัวเองตายก็เก็บตัว
จนได้ wonder egg มานี่แหละ ทำให้สามารถไปพบเหตุการณ์ที่คล้ายจะเป็นอดีต และทำให้เธอตัดสินใจที่จะไม่ทำผิดพลาดอีกครั้ง
เธอมองว่าแม้การแก้ตราบาปไม่สามารถแก้สิ่งในอดีตได้(ถึงแม้พยายามจะแก้ให้ได้ก็เถอะ) แต่อย่างน้อยการได้ทบทวนความผิดพลาดในอดีตก็อาจทำให้เธอมีสุขเล็กๆ(เทียบจากบทพูดที่รูปปั้นดูอบอุ่นขึ้น)
และสุดท้ายสิ่งที่เป็น conclusion ที่ดีที่สุดของตอนนี้คือ
ช่วงที่โอโตยจัง รู้ว่าอ้าว เราโดนหลอกหรือนี่ สรุปคือ โลกนั้น(โลกในความฝัน)กับโลกนี้(โลกจริง) มันเชื่อมร่างกายเดียวกัน(จากบาดแผลที่ไม่หายไป)

 รีวิวหนังฝรั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น