รีวิว THE CURED ซอมบี้กำเริบคลั่ง

ผู้คนคุ้นเคยกับหนังซอมบี้กันเป็นอย่างดี กับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดของมนุษย์กลายพันธุ์ การพยายามเอาตัวรอดของผู้คน ความเห็นแก่ตัว ความรักและมิตรภาพที่กลั่นกรองกลายมาเป็นความเข้มข้นอย่างสุดขั้ว ก่อนหน้านี้ขโมยซีนคว้ารางวัลหนังสยองขวัญยอดเยี่ยมในเทศกาล Fastastic Fest มาแล้ว

และจากฟีดแบ็กของสื่อนอกค่อนข้างโอเคเลย โดยเฉพาะพลอตหนังซอมบี้ที่มีความฉีกแนวออกไปถูกทำให้ใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์มากขึ้นจนกลมกลืนเป็นสังคมเดียวกัน ซึ่งน่าสนใจที่ได้นักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง Ellen Page มารับบทหนักอึ้งคู่กับ Sam Keeley แถมนี่ยังเป็นหนังเรื่องยาวเรื่องแรกของ David Freyne ผู้กำกับหนุ่มไอริชอีกด้วย

แต่.. คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยนึกไปถึงโลกที่รอคอยอยู่หลังวันโลกาวินาศ ระบบของสังคม การฟื้นฟูเมืองและการยอมรับถ้าหากคนที่เคยเป็นซอมบี้ถูกรักษาจนหายกลับมาสู่สังคมอีกครั้ง!?

หนังสยองขวัญ The Cured ซอมบี้กำเริบคลั่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งของเรื่องราวที่จะช่วยให้เห็นสภาพของสังคมอันบอบช้ำหลังเหตุการณ์เหล่านั้น ผ่านเนื้อหาที่ดราม่าเข้มข้น + สยดสยอง แต่จะน่าดูสักเพียงใดนั้น ต้องลองมาติดตามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจรับชมกันในบทความชิ้นนี้กันเลย

ประเภท : สยองขวัญ / ดราม่า / ซอมบี้

ปีที่ฉาย : 2017

เวลา : 1.35 ชั่วโมง

IMDb: 5.6 /10

เว็บดูหนัง

เนื้อหาของ The Cured เริ่มด้วยการระบาดของเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Maze ในกรุงดับลิน ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงเปลี่ยนให้คนธรรมดากลายเป็นซอมบี้ได้ โดย Abbey (Ellen Page) น้องสาวภรรยาที่รับพี่เขย Senan (Sam Keeley) ผู้เคยเป็นซอมบี้มาก่อนและได้รับการรักษาจนหายขาดไปแล้วเข้ามาอยู่ด้วยในบ้าน

ประเด็นสำคัญของหนังอยู่ตรงที่ว่า เมื่อคนที่เคยเป็นซอมบี้ได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ทั่วไปในสังคม เขาจะได้รับการยอมรับมากน้อยแค่ไหน หรือสังคมจะผลักดันกลับให้เขากลายเป็นซอมบี้อีกครั้ง

เอาเข้าจริง The Cured ไม่ได้เดินตามขนบธรรมเนียมหนังผีหนังซอมบี้ที่ขายความระทึกขวัญเท่าใดนัก ตัวหนังอาจยังมีซีนตุ้งแช่ให้สะดุ้ง ให้หลอนบ้างเป็นระยะ แต่หลัก ๆ เลยคือการโฟกัสไปที่ประเด็นดราม่า ในเรื่องเรียกร้องสิทธิในความเป็นมนุษย์ของผู้ที่เคยป่วยจนเป็นซอมบี้

เปรียบเทียบกับชีวิตจริงก็เหมือนคนเคยติดคุกแล้วกลับคืนสู่โลกภายนอก ซึ่งกลับกลายเป็นว่าโลกตรงหน้านั้นไม่ใช่อิสรภาพอย่างที่เขาฝันไว้อีกต่อไป ไม่มีใครยอมรับ และสุดท้ายเลือกกลับไปยังเส้นทางที่เคยพลาดพลั้งในที่สุด

เว็บดูหนังฟรี

The Cured ทำได้ดีตั้งแต่การปูเรื่องมาจนถึงจุดที่ Senan หวั่นไหวและสับสน ซึ่งแน่นอนว่าแม้จะได้รับการรักษาจนได้จนกลับมาเป็นมนุษย์สมใจ แต่มันไม่ได้ลบล้างความทรงจำ ความรู้สึกนึกคิด ความผูกพันของเพื่อนพ้องที่เคยเป็นซอมบี้ด้วยกันออกไปได้

การที่ Senan หายขาดจากโรคดังกล่าว เท่ากับว่าเขาทิ้งเพื่อนที่ยังติดไวรัสไว้เบื้องหลัง มาถึงตรงนี้หนังนำเสนอได้น่าสนใจและมาถูกทางมาก ๆ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่จะนำพาเข้าสู่จุดพีคในเรื่องของการกลับมามีตัวตนในสังคมนั้นกลับไม่เจาะลึกมากพอ

ไม่ขยี้มากพอ มันเลยรู้สึกว่าเมสเซจนั้นยังไม่ทรงพลังมากพอที่จะเกิดอิมแพ็คกับคนดู คือด้วยวิธีการเล่า เรารู้สึกได้ถึงความพยายามที่หนังจะหยิบยกประเด็นนี้มาสื่อ แต่มันระวังตัวเกินไป รู้สึกถึงความพยายามคุมโทนของหนังมากไป เลยกลายเป็นว่าไม่มีอะไรโดดเด่นน่าจดจำสักอย่างในถึงปลายทาง

ประเด็นสังคมที่หลายคนอาจจะมองข้าม หรือไม่ค่อยเห็นความสำคัญกันเท่าไหร่ น่าจะมีเรื่องของคนป่วยในโรค ที่สังคมไม่ค่อยให้การตอนรับ เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งเป็นค่านิยมที่มันต่อเนื่อง มาจากยุคก่อนที่การรักษา หรือความรู้เข้าใจที่มีต่อโรค

ขณะนั้นมันยังเข้าไม่ถึงผู้คน แต่ถึงต่อให้เป็นสมัยนี้เอง ค่านิยมเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะหมดไป มันก็เป็นเรื่องยากนะ ที่จะให้ทุกคนเข้าใจการแพร่เชื้อ หรืออาการป่วยของโรคเหมือนกันทั้งหมด อย่างในหนังเรื่องนี้ก็หยิบเอาประเด็น ของคนที่เคยติดเชื้อซอมบี้ แล้ววันนึงพวกเขา
ได้รับการรักษาจนหายแล้ว แต่สังคมและครอบครัว กลับไม่สามารถยอมรับได้ จากสิ่งที่พวกเขาเคยเป็นมาก่อน

รีวิว THE CURED ซอมบี้กำเริบคลั่ง

เซนัน (Sam Keeley) ชายที่ตอนนี้ได้รับการปลอดตัวเป็นอิสระ หลังจากได้รับการรักษาจนหายจากการเป็นซอมบี้ เพียงแต่สังคมกลับไม่ให้การตอนรับ พวกที่เคยติดเชื้อและเป็นซอมบี้มาก่อน แต่ เซนัน ก็ยังโชคดีที่ แอ๊บบี้ (Ellen Page) พี่สะใภ้และหลานชาย ยังให้การตอนรับเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แม้ลึกๆในใจของเธอ ยังรู้สึกหวาดระแวงอยู่ก็ตาม แตกต่างจาก คอนเนอร์ (Tom Vaughan-Lawlor) ชายที่แม้จะได้รับการรักษาจนหายแล้ว แต่กระทั่งคนในครอบครัวของตัวเองอย่างพ่อ ยังไม่ให้การต้อนรับเขากลับบ้าน เพราะสิ่งที่ คอนเนอร์ เคยทำไว้มันยังหลอกหลอนเขาอยู่

แต่สำหรับคนอย่าง คอนเนอร์ หากครอบครัวไม่ต้องการก็ไม่เป็นไร เมื่อเขาตัดสินใจสร้างครอบครัวใหม่ของตัวเองขึ้นมา ด้วยการรวบรวมสมัครพรรคพวก คนที่ต่างก็เคยเป็นซอมบี้กันมาก่อน และได้รับการรักษาจนหายแล้ว แต่สังคมไม่ให้การต้อนรับพวกเขากลับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ในเมื่อสังคมอยากไม่ต้อนรับเขาดีนัก คอนเนอร์ เลยคิดวางแผนที่จะสร้างครอบครัวใหม่ ที่มันใหญ่ขึ้นกว่าเดิมก็เท่านั้นเอง

หนังซอมบี้ที่ดราม่า แล้วก็อืดยืดยาดซะเหลือเกินในชั่วโมงแรก จนถึงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนังนั่นแหละ ถึงได้มีอะไรมาขับเคลื่อนความรู้สึกของเรา ให้ตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง จริงๆแล้วดราม่าของหนังมันมีประเด็นที่น่าสนใจนะ ในการตั้งคำถามกับสังคม เรื่องการยอมรับคนที่เคยคิดเชื้อกลับเข้าสังคม แต่เหมือนก็ยังทำไปได้ไม่สุดเท่าไหร่ จากที่น่าจะดราม่าเข้มข้น เลยกลายเป็นความอืดของเรื่องไปซะได้

จากที่ดูในหนังเรื่องนี้มันก็เข้าใจได้ทั้งสองมุมนะ เมื่อคนที่กลายเป็นซอมบี้สิ่งต่างๆที่ทำลงไป เขาก็ทำไปโดยความไม่รู้ตัว แต่ว่าผลที่เกิดขึ้นมันก็อาจจะเกินรับได้ สำหรับคนที่ได้เห็นเช่นกัน เหมือนกับที่ เซนันและคอนเนอร์ ต่างก็ทำร้ายสมาชิกคนในครอบครัวตัวเอง ในขณะที่เป็นซอมบี้ มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เหลือรอดในครอบครัวนะ ที่จะทำใจยอมรับการกลับมาได้

เมื่อภาพที่เกิดขึ้นในอดีตมันคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เอาจริงมันก็ไม่ใช่แค่คนในครอบครัวหรอก ตัว เซนัน เองก็ต้องฝันร้ายเห็นภาพตัวเอง ฆ่าคนที่รักแทบทุกคืนเช่นกัน พูดกันตามตรงมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอนที่ใครจะลบความรู้สึกเหล่านี้ไปได้ ไม่ว่าจะเจ้าตัวเอง ครอบครัว หรือกระทั่งสังคมรอบข้าง

หากพูถึงซอมบี้ในเรื่องนี้แล้ว ก็ทำออกมาได้ร่วมสมัยเหมือนกับหลายเรื่องก่อนหน้านี้ หลักๆเลยก็แข็งแกร่ง วิ่งเร็ว นี้แหละ มันเลยกระตุ้นต่อมความตื่นเต้น พอได้ในช่วงท้ายที่เหล่าซอมบี้ออกอาละวาด เพียงแต่ความโหด เลือดสาด ความแหวะ ตับไตไส้พุง อาจจะน้อยไปหน่อยไม่สะใจคอหนังสยองขวัญเท่านั้นเอง หากเทียบกับเรื่อง Day of the dead : Bloodline ที่ออกมาเมื่อต้นปี เรื่องนั้นถึงเนื้อเรื่องจะกากก็จริง แต่เรื่องความแหวะสยองทำออกมาได้สะใจคนดูเลยล่ะ แถมเจ้าซอมบี้ แม็กซ์ ก็โรคจิตน่ากลัวดีจริงๆ

สรุปแล้ว The Cured (2017) ซอมบี้กำเริบคลั่ง เป็นหนังซอมบี้ที่เน้นงานดราม่าไปหน่อย จนเนื้อเรื่องอืดพอสมควร อาจจะตีตื้นมาได้ในช่วงท้ายเรื่อง แต่รวมๆแล้วส่วนตัวคิดว่า ยังตอบโจทย์คอหนังซอมบี้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่หากไม่คาดหวังเยอะมากนัก ก็คิดว่าพอดูแก้ขัดให้หายคิดถึง หนังซอมบี้ได้บ้างเหมือนกัน

ดูหนังฟรี

รีวิว THE CURED ซอมบี้กำเริบคลั่ง

ความรู้สึกหลังดู

เนื้อหาของ The Cured เริ่มด้วยการระบาดของเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Maze ในกรุงดับลิน ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงเปลี่ยนให้คนธรรมดากลายเป็นซอมบี้ได้ โดย Abbey (Ellen Page) น้องสาวภรรยาที่รับพี่เขย Senan (Sam Keeley) ผู้เคยเป็นซอมบี้มาก่อนและได้รับการรักษาจนหายขาดไปแล้วเข้ามาอยู่ด้วยในบ้าน

ประเด็นสำคัญของหนังอยู่ตรงที่ว่า เมื่อคนที่เคยเป็นซอมบี้ได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ทั่วไปในสังคม เขาจะได้รับการยอมรับมากน้อยแค่ไหน หรือสังคมจะผลักดันกลับให้เขากลายเป็นซอมบี้อีกครั้ง

เอาเข้าจริง The Cured ไม่ได้เดินตามขนบธรรมเนียมหนังผีหนังซอมบี้ที่ขายความระทึกขวัญเท่าใดนัก ตัวหนังอาจยังมีซีนตุ้งแช่ให้สะดุ้ง ให้หลอนบ้างเป็นระยะ แต่หลัก ๆ เลยคือการโฟกัสไปที่ประเด็นดราม่า ในเรื่องเรียกร้องสิทธิในความเป็นมนุษย์ของผู้ที่เคยป่วยจนเป็นซอมบี้

ดูหนังฟรีออนไลน์

รีวิว THE CURED ซอมบี้กำเริบคลั่ง

เปรียบเทียบกับชีวิตจริงก็เหมือนคนเคยติดคุกแล้วกลับคืนสู่โลกภายนอก ซึ่งกลับกลายเป็นว่าโลกตรงหน้านั้นไม่ใช่อิสรภาพอย่างที่เขาฝันไว้อีกต่อไป ไม่มีใครยอมรับ และสุดท้ายเลือกกลับไปยังเส้นทางที่เคยพลาดพลั้งในที่สุด

The Cured ทำได้ดีตั้งแต่การปูเรื่องมาจนถึงจุดที่ Senan หวั่นไหวและสับสน ซึ่งแน่นอนว่าแม้จะได้รับการรักษาจนได้จนกลับมาเป็นมนุษย์สมใจ แต่มันไม่ได้ลบล้างความทรงจำ ความรู้สึกนึกคิด ความผูกพันของเพื่อนพ้องที่เคยเป็นซอมบี้ด้วยกันออกไปได้

รีวิว THE CURED ซอมบี้กำเริบคลั่ง

การที่ Senan หายขาดจากโรคดังกล่าว เท่ากับว่าเขาทิ้งเพื่อนที่ยังติดไวรัสไว้เบื้องหลัง มาถึงตรงนี้หนังนำเสนอได้น่าสนใจและมาถูกทางมาก ๆ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่จะนำพาเข้าสู่จุดพีคในเรื่องของการกลับมามีตัวตนในสังคมนั้นกลับไม่เจาะลึกมากพอ

ไม่ขยี้มากพอ มันเลยรู้สึกว่าเมสเซจนั้นยังไม่ทรงพลังมากพอที่จะเกิดอิมแพ็คกับคนดู คือด้วยวิธีการเล่า

เรารู้สึกได้ถึงความพยายามที่หนังจะหยิบยกประเด็นนี้มาสื่อ แต่มันระวังตัวเกินไป รู้สึกถึงความพยายามคุมโทนของหนังมากไป

เลยกลายเป็นว่าไม่มีอะไรโดดเด่นน่าจดจำสักอย่างในถึงปลายทาง

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น