รีวิว The Gentlemen สุภาพบุรุษมาหากัญ

หนังบางสไตล์ ก็มีผู้กำกับบางคนที่ทำได้ดีนะผู้กำกับ “กาย ริตชี” ได้หวนกลับมาสู่หนังแนวถนัดมือของเขาอีกครั้ง หลังจากที่เบนเข็มท้าทายอาชีพด้วยการไปกำกับ “Aladdin” ให้กับดิสนีย์พอกลับมาทำมันก็เลยรู้สึกดีที่ได้กลับมาเสพงานแนวถนัดของผู้กำกับคนนี้อีกครั้ง อย่างเช่น ‘The Gentlemen’ หรือ ‘สุภาพบุรุษมาหากัญ’ ผลงานของ กาย ริชชี่ เขานั่นล่ะ

เรื่องราวอันซับซ้อนแต่ไม่ยากเกินจะเข้าใจของวงการมืดที่ซ่อนตัวอยู่บนเกาะอังกฤษ มิกกี้ เพียร์สัน เจ้าพ่อกัญชาผู้ทรงอิทธิพล กำลังจะตัดสินใจวางมือจากวงการ แต่การผละตัวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาตกเป็นเป้าหมายที่นำพาไปสู่ชนวนความขัดแย้งและหักเหลี่ยมกัน ระหว่างแก๊งมาเฟีย, องค์กรยาเสพติด, สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ และเหล่าไฮโซชนชั้นสูง ที่ล้วนแต่เป็นเครือข่ายธุรกิจมืดของเขา

เรื่องนี้กลายเป็นหนังที่มีลายเซ็นและเอกลักษณ์โดดเด่นของ กาย ริตชี ได้กลิ่นอายจากผลงานเก่าๆ ของเขา ไม่ว่าจะเป็น “Snatch” หรือ “Lock, Stock…” ที่มีความดิบเถื่อนแบบกลุ่มแก๊งสไตล์ฮูลิแกนส์ที่เคยสร้างชื่อให้กับเขามาก่อน แต่ยังเสริมด้วยชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่มีช่วยกระตุ้นอรรถรสได้เป็นอย่างดี ร่วมด้วยทีมนักแสดงที่ช่วยเติมเต็มให้หนังทั้งเรื่องได้อย่างสมบูรณ์

ขณะเดียวกันก็ยังกระจายบทให้กับนักแสดงได้อย่างทั่วถึง “แมทธิว แม็คคอนาเฮย์” แม้จะรับบทนำที่สุด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่อง เพราะยังมี “ชาร์ลี ฮันแนม” ที่เป็นเหมือนมือขวาของเจ้าพ่อ บทของเขาได้เข้ามาช่วยเสริมและเติมเต็มความบันเทิงของหนังได้ดียิ่งขึ้น

หนังมาพร้อมกับบทพูดและไดอะล็อกพรั่งพรูออกมาตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะช่วงประมาณ 30 นาทีแรกจะค่อนข้างชวนหลับ เพราะเต็มไปด้วยการเกริ่นเข้าเรื่องด้วยคำบอกเล่าต่างๆ แต่หากก้าวข้ามผ่านจุดนั้นไปได้ พอสตาร์ทเครื่องติด หนังก็เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกครบเครื่องไปตลอดทั้งเรื่องเลยทีเดียว

บทหนังอาจจะดูไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่เพราะการเชือดเฉือนหักเหลี่ยมคนของสุภาพบุรุษแต่ละฝ่าย ผลักดันทำให้หนังฉายเสน่ห์ออกมาได้เรื่อยๆ อย่างประสบความสำเร็จ

นักแสดงคนอื่นๆ ก็เจิดจรัสเช่นเดียวกัน “เฮนรี่ โกลดิง” มาพร้อมกับบทบ้าระห่ำที่เขาก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี “โคลิน ฟาร์เรล” กลายเป็นตัวละครที่เสริมเข้ามาอย่างถูกที่ถูกทาง แต่ตัวละครที่แย่งซีนได้สุดๆ คงต้องยกให้ “ฮิวจ์ แกรนท์” ที่เป็นเหมือนตัวการของเรื่อง และขับเคลื่อนหนังทั้งเรื่อง แม้จะให้การแสดงธรรมดาๆ แต่กลับมีเสน่ห์เหลือหลาย

The Gentlemen สุภาพบุรุษมาหากัญ แม้จะมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักอึ้งและเข้มข้น แต่ปรากฏว่าการเล่าเรื่องและนำเสนอของหนังได้ทำให้ถูกมองข้ามไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นหนังเชือดเฉือนหักเหลี่ยมที่สนุกอีกเรื่อง และน่าจะถูกใจคอหนัง…โดยเฉพาะคุณผู้ชายรักความสะใจ ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานมีชั้นเชิงตามแบบฉบับ กาย ริตชี ที่ดูแล้วจะติดใจได้ไม่ยาก

เรื่องราวของคนในแวดวงกัญชามาถึงแล้ว เมื่อเจ้าพ่อกัญชาผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งเกาะอังกฤษอย่าง มิกกี้ เพียร์สัน (Matthew McConaughey/แมทธิว แม็กคอนาเฮย์) คิดจะวางมือจากวงการ การขายกิจการของเขากลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างหลายองค์กร

นี่คือหนังรวมก๊วนตัวป่วนที่ไม่ใช่คนดี อันเป็นสูตรชายที่ชื่อ Guy Ritchie ค่อนข้างทำถนัดและทำได้ดี จากที่เคยเล่าเรื่องปล้นเพชร คราวนี้หันมาเล่าเรื่องกิจการปลูกและขายกัญชา อันเป็นกิจการใหญ่โตทำรายได้มหาศาล ในวันที่รอวันถูกกฎหมาย มิกกี้คนดีก็กลับอยากจะปล่อยวางขายกิจการ แต่ดูเหมือนกิจการที่ทำเงินก้อนโตเช่นนี้จะกลายเป็นชนวนของปัญหาอันยุ่งเหยิงไปเสียแล้ว

เมื่อแมทธิว (Jeremy Strong) เป็นนักธุรกิจผู้สนใจมาซื้อกิจการ แต่ไปๆ มาๆ ก็กลับเกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน มีคนบุกถึงรังทั้งยังขโมยกัญชาไป ไม่พองานนี้ยังมีคนตามขุดคุ้ย งานนี้มีคนมาพัวพันกับกัญชาเยอะ…หาย ไม่ว่าจะเป็น เฟล็ทเชอร์ นักข่าวหัวเหี่ยว (Hugh Grant), ดรายอาย เจ้าพ่อรุ่นใหม่หน้าเอเชีย (Henry Golding), เรย์ ชายผู้อยู่เคียงข้างมิกกี้มาตลอด (Charlie Hunnam), โค้ชค่ายมวยที่ไม่น่าจะมาเอี่ยวแต่ก็เอี่ยวไปแล้ว (Colin Farrell)

รวมไปถึง โรส เมียสาวที่มิกกี้รักมากกกกก (Michelle Dockery)

รีวิว The Gentlemen สุภาพบุรุษมาหากัญ

เครดิตขึ้นยังยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว ยิ้มให้ในความเจ๋งของบท ความยอดเยี่ยมของนักแสดง เนื้อเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ และความมีสไตล์ของหนังเรื่องนี้ นี่คือ The Gentlemen กับกราบใจคนคิดชื่อไทยจริงๆ สุภาพบุรุษมาหากัญ เรื่องราวของเจ้าพ่อกัญชาแห่งเกาะอังกฤษ ที่พร้อมจะวางมือเพราะถึงจุดอิ่มตัวอยากไปใช้ชีวิตกับลูกๆ และจะขายอาณาจักรนี้ แต่เมื่อข่าวหลุดออกไป จึงเกิดเป็นเรื่องวุ่นๆ ศึกแย่งชิงอาณาจักรกัญชานี้

The Gentlemen คือผลงานลำดับที่ 11 ของ Guy Ritchie ที่กลับมาทำกำกับและเขียนบทงานที่ถนัดอีกครั้ง หลังจากที่หลุดแนวไปซะหน่อยใน Aladdin (2019) เอาจริงๆ เรื่องนั้นถ้าไม่บอกว่า Guy Ritchie เราไม่รู้เลยจริงๆ แต่ครั้งนี้เขากลับมาทำหนังแนวอาชญากรรม หักเหลี่ยม เฉือนคม เหมือนกับผลงานแจ้งเกิดของเขาอย่าง Lock, Stock and Two Smoking Barrels (1998), Snatch (2000) ถ้าใครเคยดู ก็จะเข้าใจว่า The Gentlemen เป็นยังไง เพราะมันคือแนวแบบนั้นแหละ

มาเริ่มกันที่ความน่าสนใจแรกของหนังเลย กับตัวละคร คือถ้าตัดชื่อผู้กำกับ แนวหนัง เนื้อเรื่องออกไป แค่ตัวละครก็อยากดูแล้ว มีทั้ง Matthew McConaughey, Charlie Hunnam, Michelle Dockery, Jeremy Strong, Colin Farrell, Henry Golding และ Hugh Grant

หนังมีคาแรคเตอร์แต่ละตัวละครที่ชัดเจนมาก บทเปิดตัวของแต่ละคนยิ่งการันตี และเป็นเครื่องบ่งบอกความเป็นตัวตนของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี แถมยังมีการแบ่งบทที่ดีอีกต่างหาก อีกอย่างคือความมีสไตล์ การแต่งตัวของตัวละครที่เท่ชะมัด คือแต่ละคนยังกะเดินแฟชั่นวีคยังไงยังงั้น

หนังดำเนินเรื่องตามสไตล์ของ Guy Ritchie เลย โดยเรื่องนี้จะเป็นการดำเนินเรื่องผ่านการบอกเล่าของ Fletcher (Hugh Grant) ที่พยายามจะแบลคเมล Mickey Pearson (Matthew McConaughey) เจ้าพ่อกัญชา โดยการสนทนาผ่านทาง Ray (Charlie Hunnam) ซึ่งบทสนทนานั้นเต็มไปด้วยความฮา ความยียวนกวนประสาท

แบบเล่าๆ อยู่ปวดฉี่ขอไปเข้าห้องน้ำงี้ และยังมีชั้นเชิงในการเล่าที่เข้าใจไม่ยาก แต่บันเทิงชะมัด คือไม่ได้คิดตามจนต้องปวดหัว แต่ก็ไม่ได้ง่ายจนเดาออก อ๋อ ต้องบอกไว้ก่อนว่าบทสนทนาเรื่องนี้เยอะมาก ถือเป็นเรื่องที่เยอะที่สุดในบันดาหนังของ Guy Ritchie เลยก็ว่าได้ คือมีบทพูดทุกวินาทีเลยว่างั้นเถอะ ตัวบทเองมีการหักเหลี่ยมเฉือนคม คนนั้นคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง และทุกส่วน ทุกเหตุการณ์ มีแต่เรื่องสนุกๆ ทั้งนั้น

ดูหนัง

รีวิว The Gentlemen สุภาพบุรุษมาหากัญ

ความรู้สึกหลังดู

ทำตัวเป็นหนังแก๊งสเตอร์ที่เล่าเรื่องได้แซบมาก ทั้งยังเล่าได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เริ่มต้นอย่างหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปมันกลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เริ่มต้นอาจทำให้คนอยากผมต้องสับสนจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก เพราะมักจะมีปัญหากับหนังที่ตัวละครเยอะอยู่สักหน่อย พอเข้าใจเรื่องได้คร่าวๆ มึนๆ อยู่บ้างหน่อยๆ กับลีลาการพูดมากของตัวละครบางตัวที่ทำให้ต้องใช้สมาธิในการอ่านซับไตเติลไปด้วย สมองก็ต้องเรียบเรียงทำความเข้าใจเรื่องราวไปด้วย มันจึงไม่ง่ายนักในช่วงแรกที่จะเข้าใจเรื่องทั้งหมด

แต่พอเวลามันผ่านไปสักพัก เค้าโครงต่างๆ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พอจะเข้าใจเรื่องมากขึ้น ผู้กำกับก็พาเราไปเจอกับตัวละครตัวใหม่ ทำให้ต้องสงสัยต่ออีกว่าตาคนนี้มาทำไม เกี่ยวข้องยังไงกับตัวเรื่องและธุรกิจกัญชาของมิกกี้

‘เป็นหนังที่มุกเยอะแต่คนจะขำในช่วงแรกคือคนที่จะเก็ตและขำก็มักเป็นคนที่ฟังคำพูดในภาษาดั้งเดิมเข้าใจโดยไม่ต้องอ่านซับไตเติลนั่นแหละ พอมาช่วงหลังนี่สิ ฮากันได้ทั้งโรง

แถมหนังยังพาให้คนดูอึ้งไปอึ้งมาเมื่อเขาพาเราไปเซอร์ไพรส์ไม่หยุดหย่อน

เว็บหนัง

รีวิว The Gentlemen สุภาพบุรุษมาหากัญ

เป็นเรื่องราวเกี่ยวของ มิกกี้ เพียร์สัน (แมทธิว แม็กคอนาเฮย์) เขาผู้ซึ่งเป็นเจ้าพ่อกัญชาผู้ทรงอิทธิพลที่ครอบครองกัญชาจำนวนมหาศาลในเกาะอังกฤษ และเมื่อเขาได้ตัดสินใจที่จะละทิ้งและวางมือจากธุรกิจการค้ากัญชาของเขา เพื่อที่เขาจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาสามัญทั่วไป โดยที่เขานั้นได้เสนอขายธุรกิจของเขาให้กับผู้ทรงอิทธิพลคนอื่น ๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากได้มันมาครอบครอง จนประเด็นนี้ได้กลายมาเป็นเรื่องบานปลายจนทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างผู้ทรงอิทธิพลด้วยกันเอง

เป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้ครบรสและมีความแปลกใหม่ในการของสไตล์กาเล่าเรื่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากการดำเนินเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นการพูดคุยกันไปเสียส่วนใหญ่ ด้วยบทพูดที่ยาวและเร็ว จึงทำให้ผู้ชมจะต้องโฟกัสเป็นพิเศษเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองนั้นไม่ได้หลุดรายละเอียดสำคัญ ๆ ไป และสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์มาก ๆ เลยก็คือน้ำหนักของตัวละครที่มีพอ ๆ กัน

เพราะตัวหนังไม่ได้เลือกที่จะเล่าผ่านมุมมองของตัวหลักเพียงคนเดียว แต่มีการเล่าจากมุมมองของคนอื่นด้วย ซึ่งก็ทำให้คนดูอย่างเราเห็นถึงเครือข่ายและความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเราจะเห็นความเกี่ยวข้องกันที่บางองค์กรดูอาจจะไม่ได้มีเอี่ยวด้วย แต่มันก็ต้องมีการเกี่ยวโยงกันอยู่ดี

ส่วนฉากแอ็คชั่นถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีใส่มาเยอะๆเหมือนหนังมาเฟียเรื่องอื่น ๆ แต่การมาของฉากแอ็คชั่นในแต่ละทีก็ถือว่าเอาอยู่และสมการรอคอย บวกไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ ของหนังทั้งบทพูดและวิธีการแสดงของตัวละครก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

รีวิว The Gentlemen สุภาพบุรุษมาหากัญ

โดยการดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้นั้นค่อยข้างดี แถมการเล่าเรื่องก็พีคแบบสุด ๆ ซึ่งในช่วงแรกอยากให้ตั้งใจดูสักนิด เพราะมีบทสนทนาที่ค่อยข้างเยอะแต่ไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอน ในหนังเราจะได้เห็นการใช้คำพูดเท่ ๆ ที่ใช้เฉือดเฉือนกันในวงการธุรกิจสีดำของเหล่าสุภาพบุรุษ

แถมในหนังยังพอมีฉากแอ็คชั่นให้เราเสพกันอีกด้วย บอกได้เลยว่าทั้งเถื่อนทั้งดิบ แต่ไม่ใช่ว่าจะดิบขนาดนั้นนะ ในหนังยังสอดแทรกมุกตลกให้ได้ต้องฮาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างครอบครัวให้เราเห็นอีกด้วย ถือว่าเป็นหนังที่คุ้มค่าแก่การรับชมมากอีกหนึ่งเรื่องของช่วงต้นปีนี้เลยก็ว่าได้

The Gentleman สุภาพบุรุษมาหากัญ เป็นหนังที่ดูเพลินอีกหนึ่งเรื่อง และเราจะได้เห็นนักแสดงเบอร์ใหญ่ ๆ ของฮอลลีวูดมารวมตัวกันในเรื่องนี้ก็ถือว่าคุ้มมากแล้ว ใครที่เป็นแฟนหนังตลกร้ายแบบนี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาด 7.5/10

 รีวิวหนังฝรั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น