รีวิว The Exorcist

เดือนธันวาคมปี 1973 เอาให้ชัดกว่านั้น คือหนึ่งวันหลังวันคริสต์มาส ภาพยนตร์เรื่อง The Exorcist เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพียงไม่กี่สิบโรงในสหรัฐอเมริกา เป็นหนังเล็กๆ ที่สร้างจากหนังสือที่ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ แต่ที่ไหนได้ หลังจากหนังเข้าฉายไม่นาน เสียงบอกต่อถึงความน่าสะพรึงกลัว

และความรุนแรงทางอารมณ์ กลายเป็นจุดขายสำคัญที่ส่งหนังของผู้กำกับวีลเลียม ฟรีดกิน ให้กลายเป็นปรากฏการณ์หนังสยองขวัญสั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นักวิจารณ์ส่วนใหญ่ชื่นชมความขนพองสยองเกล้า และการที่หนังประจันหน้าท้าทายหลักศรัทธาและความเชื่อของ

ศาสนาคริสต์อย่างจะแจ้ง สุดท้ายหนังขยายโรงและทำเงินไปเกือบ 200 ล้านดอลล่าร์ เป็นหนึ่งในหนังผีที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล และเป็นหนังผีเรื่องแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Picture และยังเข้าชิงรวมทั้งหมดถึง 10 สาขา  ดูหนัง

รีวิว The Exorcist

47 กว่าปีผ่านไป The Exorcist ยังคงความสยองไม่เสื่อม และตอนนี้หนังผีคลาสสิกเรื่องนี้มีให้ชมใน Netflix ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาทำไม The Exorcist ถึงเป็นอมตะนิรันดร์กาล ทนทานต่อกาลเวลา และยังน่ากลัวกว่าหนังผีสมัยใหม่แทบทุกเรื่อง? ตอนออกฉาย หนึ่งในคำเตือนของโรง

หนังบางแห่งคือห้ามเด็กและคนท้องเข้าชม มีรายงานคนดูที่เป็นลม อ้วกแตก หรือดูไม่จบต้องวิ่งหนีออกมาก่อน ในอังกฤษ หนังได้เรท X และถุกแบนห้ามฉายในหลายๆ จังหวัด เช่นกันหนังถูกห้ามฉายในประเทศอิสลามตะวันออกกลางแทบทุกประเทศ แม้แต่เทรลเลอร์สั้นๆ ของหนังก็ถูกแบน

เช่นกันในหลายพื้นที่เพราะมัน “น่ากลัวเกินไป” (แต่หนังเรื่องนี้เข้าฉายในเมืองไทย ผู้เขียนมีญาติผู้ใหญ่ที่ทันดูในโรงและเล่าให้ฟังว่าคนดูหวาดกลัวหนังขนาดไหน และเมื่อไม่กี่ปีก่อน The Exorcist กลับมาฉายที่โรงสหนังกาล่าในรอบพิเศษเพียงหนึ่งรอบในวันฮัลโลวีน) การที่หนังลงช่องสตรีมมิ่งใน พ.ศ. นี้ จีงเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ชมรุ่นใหม่ที่ไม่เคยดูหนังคลาสสิคสุดอื้อฉาวเรื่องนี้

รีวิว The Exorcist

เรื่องราวใน The Exorcist ไม่ซับซ้อนเลย หนังสร้างจากหนังสือที่อ้างอิงจากเรื่องจริง ว่าด้วยเด็กสาววัย 12 ปี หน้าตาน่ารัก ชื่อ เรแกน (แสดงโดยดาราเด็ก ลินดา แบลร์) ที่ถูกปีศาจเข้าสิง หนังแทบทั้งเรื่องเป็นเรื่องของการไล่ผีโดยบาทหลวงสองรูปสองวัย ที่ใช้เทคนิควิธีการต่างๆ ทั้งขู่ทั้ง

ปลอบ ทั้งไม้แข็งไม้อ่อน ทั้งสวดภาวนาและขู่เข็ญ แต่เพราะผีที่สิงเมแกนช่างโหดเหี้ยมและเป็นอวตารของปีศาจจากขุมนรกอันชั่วร้าย บาทหลวงทั้งสองรูปพบว่า พลังของบทสวด พลังของศาสนจักร และพลังแห่งศรัทธาทั้งหลายแหล่ที่พร่ำสอนกันมาว่าเอาชนะความชั่วร้ายทุกอย่างได้ กลับ

ไม่สามารถทำปัดเป่าผีร้ายให้ออกจากร่าง ไม่แม้แต่จะทำให้มันระคายเคือง ปีศาจเล่นงานเมแกนแบบวายป่วง ทั้งทำให้หน้าตาเธอเละเหมือนศพ ทำให้เธอพ่นเมือกเขียวใส่คนรอบข้าง บิดหัว หักคอ กระแทกเธอกับเตียง และกระทำการลบหลู่ไม้กางเขนอย่างอุจาดตา ฉากผีสิงเรแกนที่หนัง

ดีไซน์มาอย่างละเอียด เป็นหนึ่งในสาเหตุที่หนังโดนแบนจากหลายประเทศ ทำให้หนังอื้อฉาวและถึงขั้นถูกมองว่าเป็นหนังต่อต้านศาสนาและสรรเสริญพลังของผีห่าซาตาน ฉากเหล่านี้เป็นฉากที่ทารุณจิตใจคนดูขวัญอ่อนอย่างที่หนังผีสมัยใหม่ยังทำได้ไม่ดิบและไม่แรงเท่า

รีวิว The Exorcist
รีวิว The Exorcist

รีวิว The Exorcist

ภาพในหนังอาจจะดูรุนแรง และยิ่งรุนแรงเพราะเหยื่อในที่นี้คือเด็กผู้หญิงวัย 12 ปี ที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ผู้เขียนเชื่อว่า หนังเรื่องนี้คงสร้างในสมัยนี้ไม่ได้ ด้วยค่านิยมในสังคมอเมริกาที่เปลี่ยนไป) แต่สิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าภาพที่เราเห็น คือการที่หนังทำให้เห็นความล้มเหลวของศรัทธา และ

ลิดรอนรากฐานของความเชื่อในศาสนาคริสต์จนเปลี้ยง่อย เมื่อบาทหลวงทั้งสองจนมุมและตกเป็นเบี้ยล่างให้กับพลังดึกดำบรรพ์ที่ควบคุมไม่ได้ อเมริกาในปี 1973 ที่หนังออกฉาย ยังเป็นช่วงเวลาของความสั่นคลอนทางศีลธรรม เมื่อความชั่วร้ายในรูปแบบต่างๆ ถูกแสดงออกให้เห็นตำตา ทั้ง

คดี Watergate ของประธานาธิบดีนิสัน ทั้งความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม ทั้งความวิตกต่ออาชญากรรมและอำนาจมืดต่างๆ และสภาพสังคมที่ยังหาแสงสว่างไม่เจอ เหล่านี้ทำให้ปีศาจใน The Exorcist เป็นทั้งปีศาจจริงๆ และเป็นภาพแทนของความตกต่ำทางศีลธรรมที่แม้แต่นักบวชและ

ศาสนาซึ่งน่าจะเป็นผู้ไถ่ถอนชำระบาป กลับไร้พลังความสามารถ ล้มเหลวแม้แต่ในความพยายามจะช่วยเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งรับรองได้ว่า ถึงเวลาจะผ่านไป The Exorcist ยังคงความขนลุกขนพอง ความน่าเกลียดน่ากลัว และทำให้คนดูหนังที่ว่าจิตแข็งนักหนาต้องหวั่นไหวไปกับภาพ เสียง และ

อารมณ์ถาโถม อิทธิพลของหนังยังส่งต่อมาถึงทุกวันนี้ในฉากสยองขวัญของหนังหลายๆ เรื่อง ทั้งไทยและเทศ ทั้งฉากบิดหัว ฉาก “สะพานโค้ง” และฉากไล่ผีที่อึมครึมและอึดอัด ไม่มีหนังผีเรื่องไหน ที่ไม่คารวะ หรืออยู่ใต้เงาสะพรึงของ The Exorcist ถ้าไม่เคยดู ก็ไม่ต้องรอต่อไป ถ้าเคยดูแล้ว ปิดไฟตอนเที่ยงคืนแล้วดูซ้ำอีกรอบ ถ้ามั่นใจว่าดูจบแล้วจะนอนหลับได้  ดูหนังออนไลน์

รีวิว The Exorcist

ความรู้สึกหลังดู

The Exorcist (1973) คือภาพยนตร์ที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงในเมืองเมาท์ เรเนียร์ รัฐแมริแลนด์ เมื่อปี 1949 เมื่อมีพิธีไล่ปีศาจในร่างของ ร็อบบี มานน์ไฮม์ เด็กชายอายุ 14 ปี อันเป็นเรื่องราวโด่งดังจนทำให้ วิลเลียม ปีเตอร์ บลาตลี ต้องหยิบยกเหตุการณ์นี้มาเขียนเป็นนิยายสยองขวัญ

ในปี 1971 และติดอันดับ Best Seller จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1973 บลาตลีได้เสนอตัวเป็นโปรดิวเซอร์ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมีนักแสดงนำคือ เอลเลน เบอร์สติน, ลินดา แบลร์, แมกซ์ ฟอน ซีโดว์ และเจสัน มิลเลอร์

The Exorcist ว่าด้วยเรื่องของ เรแกน แม็กนีล สาวน้อยที่ถูกวิญญาณซาตานร้ายเข้าสิง คอยกัดกินจิตใจและร่างกายของเธอ โดยในระหว่างนั้นก็เกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นภายในครอบครัว โดยเฉพาะกับตัวของเรแกน จนสุดท้ายครอบครัวต้องขอความช่วยเหลือจากโบสถ์ เพื่อเชิญ

บาทหลวงมากประสบการณ์มาช่วยไล่ผีโดยในฉากไล่ผีที่เกิดขึ้นนั้น แต่ละซีนเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของหนังผีหลายๆ เรื่อง หรือจะเรียกว่าเป็นซีนระดับตำนานเลยก็ว่าได้ ทั้งครีเอทีฟของความน่ากลัว การแสดงของสาวน้อยเรแกน เอฟเฟกต์บนใบหน้าที่ดูไม่เหลือเค้าเดิม จนทำให้คนตื่นเต้นและลุ้นระทึกกับความน่ากลัวที่ผสมผสานกันลงตัวอย่างบอกไม่ถูก

The Exorcist ทำรายได้ทั่วโลกไป 441 ล้านเหรียญสหรัฐ และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ ทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 10 สาขา และได้รับรางวัลในสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ที่สำคัญที่สุด The

Exorcist ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรก ที่หนังแนวสยองขวัญได้เข้าชิงออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ป๊อปคัลเจอร์ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้หนังสยองขวัญหลายต่อหลายเรื่องหลังจากนั้น และตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็ยังคงได้รับเลือกให้เป็น

หนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญตลอดกาล ไม่ว่าจะโดย Entertainment Weekly, Movies.com, Time Out ล่าสุดในปี 2016 ทาง 20th Century Fox TV ได้นำเรื่องราวของ The Exorcist ไปพัฒนาเป็นซีรีส์ชื่อเดียวกันออกฉายทาง Fox TV ในเดือนกันยายนปี 2016   ดูหนังออนไลน์4k

ก่อนจะเริ่มขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่านี่คือการเขียนรีวิวหนังครั้งแรกของผม ดังนั้นอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยนะครับเอาละมาเริ่มกันเลย สำหรับการรีวิวหนังเรื่องเเรกของเพจ ผมจึงขอหยิบหนังผีระดับตำนานอย่างเรื่อง TheExorcist มารีวิวก่อนเลย สาเหตุเพราะเร็วๆนี้พึ่งจะได้มีโอกาสกลับมาดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ดูมานานนั้นเอง

เรื่องย่อ:เป็นเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับแม่อย่างมีความสุขแต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่ออยู่ๆเด็กสาวคนนั้นก็มีอาการผิดปกติราวกับถูกปีศาจร้ายเข้าสิ่ง และด้วยความรักของเเม่เธอจึงพยายามทำทุกทางเพื่อช่วยลูกสาวของเธอ โดยหนังจะเป็นการนำเสนอเรื่องราวของศาสนาและสิ่งลึกลับรวมถึงจิตวิญญาณ

ความรู้สึกหลังดูจบ:ตอนที่ดูครั้งเเรกในวัยเด็กบอกตรงๆตอนนั้นรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่ากลัวมากๆ ฉากหลายๆฉากทำให้ผมจำติดตานอนไม่หลับไปหลายวัน พอกลับมาดูอีกครั้งก็ยอมรับนะว่ายังรู้สึกหลอนๆอยู่แม้จะไม่เท่ากับที่ดูตอนเด็กก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกขึ้นมาได้เลยคือ #คนยุคใหม่ไม่มีทางจะชอบหนังเรื่องนี้อย่างเเน่นอน ส่วนเหตุผลไว้ผมจะอธิบายไปเรื่อยๆเเละคุณจะเข้าใจเอง

สิ่งเเรกที่ผมอยากชื่นชมหนังเรื่องนี้มากๆเลยคืองานด้าน Production ของหนังแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าหนังเมื่อ40กว่าปีที่เเล้วจะมีเทคนิคที่ดูดีขนาดนี้โดยเฉพาะงานด้านภาพ หนังมีภาพที่คมชัดเก็บรายละเอียดต่างๆโดยรอบชัดเจน เราจะเห็นได้จากช่วงเเรกๆของหนังที่อยู่ที่โบราณสถานว่าแม้แต่ก้อนหินก้อนกรวดเล็กๆที่กระจายอยู่โดยรอบเราก็ยังสามารถมองเห็นได้สบายๆ

ส่วนของการเเสดงผมไม่อยากบอกอะไรมากเพราะนักเเสดงเล่นดีทุกคน โดยเฉพาะน้องหนู Linda Blair ที่ตอนนี้อายุรุ่นแม่ผมเเล้ว แต่ต้องยอมรับว่าตอนนั้นนางแสดงดีจริงๆช่วงที่เล่นเป็นเด็กน่ารักสดใสก็น่ารักสดใสสมวัยน่าเอ็นดูเหลือเกิน ตอนเริ่มก้าวร้าวก็ช่วนให้รู้สึกหมั่นไส้น่าตบให้หัวทิ่มจริงๆ 555 และตอนเป็นผีก็ชวนให้หลอนจนน่าขนหัวลุก ฉากที่เธอหมุนหัวมายิ้มให้นี่บอกเลยว่าสุดจริงๆ

  รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น