รีวิว the impossible สึนามิภูเก็ต

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 คงไม่มีใครคาดคิดแม้ว่าจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่พรากหลากชีวิตและทำลายทุก สิ่งไปภายในช่วงพริบตา มันเป็นเรื่องราวน่าสะเทือนใจที่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครจะกล้าหยิบจับมันบอก เล่าตรง ๆ

และในที่สุด The Impossible ก็หยิบมันมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา ที่สำคัญคือมันพยายามที่จะปรุงแต่งและเจือสีให้เจือจางน้อยที่สุด และผลที่ได้ก็คือภาพยนตร์ที่ทรงพลังเหลือล้นทั้งทางภาพและอารมณ์     รีวิวหนังฝรั่ง

เป็นเรื่องจริงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้เกิดภัยพิบัติธรรมชาติหายนะครั้งใหญ่ที่ทำให้เกิดผู้คนล้มตายและหายสาปสูญไม่ใช่น้อยเพียงเพราะการมาเที่ยวทะเลพักผ่อน ณ เขาหลัก จังหวัดพังงา ที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันน่ารื่นรมย์ของเหล่าชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากจนหลายเสียงส่งปากต่อปากถึงความสวยงามที่น่าอยู่พักอาศัยอย่างมาก แต่ทว่ากลายเป็นวันที่เกิดคลื่นลูกใหญ่พัดเข้าฝั่งอย่างรุนแรงและปราศจากการตั้งตัวหรือเตรียมพร้อมแต่อย่างใดในคลื่นยักษ์นี้กับ”คลื่นสึนามิ”  ดูหนัง

ชื่อภาพยนตร์: The Impossible / Lo imposible / 2004 สึนามิ ภูเก็ต
ผู้กำกับภาพยนตร์: Juan Antonio Bayona
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Sergio G. Sánchez (screenplay)
นักแสดงนำ: Naomi Watts, Ewan McGregor, Tom Holland
แนว/ประเภท: Action, Drama, Thriller
เรท: ไทย/ , USA/PG-13
ความยาว: 114 นาที
ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Apaches Entertainment, Telecinco Cinema, Mediaset España, Canal+ España, Summit Entertainment
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 29 พฤศจิกายน 2555

รีวิว the impossible สึนามิภูเก็ต

อย่างที่บอกนั่นแหละ มันเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่เลือกมาฉลองคริสต์มาสในประเทศไทย ณ รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน เขาหลัก “พังงา” ก่อนจะได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน คลื่นน้ำพัดพาให้ครอบครัวต้องพลัดพราก และพวกเขาต่างมีภารกิจที่ต้องตามหากันให้เจอ โดยมีสภาพแวดล้อมเป็นผู้คนหลากเชื้อชาติที่ต่างประสบภาวะแห่งการสูญเสียที่มากน้อยต่างกันไป และผู้คนเจ้าบ้านที่ให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

เริ่มต้นเป็นฉากของความสวยงาม ความสุข ที่มาแค่เพียงไม่นาน ก่อนจะถาโถมใส่ด้วยภาพน่าสะเทือนใจมาไม่ขาดสาย ณ เวลานี้ น้ำตาคนเขียนก็ยังเอ่ออยู่เลย ถ้าใครจะถามว่า หนังเรื่องนี้สนุกไหม ถ้าจะให้ตอบตรงคำถามก็คงต้องบอกว่า มันไม่สนุกเลย เพราะมันมีแต่เศร้า ซึ้ง สะเทือนใจเอามากๆ แม้จะมีช็อตน่ารักๆ พอให้ยิ้มได้อยู่บ้างก็ตาม อยากบอกว่า ตัวละครหลักทั้งสาม อย่าง Naomi Watts ผู้แสดงเป็น มาเรีย ผู้เป็นแม่, Ewan McGregor แสดงเป็น เฮนรี ผู้เป็นพ่อ, Tom Holland แสดงเป็น ลูคัส ผู้เป็นลูกชายคนโตของน้องๆ อีกสองคน

ทั้งหมดต่างกุมบทบาทที่โดดเด่นของตน และต่างก็ทำได้ดี ตีบทแตกอย่างสุดยอด ทำมันมีพลังยิ่งใหญ่พอให้ผู้ชมอิน ซาบซึ้งและโศกเศร้าไปกับทุกช่วงเวลาใน 114 นาทีของหนังได้ โดยเฉพาะ ทอม ซึ่งแสดงได้ดีมาก ถ้าพัฒนาขึ้นไปอีกเรื่อยๆ อนาคตน่าจะไปได้ไกลแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงประกอบที่เป็นคนไทยอีกมากมาย ที่หน้าตาคุ้นเคยและจะปรากฏตัวมากหน่อยก็มีอยู่ 3 รายด้วยกัน ซึ่งก็แสดงกันได้ไม่เลว

หนังไม่ได้บอกกับเราเพียงเรื่องของความรักระหว่างคนในครอบครัว แต่ยังเอ่ยถึงความรักที่เผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นๆ มาเรีย ผู้ได้รับความช่วยเหลือจากคนท้องถิ่น เธอก็เผื่อแผ่ไปยังคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือบ้าง และก็ยังสอนให้ลูกเธอทำในสิ่งเดียวกันด้วย

เรารู้ตั้งแต่แรกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับภัยพิบัติสึนามิที่เกิดขึ้นทั่ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นภาพช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์นั้นจึงเป็นภาพที่น่าปวดใจยิ่งนัก เราเห็นภาพของครอบครัวธรรมดาที่หาเวลามาพักผ่อนเหมือนครอบครัวอื่น ๆ ที่คิดว่าที่นี่นั้นคือแดนสวรรค์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ฉะนั้นแล้ว เมื่อเราเห็นพวกเขามีความสุขมากแค่ไหน เราผู้ชมก็ยิ่งปวดร้าวมากขึ้นเท่านั้น  เว็บหนัง

สิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งใน The Impossible ก็คือมันเป็นเรื่องราวของภัยพิบัติที่อิงกับความเป็นจริงสูง หรือหากให้พูดในอีกแง่หนึ่งก็คือเนื้อเรื่องของมันเองก็ไม่ได้มีความซับซ้อน หรือเคร่งเครียดแบบหนังฮอลีวู้ดนิยมเท่าไหร่นัก ทั้งนี่ต้องกล่าวว่าเป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังจากทางฝั่งอเมริกา ที่มีรสชาติที่หลายคนคุ้นเคย หากแต่มาจากทางสเปนซึ่งก็มีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป  the impossible สึนามิภูเก็ต สปอย

การดำเนินเรื่อง

แม้ว่าหลายคนอาจจะมองเห็นว่าเรื่องราวไม่หนักแน่นหรือไม่สนุกสนานแบบหนัง ภัยพิบัติเรื่องอื่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ เรื่องราวของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราและก็ผ่านไป เรื่องราวที่เราคงไม่มีทางรู้ และแม้จะผ่านไปแล้วมันก็ยังคงติดตัวกับเราไปกับชีวิตและความทรงจำ  ดูหนังฟรี

แน่นอน เราเชื่อว่า The Impossible พูดถึงความหวังในชีวิตของมนุษย์ แต่เราเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มากมายแค่ไหนกัน ภาพของความหายนะที่วิ่งเข้าหาเราโดยไม่มีทางรู้ตัว และเมื่อเราเอาตัวรอดจากมันได้แล้ว มันคือความปลอดภัยจริงหรือ หรือแท้ที่จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้น หลังจากหายนะที่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติจะทิ้งเหลือเพียงแค่ความเงียบงัน อีกด้านหนึ่งความสับสนวุ่นวายก็บังเกิดเพราะอีกหลายชีวิตกำลังพยายามอย่าง เต็มกำลังเพื่อเอาตัวรอด  the impossible สึนามิภูเก็ต เรื่องย่อ

และตัว The Impossible เองนั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะบีบคั้นให้เรารู้สึกสิ้นหวัง และทีสำคัญมันเองก็ไม่ได้หักหาญน้ำใจของผู้ชม มันไม่ทำร้ายเราด้วยการขยี้ความหวังของเราและบอกเราว่านี่คือโลกแห่งความ จริง กลับกันมันให้เรามองไปยังแสงแห่งความหวังและให้กันไปรอบ ๆ ว่าพื้นที่ที่แสงส่องไปไม่ถึงนั้นมันมืดแค่ไหน

รีวิว the impossible สึนามิภูเก็ต

พล็อตเรื่อง

มีช่วงหนึ่งเรื่องราวเหมือนจะดำเนินไปหนทางของความหวัง ลูคัส เด็กชายได้รับคำขอจากแม่ให้ไปช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่จะทำได้ แม้จะเป็นโอกาสหนึ่งในพันที่เขาสามารถทำสำเร็จ แต่วินาทีที่เปี่ยมด้วยความหวังที่เราเชื่อว่าตัวเรานั้นสามารถที่จะทำอะไร ได้ก็ถูกดับลงด้วยคำถามที่ว่าแท้จริงเราทำอะไรไม่ได้เลยหรือเปล่า ดูหนังออนไลน์

ทั้งความหวังและความสิ้นหวังเป็นภาพที่ตัดสลับกันในหนังเรื่องนี้ มันไม่ได้นำเสนอในแง่ใดแง่หนึ่งอย่างสร้างภาพเกินไป เราควรจะเรียกได้ว่ามันเกิดขึ้นไปตามกลไกและความสามารถที่เราจะสามารถทำได้ ในตอนนั้น ภาพของความหวาดกลัวที่เราไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก ภาพของความตายที่หลงเหลือเอาไว้ แต่ในความตายก็มียังมีชีวิต

เช่นเดียวกับชีวิตที่มีความตาย ภาพของชายชราผอมแห้งที่พยายามลากหญิงสาวผิวขาวอย่างทุลักทุเลทั้งที่เป็นแผล ที่ขา  the impossible สึนามิภูเก็ต เนื้อเรื่อง  แต่เมื่อมองไปในแววตาสิ่งที่เรามองเห็นคือความจริงใจที่เปี่ยมล้น และที่สำคัญคือมันไม่จำเป็นต้องบรรยายด้วยคำพูดอะไร หากเพียงแต่ภาพของแววตาของคนสองคนทีจับจ้องด้วยกันนั้นมันก็มีพลังที่มาก เกินเหลือเชื่อ

รีวิว the impossible สึนามิภูเก็ต

รีวิว the impossible สึนามิภูเก็ต บทสรุป

พล็อตเรื่องคือการมุ่งเน้นเจาะจงไปที่ครอบครัวหนึ่งที่มาเยือนเขาหลักที่เริ่มลงจอดเครื่องบินที่ภูเก็ต(ฉะนั้นจึงอย่าแปลกใจถ้าชื่อไทยจะใช้คำว่าภูเก็ตแทนคำว่าเขาหลักตามสถานที่เกิดเหตุ เพราะเรื่องได้เริ่มที่นั้นและยังเป็นชื่อที่ชาวต่างชาติคุ้นหูมากกว่า) หลังที่ผู้ชมเริ่มคุ้นเคยกับตัวละครดีแล้วจึงวางคลื่นสึนามิให้เกิดฉับพลันจนเหมือนทำร้ายจิตใจประดังจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ชนิดตั้งตัวไม่ติดแล้วนำพาไปสู่บททดสอบที่เราเรียกว่า”ความหวัง”ที่จะตามหา

สิ่งแรกที่ผู้ชมรับรู้ได้หลังจากชมไปได้เรื่อยๆคือครอบครัวนี้ล้วนต่างคนต่างยึดมั่นที่เจอสิ่งที่ดีกว่าหลังจากประสบรอดตายจากคลื่นที่คิดในใจเสมอว่าคนในครอบครัวยังอยู่กันครบ แม้จะฟังดูเว่อร์ที่ทุกคนในครอบครัวรอดมาได้ราวกับปฏิหาริย์ค้ำจุน กระนั้นยังมีสภาพไม่ต่างกับคนที่กำลังจะใจสลายเมื่อรู้ตัวอีกทีก็ไม่เห็นใครอีกแล้ว

โดยอย่างยิ่งคนที่เป็นพ่อและแม่ที่ต้องร่ำไห้เมื่อลืมตาขึ้นมาไม่เห็นลูกของตัวเอง ประเด็นหลักของพล็อตไม่ได้อยู่ที่การทำฉากอุทกภัยที่มากับคลื่นแต่เป็นการแสวงหาคนที่หายไปท่ามกลางความหวังและหดหู่ ซึ่งเนื้อเรื่องได้สร้างความกังวลใจตั้งแต่แรกเริ่มไปกับเรื่องล็อคบ้านหรือยังกับการสนทนาของเฮนรี่กับมาเรียคล้ายลักษณะบ่งบอกถึงความ

ไม่รอบคอบแล้วกลัวจะเจอเรื่องไม่ดี ในที่นี่ถ้าลืมล็อคบ้านคงไม่พ้นเรื่องทรัพย์สินหาย หรือจะเทียบเป็นลางสังหรณ์ง่ายๆว่าหลังจากคลื่นสึนามิโหมเข้ามาอาจจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปก็ได้ เพียงสิ่งสำคัญนั้นคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไม่ต่างกับสิ่งของที่อยู่คู่กับบ้าน

การเดินเรื่องเป็นไปอย่างสม่ำเสมอแบบไม่รีบเร่งคล้ายกับปล่อยให้ไปตามเวลาที่จะเกิดก็ต้องเกิดไม่ต่างกับเหตุการณ์จริงที่เราไม่อาจบอกได้ว่าใครรอดใครตายได้ครบทุกคนเพราะคนเหล่านั้นได้หายไปกับคลื่นเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะมีใครหายไปบ้างนั้นเราไม่อาจบอกได้จนคนนั้นจะมาปรากฎตัวให้เห็นเพื่อยืนยันว่ายังมีลมหายใจอยู่

สิ่งที่น่าเห็นใจคือการทุ่มไปกับการเล่าเรื่องในแบบราคาถูกแต่ได้ใจไปกับเรื่องจริงอันน่าสลดอย่างมีความซื่อตรงไม่ต่างกับคนที่ตามหาครอบครัวที่หายไปหลายปี ซึ่งการนำเสนอเช่นนี้ไม่ได้ดูซับซ้อนอะไรอีกทั้งยังตรงตัว ทว่าถ้าทำสำเร็จจับหวะได้แม่นแล้วล่ะก็จะดูน่าชื่นชมอีกหลายขุม ทว่าสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดมีอยู่ 2 อย่างคือเรื่องการใช้พล็อตเรื่องเดิมๆ

ที่ดันมีความบังเอิญมากไปหน่อยจนไม่ค่อยรู้สึกว่ามันน่าฉิวเฉียดแต่จงเจาะใจหากันให้เจอได้แม้จะทำเป็นมองไม่เห็นก็ตาม กับโทนที่ดูไม่ใหญ่อะไรเพราะมุ่งเน้นกับสถานที่โรงพยาบาลกับฉากหลังสึนามิมากไปจนสถานที่ที่ดูจะวุ่นวายแสนกว้างขวางดูเล็กลง และเริ่มเล็กลงเรื่อยๆเมื่อตัวละครทั้งหลายเริ่มเข้าหากันทีละนิด แม้ว่าจะใช้พล็อตเรื่องเดิมแต่

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยังคงไม่ต่างกับเรื่องที่ใหม่สำหรับกลุ่มคน(ไทย)ที่รับรู้เหตุการณ์คลื่นสึนามิพัดเข้าฝั่งได้ดี ยิ่งกับคนที่รอดตายด้วยแล้วนี่คือเรื่องที่อยากเก็บเอาไว้ตระหนักตัวเองที่สุดว่า”เรารอดได้ไม่ใช่โชค แต่เป็นความหวังที่ไม่ทอดทิ้งกัน”  the impossible สึนามิภูเก็ต บทสรุป

สึนามิคือฉากที่นับว่าเด็ดที่สุดของเรื่องที่ทำได้สมจริงสมจังราวกับเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง ไล่ตั้งแต่ฉากสถานที่ที่เก็บความสมบูรณ์จากบ้านเรือน โรงแรม ที่พักอาศัยได้อย่างไร้ที่ติคล้ายมีผู้บันทึกเหตุการณ์เอาไว้จริง แต่นั้นยังไม่เท่ากับฉากที่คลื่นสึนามาราวกับมัจจุราชยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเขมือบทุกอย่างที่ขวางหน้า นั้นคือฉากที่นอกจากจะเด็ดดวงแล้วยังให้ความรู้สึกที่รุนแรงกับคลื่นที่ทาโทมไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ต้องขอบคุณทีมงานที่เนรมิตของจริงขึ้นมาเพื่อพยายามเก็บมุมภาพที่สมจริง ทั้งคลื่นที่ไหลแรง การปะทะ

หรือแม้กระทั่งการจับใบหน้าของนักแสดงที่กำลังดิ้นทุรายเอาตัวรอด ดังนั้นเมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพก็กลายเป็นฉากที่น่าลุ้นน่าหวาดเสียวอันแสนจะเปี่ยมด้วยพลังที่ทำให้ผู้ชมหลั่งอะดรีนาลีนออกมาได้ชนิดอยากจะวิ่งหนีไปบ้าง ซึ่งฉากคลื่นถล่มบ้านเรือนทำได้ดีมีรถสิ่งของมากมายถูกพัดลอยมากับน้ำมากมายรวมถึงคนที่โดนไปเต็มๆด้วยเช่นกัน

ตัวหนังได้มุ่งเน้นความทรหดการพยายามว่ายน้ำหนีตายให้กับมาเรียผู้แม่ที่รู้ตัวอีกทีก็ตระหนักได้ว่าเหลืออยู่คนเดียวท่ามกลางน้ำทะเลที่อยู่บนบกก่อนจะพบว่ามีลูคัสลูกชายของตนเองอยู่ใกล้ๆด้วย ใช่เลยที่ตัวหนังมอบอารมณ์ความเป็นความตายให้กับสองตัวละครนี้นั้นน่าจะมาจากความอดทนของคนเป็นแม่

รีวิว the impossible สึนามิภูเก็ต

โดยรวมหนัง

ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าแม่เสมือนกำลังใจก้อนโตที่ให้เสียงเชียร์ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ในทางตรงกันข้ามลูกๆนี่แหละกำลังใจอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นเมื่อมาเรียได้เห็นลูกตัวเองจึงพยายามเข้าไปช่วยแต่ต้องฝ่าอุปสรรคสิ่งกีดขวางมากมายจนร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผลที่ผู้ลูกเห็นแล้วยังตกใจกลัวกับบาดแผลที่แม่มี กระนั้นลูคัสยังคงทำความเข้าใจ

ยอมรับเสมอว่านี้เป็นเรื่องจริงแม้การตั้งคำถามกับผู้แม่ว่ากลัวไหมแล้วแม่ยังบอกว่ากลัวตามจริงมากกว่าบอกว่าไม่เท่าไหร่เพื่อปลอบใจที่น่าจะฟังดูดีกว่า ฟังดูเป็นฉากที่ท้อแท้แต่กลับมีความหมายของความจริงซ่อนอยู่”ท่ามกลางความกลัวและแสนอันตรายเราอาจบอกว่าไม่กลัวเพื่อข่มใจตัวเอง แต่บางครั้งการบอกว่ากลัวเพื่อให้ตัวเองปรับสภาพยอมรับความเป็นจริงนั้นอาจทำใจง่ายกว่า และสิ่งนั้นช่วยให้เราพัฒนาตัวเองเพื่อสู้กับความกลัวต่อหน้าได้ดีกว่าการบอกโกหก”  the impossible สึนามิภูเก็ต สนุกไหม

มาเรียคือตัวแทนแห่งความกล้าที่ไม่สนคลื่นที่โหมมารุนแรงเพื่อไปคว้าลูกมาใกล้ๆเพื่ออย่างน้อยยังบอกได้ว่าสิ่งสำคัญยังอยู่ใกล้ตัว สิ่งนี้บ่งบอกความเป็นแม่อย่างแรงกล้าที่ไม่สนสิ่งใดมาทำอันตรายใดๆกับตนเองแม้ผลลัพธ์จะทำให้เธอเข้าขั้นปางตายเลยก็ตาม ด้วยการแสดงของนักแสดง Naomi Watts ทำให้ทราบซึ้งได้ถึงแรงปรารถนาอัน

กล้าแกร่งว่าตัวเธอยังมีความหวังที่จะมีชีวิตต่อไป ไม่ใช่ว่าเพื่อตัวเองที่ยังค้างคาแต่เพื่อคนในครอบครัวที่ยังอยากลืมตาเจอหน้าคนที่รักพร้อมรอยยิ้มจากลูกๆ ด้วยสภาพที่เริ่มหนักหน่วงของอาการจนทรุดโทรม สุดท้ายกำลังที่จะทนต่อไปนั้นก็ทลายลงกับพื้นด้วยเรี่ยวแรงที่หมดลงไป แต่เชื่อไหมว่าหลังจากฉากนี้คือฉากที่ทำให้เรา(คนไทย)

รู้สึกปลื้มปิติอย่างยิ่งที่เจ้าบ้านได้ออกมาช่วยผู้ประสบภัยแบบไม่สนใจว่าจะต้องเหนื่อยหนักแค่ไหน เพียงขอแค่ช่วยไว้ก่อนเรื่องตอบแทนอย่างพึ่งถาม หลังจากมาเรียหมดแรงด้วยสภาพที่บอบช้ำก็มีสองมือเหี่ยวๆลากเธอไปอย่างมีพลังพร้อมกับบอกตลอดทางให้กำลังใจว่าอย่าพึ่งเป็นอะไรไป เข้มแข็งหน่อย นับเป็นฉากที่ดูแล้วน่าคิดอยู่เหมือนกัน

ว่าคนเจ้าถิ่นยังเสี่ยงลงพื้นที่ช่วยแม้จะฟังภาษาไม่เข้าใจเพราะเป็นคนต่างชาติแล้วไฉนคนที่ฟังภาษาเข้าใจด้วยกันเองถึงไม่ช่วยกันบ้าง นั้นน่าจะเป็นฉากที่เฮนรี่กำลังจะขอความช่วยเหลือจากคนต่างชาติด้วยการขอยืมโทรศัพท์แต่ถูกปฏิเสธเพราะคิดว่าตัวเองยังต้องการมันอยู่ ซึ่งมองๆแล้วมีแต่คนเจ้าถิ่นเท่านั้นที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือซะมาก

ในขณะที่คนต่างชาติมากมายต่างรอคอยการช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว ก็นี่แหละประสบการณ์หลังความกลัวที่เป็นใครต้องผวาและกระวนกระวาย ทว่าสิ่งหนึ่งที่พบได้ชัดเจนหลังประสบคลื่นยักษ์สึนามิคือการตามหาคนที่เรารักว่าอยู่ไหน ปัญหาคือพวกเขายังมีชีวิตมาหาพวกเขาได้หรือไม่ และนี่คือสิ่งที่เฮนรี่ห่วงที่สุดไม่ต่างกับมาเรียที่ขอเจอหน้าทุกคนในครอบครัวแม้จะลำบากแค่ไหนก็ตาม     หนังฝรั่ง netflix

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น