รีวิว TOGO (2019) สุนัขลากเลื่อนที่หัวใจแกร่ง

TOGO เป็นภาพยนตร์ ปี 2019 ที่ฉายทางช่อง Disney+ Hotstar ที่นำเอาเรื่องราวชีวิตจริงของสุนัขลากรถเลื่อนในปี 1913 มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ที่น่าประทับใจสายสัมพันธ์ที่น่าประทับใจระหว่างคนกับสัตว์ที่นำพาเรื่องพาเราไปการผจญภัยอันแสนสนุกชนิดที่เอาใจตั้งแต่ต้นจนจบเลยก็ว่าได้

นับเป็นภาพยนตร์น้ำดีอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกงดฉากในโรงภาพยนตร์เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาดทำให้ต้องทำมาลงช่องทางออนไลน์แทน เรื่องราวของภาพยนตร์ TOGO 2019 ถูกจัดอยู่ในปี ค.ศ 1925 ในประเทศแห่งหนึ่งที่เกิดการระบาดของโรคคอตีบสร้างความวุ่นวายพอ ๆ กับโควิดในยุคปัจจุบัน ณ เมืองโนม รัฐ อลาสก้า เนื่องจากโรคระบาดโรคนี้ส่วนใหญ่ทำให้เด็ก ๆ ในเมืองเดือดร้อน ในขณะที่เซรุ่มที่ใช้รักษาโรคนี้อยู่ห่างเกือบ 700 ไมล์

เว็บดูหนัง

นอกจากนั้นยังเกิดเหตุการณ์เคราะห์ซ้ำกรรมซ้ำ ในสภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานดันเกิดมีพายุลูกใหญ่เข้ามาอีกก ทำให้การไปเอาเซรุ่มเพื่อกลับมารักษาพวกเด็ก ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ความหวังทั้งหมดจึงพุ่งตรงไปที่ Leonhard Seppala (Willem Dafoe) และ สุนัขลากเลื่อนอายุมากที่ชื่อ Togo ของเขาเพื่อการเดินทางเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำวัคซีนกลับมารักษาเด็ก ๆ

TOGO สำหรับผู้เขียนถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีฉากระทึกแบบภาพยนตร์ Action ทั่วไปและไม่ได้เต็มไปด้วยการต่อสู้ หรือไม่ได้มีเรื่องราวที่สนุกหรือตลกขบขันแต่อย่างใด นั่นก็เป็นเพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเคยเกิดขึ้นจริงและกลายเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่เคยมีการบันทึกเรื่องราวไว้การเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการเดิมพันด้วยชีวิตของคนในหมู่บ้านนั้นทำให้เรื่องราวในภาพยนตร์เต็มไปด้วยความกดดัน ความลุ้นระทึก และความซาบซึ้งไปกับวีรกรรมที่เหล่าสุนัขลากเลื่อนสามารถปฏิบัติภารกิจปาฏิหาริย์สุดท้าทาย

เว็บดูหนังฟรี

แต่เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำจากเรื่องจริงและไม่อิงนิยาย แม้ว่าจะใครจะว่ายังไงก็ตามแต่อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใด เนื่องจากมีการเล่าเรื่องตัดสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ทำให้มันมีความน่าติดตามเป็นอย่างมาก แม้ว่าภาพยนตร์จะมีความยาวกว่า 120 นาทีก็ตามแต่กลับไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย บางช่วงอาจมีความแผ่วลงไปบ้างแต่ก็กินเวลาสั้นๆ เท่านั้น โดยรวมแล้วมันเป็นภาพยนตร์ดีที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชมกัน

ถ้าคุณเป็นรักสัตว์และต้องการดูภาพยนตร์แนว Drama ดี ๆ ยืด ๆ เหมือนข้าวโพดคั่วที่ชีสราดด้านบนเรื่องนี้ก็เหมาะสมกับคุณที่รักในฉากที่เต็มไปด้วยสีขาวโพนของหิมะแต่ถ้าไม่แน่นนะว่าหลับซักตื่นและค่อยเปิดมาดูสปอยก็ยังไม่สายเพราะกว่าจะเริ่มออกไปเอาวัคซันก็ปาไป 1 ชั่วโมงกว่าแล้ว(ทั้ง ๆ ที่เนื้อเรื่องไม่มีอะไร)

รีวิว TOGO (2019) สุนัขลากเลื่อนที่หัวใจแกร่ง

ภาพยนตร์สุดซึ้งที่เล่าถึงเรื่องราวฮีโร่สุนัขลากเลื่อนที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ TOGO เป็นภาพยนตร์ที่อาจจะไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่ในกระแส ได้รับความนิยม หรือมีความน่าสนใจไปมากกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมติดอันดับ 10 ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบน Application Streaming อย่าง Disney+ ที่เพิ่งเปิดให้บริการในประเทศไทยได้ไม่นาน รายชื่อภาพยนตร์ส่วนใหญ่นั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นรายชื่อภาพยนตร์ที่เราไม่แปลกใจที่มันจะติดอันดับ อย่างเช่นกัปตันอเมริกา The devil wear prada Raya and the last Dragon หรือ Kingsman

แต่ทราบหรือไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ เล่าถึงเรื่องราวของสุนัขลากเลื่อนที่กลายมาเป็นฮีโร่หลังจากที่มันสามารถทำภารกิจในการช่วยเหลือหมู่บ้านในการไปค้นวัคซีนที่อยู่ไกลออกไปสุดสายตาเพื่อให้คนทั้งหมู่บ้านสามารถรอดพ้นจากการแพร่ระบาดของโรคคอตีบได้สำเร็จ และชื่อของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือชื่อของสุนัขลากเลื่อนตัวนั้นเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณรู้สึกสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ หรือตลกไปกับมันแต่อย่างใด แต่มันจะทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งไปกับความพยายามของทั้งผู้บังคับรถลากเลื่อนและสุนัขลากเลื่อนที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือหมู่บ้านในครั้งนี้ ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังต้องเจอกับเหตุการณ์อุปสรรคมากมายที่ทำให้เรารู้สึกตื้นตันและซาบซึ้งไปกับความพยายามไม่ย่อท้อของสุนัขลากเลื่อนตัวนี้

TOGO เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าถึงเรื่องราวของสุนัขป่าตัวหนึ่งที่มีขนาดเล็กมากกว่าตัวอื่นในฝูง ทำให้สำหรับครอบครัวเซปปาลาที่ดูแลโทโก้และฝูงนั้นรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสำหรับการไปเป็นสุนัขแข่งลากรถเลื่อนแต่อย่างใด แม้ว่าครอบครัวดังกล่าวจะเป็นครอบครัวที่มีการเพาะพันธุ์และฝึกสุนัขสำหรับการทำธุรกิจ แต่พวกเขาก็ยังคงเลี้ยงมันเอาไว้ อย่างไรก็ตามเจ้าของมันอย่างลีออนฮาร์ทรู้สึกไม่ค่อยลงรอยกับสุนัขตัวนี้เท่าไหร่ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสุนัขและเจ้าของนั้นไม่ค่อยราบรื่นเท่าที่ควร

แต่พอเข้าสู่ปี 1925 สหรัฐอเมริกาต้องพบเจอกับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคคอตีบที่แพร่กระจายไปทั่วไม่เว้นแม้แต่ในเมืองที่ห่างไกลอย่างโนมซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอลาสก้าที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ การจะเดินทางเข้าถึงเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบากมากมาย โรคดังกล่าวนั้นแม้ว่าจะดูไม่อันตราย แต่ความจริงแล้วในเด็กนั้นมีความอันตรายเป็นอย่างมากถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว การรักษานั้นจำเป็นจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่มีในตัวเมืองและตัวเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด ผู้คนในหมู่บ้านต่างแสวงหายาปฏิชีวนะก่อนจะพบว่ามันอยู่ในเมืองที่ห่างออกไปถึง 800 กิโลเมตร

สภาพอากาศในรัฐอลาสก้านั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายและความหนาวเหน็บ ยานพาหนะทั่วไปไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก ล้วนแล้วแต่ไม่สามารถใช้งานในสถานที่แห่งนี้ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเครื่องบินหรือรถไฟ รางรถไฟส่วนใหญ่นั้นถูกหิมะถมจนมิดไม่สามารถวิ่งได้ สภาพทัศนวิสัยก็ย่ำแย่จนไม่สามารถบินได้ วิธีการเดียวที่จะช่วยให้คนในหมู่บ้านรอบพ้นจากโรคแพร่ระบาดในครั้งนี้คือการใช้สุนัขลากเลื่อน

ภารกิจในการขนส่งยารักษาโรคด้วยการใช้สุนัขลากเลื่อนที่ต้องเดินทางเป็นระยะทางกว่า 800 กิโลเมตรจึงเริ่มต้นขึ้น เขาใช้วิธีการแบ่งทีมออกเป็นจำนวนหลายทีม จากนั้นก็ทำการส่งของต่อกันมาเป็นทอดๆ แม้ว่าพวกเขาจะวางแผนไว้เป็นอย่างดีแต่ด้วยอุณหภูมิที่ติดลบ 50 องศาเซลเซียสทำให้ทั้งผู้ทำภารกิจและสุนัขลากเลื่อนนั้นต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย ลีออนฮาร์ทเป็นหนึ่งในอาสาสมัครนำทีมสุนัขลากเลื่อนไปทำภารกิจนี้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ในผลัดของเขาต้องพบเจอกับอุปสรรคมากกว่าคนอื่นเนื่องจากอุณหภูมิลดต่ำลงไปถึงลบ 60 องศาเซลเซียส โชคดีที่สุนัขที่เขาใช้งานนั้นคือเจ้าโทโก้ที่ถึงแม้ว่าจะมีขนาดตัวที่เล็กกว่าตัวอื่นในฝูง แต่มันก็สามารถวิ่งขนส่งเป็นระยะทางถึง 273 กิโลเมตรได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด และเป็นระยะทางที่ไกลมากที่สุดในทุกทีมอีกด้วย ภารกิจปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ถูกเรียกว่า Great Race of Mercy ส่วนเราสุนัขลากเลื่อนที่ทำงานมีภารกิจครั้งนี้ก็ได้รับการสร้างอนุสาวรีย์เป็นตัวแทนที่เรารู้จักกันในชื่อ Balto ในเซ็นทรัลปาร์ค เมืองนิวยอร์กนั่นเอง

ดูหนังฟรี

รีวิว TOGO (2019) สุนัขลากเลื่อนที่หัวใจแกร่ง

ความรู้สึกหลังดู

TOGO เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีฉากหวือหวา ไม่ได้เต็มไปด้วยการต่อสู้ ไม่ได้มีเรื่องราวที่สนุกหรือตลกขบขันแต่อย่างใด นั่นก็เป็นเพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเคยเกิดขึ้นจริงและกลายเป็นวิกฤติของผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่ห่างไกลอย่างรัฐอลาสก้า การเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการเดิมพันด้วยชีวิตของคนในหมู่บ้านนั้นทำให้เรื่องราวในภาพยนตร์เต็มไปด้วยความกดดัน ความลุ้นระทึก และความซาบซึ้งไปกับวีรกรรมที่เหล่าสุนัขลากเลื่อนสามารถปฏิบัติภารกิจปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใด เนื่องจากมีการเล่าเรื่องตัดสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ทำให้มันมีความน่าติดตามเป็นอย่างมาก แม้ว่าภาพยนตร์จะมีความยาวกว่า 2 ชั่วโมงก็ตามแต่กลับไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย บางช่วงอาจมีความแผ่วลงไปบ้างแต่ก็กินเวลาสั้นๆ เท่านั้น โดยรวมแล้วมันเป็นภาพยนตร์ดีที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชมกัน

คุณเคยรักสุนัขหรือไม่? ฉันหมายถึงคนที่รักจริงเหรอ? ถ้าคุณมีคุณจะรักหนังเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีและบอกได้ดี เราเรียนรู้ว่าโตโกเป็นขยะมูลฝอยและในช่วงต้นมีความมุ่งมั่นที่จะไม่ถูกปฏิเสธ นี่คือเรื่องจริงที่ทำให้การเล่าเรื่องดียิ่งขึ้น

เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่จะรู้ว่า Togo & Balto ได้รับการฝึกฝนโดย Sepp เนื่องจาก Balto เป็นผู้ดำเนินการเลโก้สุดท้ายของ Serum Race ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับความอื้อฉาวทั้งหมด เขาวิ่ง 31 ไมล์ ในขณะที่โตโกวิ่ง 264 ไมล์เหนือภูมิประเทศที่ทุจริตที่สุดในอลาสก้า

ฉันชอบ Willem Defoe เสมอในฐานะนักแสดง ทุกครั้งที่ฉันดู Grand Budapest Hotel ตัวละครของเขาทำให้ฉันหัวเราะ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขานำชีวิตมาสู่ตัวละครลีโอนาร์ด เซพพาลา เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง ขณะที่ฉันดูอยู่ ฉันกำลังคิดถึงสุนัขทุกตัวที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน หากคุณเคยเป็นเจ้าของสุนัข คุณจะเข้าใจ

ดูหนังฟรีออนไลน์

รีวิว TOGO (2019) สุนัขลากเลื่อนที่หัวใจแกร่ง

ส่วนที่ดีที่สุด เป็นความจริงทั้งหมด! เด็กมีชีวิตอยู่เพราะพวกเขาได้รับกลองในเวลา ขอบคุณสุนัขผู้กล้าหาญเหล่านี้และเจ้านายของพวกเขา ความรุ่งโรจน์ของดิสนีย์ที่นำเรื่องนี้มาสู่หน้าจอ ฉันพาลูกชายตัวน้อยไปที่แมนฮัตตันและเซ็นทรัล

พาร์คเพื่อดูรูปปั้นของบัลโต พวกเขาควรมีหนึ่งสำหรับโตโกเช่นกัน

โตโกเป็นชัยชนะครั้งแรกของ Disney+ (ในแง่ของภาพยนตร์) โตโกเป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ อัดแน่นไปด้วยหัวใจและผลงานอันยอดเยี่ยมจากดาโฟ

Willem Dafoe ยอดเยี่ยมมากที่นี่ ส่งมอบหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีกว่าของเขา ความสัมพันธ์ของเขากับสุนัขนั้นเป็นไปอย่างดีและจริงใจ นั่นคือสิ่งที่ทำให้มันดีกว่าหนังสุนัขส่วนใหญ่ เป็นหนังที่สนุกจริงๆ และตอนจบก็ซึ้งจริงๆ ต้องขอบคุณพวกเขาที่ใช้เพลงที่คัดสรรมาอย่างดี “ในธรรมชาติของแสงแดด” เช่นเดียวกับความสัมพันธ์และการพัฒนาที่คุณได้รับระหว่าง Dafoe และ Togo

ฉันไม่มีข้อบกพร่องที่สำคัญกับมันจริงๆ ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีโดยเฉพาะที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องจริง วิชวลเอ็ฟเฟ็กต์อาจไม่ได้ยอดเยี่ยมเสมอไป แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เนื่องจากเป็นผลงานต้นฉบับของดิสนีย์และไม่ใช่ภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์

รีวิว TOGO (2019) สุนัขลากเลื่อนที่หัวใจแกร่ง

ตลอดการเดินทางของ TOGO เราจะได้ซึมซับความเชื่อใจ และสายสัมพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง และยังได้ลุ้นกับฉากเสี่ยงชีวิตที่โคตรจะบีบหัวใจ สมกับที่การเดินทางในครั้งนั้น ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยชื่อที่ยิ่งใหญ่ว่า “Great Race of Mercy”
ถ้าผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงหนัง ผมคงอยากจะลุกขึ้นยืนเพื่อปรบมือดังๆให้กับความกล้าหาญของ “สุนัขฮีโร่” ตัวนี้แน่ๆครับ สำหรับใครที่อ่อนไหว และยังไม่กล้าดู อยากบอกว่า ดูเถอะครับ ไม่ถึงขนาดจิตตก ดูแล้วหดหู่แน่นอน

สุดท้ายนี้ ขอปิดท้ายรีวิวด้วยถ้อยคำที่ เลออนฮาร์ต เชปปาลา กล่าวไว้ถึง TOGO ว่า
“ฉันคิดเสมอว่ามันมีชีวิตเพื่อลากเลื่อน แต่ตลอดมามันมีชีวิตเพื่อฉัน”

โดยรวมแล้วมันเป็นหนังที่แข็งแกร่งจริงๆ และเป็นหนังสุนัขที่ดีที่สุดจริงๆ ที่เราเคยมีมา มันอาจจะไม่ได้เศร้าเกินไป แต่มันมีหัวใจ และนั่นเป็นมากกว่าที่ผมจะขอจากหนังสุนัขได้

สุนัขเป็นสัตว์ แต่เป็นสัตว์และเพื่อนที่ดีที่สุดที่คุณคาดหวังได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าสุนัขที่ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และฉลาดสามารถเป็นอย่างไร ห้านาทีสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ น้ำตาจะไหล ภาพยนตร์มีธรรมชาติ สุนัข และข้อความที่ยอดเยี่ยม ถ้าคุณเป็นคนขี้เหงา หาสุนัข พระองค์จะทรงสละชีวิตเพื่อคุณ และมีชีวิตอยู่เพื่อคุณ

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น