รีวิว The Conjuring 3 – มัจจุราชบงการ

ปี 1981 นั้น Ed และ Lorraine ถูกขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยดูอาการของ David Glatzel เด็กน้อยที่มีลักษณะเหมือนผีเข้าอย่างรุนแรง ในขณะที่พวกเขากำลังทำการไล่ผีนั้น Arne Johnson แฟนหนุ่มของพี่สาว David ก็บอกให้ปีศาจปล่อย David แล้วเอาตัวเขาไปแทน จนสถานการณ์ทุกอย่างก็เหมือนจะสงบลง แต่แล้วไม่กี่วันต่อมา Arne ก็ได้ฆ่า Bruno Sauls เจ้าของที่ดินที่เป็นเพื่อนกับเขาโดยการใช้มีดแทงไม่ยั้ง โดยที่อ้างว่าทำลงไปเพราะถูกปีศาจควบคุมอยู่ จนทำให้ Ed และ Lorraine ต้องเข้ามาช่วยพิสูจน์ในสิ่งนี้ต่อกระบวนการกฏหมาย

สำหรับ The Conjuring 3 The Devil Made Me Do It นั้น เป็นภาคต่อที่ดูพยายามทดลองอะไรใหม่ๆ อยู่ไม่น้อย จนผลที่เกิดขึ้นคือความสยองที่อาจจะดรอปลงไปอยู่สมควร หรือในแง่มุขใหม่ๆ ในการหลอกหลอนก็ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก แต่หนังไปโฟกัสที่พาร์ทการสืบสวน ที่คู่สามี ภรรยา Warren นั้นได้เข้ามาช่วยเหลือตำรวจในการสืบสวนคดีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากกว่า แต่โดยรวมแล้วก็ยังน่าจะโดนใจคอหนังชุดนี้ ที่ติดตามหนังเรื่องก่อนๆ ในจักรวาล The Conjuring มากันอย่างเหนียวแน่นดี แม้ว่าจะแอบดรอปไปสักนิดก็ตาม

หมวดหมู่ : Horror Mystery Thriller
สัญชาติ : American
กำกับโดย : Michael Chaves
ความยาว : 1 ชั่วโมง 52 นาที
นักแสดงนำ : Patrick Wilson, Vera Farmiga, Ruairi O’Connor

รีวิว The Conjuring 3 – มัจจุราชบงการ

The Conjuring นับเป็นอีกแฟรนไชส์หนังสยองขวัญคุณภาพ ที่ปั้นมาโดยผู้กำกับมือดีอย่าง James Wan ที่นอกจากจะพาหนังในภาคแรกไปสู่ความสำเร็จได้แล้ว ยังแตกหน่อแยกจักรวาลต่างๆ ออกมาได้มากมาย โดยอาศัยผู้กำกับเด็กปั้นหลายๆ คนมาสานต่อเจตนารมณ์นี้ ซึ่งในภาคล่าสุดอย่าง The Devil Make Me Do It ก็ได้ Michael Chaves ผู้กำกับที่เคยมีผลงานในจักรวาลนี้มาก่อนแล้วอย่าง The Curse of La LLorona หรือคำสาปหญิงร้องไห้ ที่ส่วนตัวค่อนข้างชอบในมุขในที่หลากหลาย และความโหดของตัวผี แต่หลายคนกลับไม่ค่อยชอบ จนโดนวิจารณ์ยับและถอดออกจากจักรวาลไป   ดูหนัง

รีวิว The Conjuring 3 - มัจจุราชบงการ

เนื้อเรื่อง

กลับมาที่เรื่องราว The Conjuring ในภาคนี้ ที่หยิบเอาคดีดังของ Arne Johnson มาใช้ จากการที่ชายคนหนึ่งได้ลงมือฆ่าเจ้าของที่ตัวเอง แต่กลับให้การว่าเขาถูกปีศาจเข้าสิงและสั่งให้เขาเป็นคนทำ ซึ่งมันก็สร้างความฉงนมากๆ กับคนที่รับรู้ข่าวสาารนี้ หรือแม้แต่ศาลเองก็ยังงงว่าจะพิจารณาคดีสุดพิสดารนี้ยังไง การเล่าเรื่องของภาคนี้ จึงลดทอนในด้านความสยองลง และเน้นพาร์ทสืบสวน เพื่อให้เหตุผลประกอบคดีเสียมากกว่า และมีมุมที่ทำให้เราได้เห็นการทำงานร่วมกันของคู่สามี ภรรยา Warren และฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น เพื่อปูทางสู่ภาคต่อๆ ไป ที่พวกเขาจะมีเคสร่วมกันอีกมาก

ในพาร์ทสยองนั้นก็ไม่ได้นับว่าแย่เสียทีเดียว ในแง่โปรดักชั่น การหลอกอะไรก็ยังทำได้บันเทิงอยู่ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ทำให้คนดูรู้หวาดกลัวได้ขนาดนั้น ในส่วนมุขก็ยังคงเล่นรูปแบบเดิมๆ ยังไม่ค่อยมีอะไรใหม่นัก แต่ส่วนที่หนังยังเก็บเอาไว้ และเอามาใช้ได้ดีเห็นจะเป็นในเรื่องความสัมพันธ์ของคู่สามี ภรรยา ที่ต่างประคับประคองดูแลกัน จนรู้สึกได้ว่าพวกเขาตายแทนกันได้ เลยเกิดเป็นโมเมนท์โรแมนติคในหนังสยองขวัญที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักออกมาได้ลงตัวดี จนทำให้ภาพรวมภาคนี้แม้จะดรอปที่ความสยอง แต่ก็เติมเต็มมาด้วยพาร์ทสืบสวน และความสัมพันธ์แทน จนรู้สึกว่าแม้จะไม่ค่อยคุ้นลิ้นหน่อย แต่ก็ยังดูเพลินได้อยู่   ดูหนังออนไลน์

รีวิว The Conjuring 3 - มัจจุราชบงการ

การดำเนินเรื่อง

เรื่องสยองขวัญ ขนหัวลุกที่อิงจากเรื่องจริง นำมาเล่าและถ่ายทอดให้คนดูได้สัมผัสถึงความลุ้นระทึก และน่ากลัว ผ่านตัวละครหลักอย่าง เอ็ด และลอว์เรน วอร์เรน สองสามีภรรยาที่มีความสามารถขับไล่ภูตผีปีศาจได้ สำหรับภาพยนตร์ที่สร้างจากแฟ้มคดีดังอันน่าสะพรึงของของสองสามีภรรยาคู่นี้ ก็มีมาหลายภาค กับหลากหลายชื่อเรื่อง โดยปีที่ปล่อยแต่ละเรื่องออกมานั้นแม้จะเชื่อมโยงกันหมด ไม่ว่าจะเป็น The Nun, Annabelle และ The Conjuring

สำหรับภาคนี้ จะเหตุฆาตกรรมที่มีทั้งคน และปีศาจเป็นผู้บงการเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว โดยเรื่องจะเริ่มที่การต่อสู้เพื่อวิญญาณของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่เกือบจะโดนปีศาจที่สิงร่างทำร้าย ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่พาให้สองสามีภรรยา เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เรน ไปพบกับเรื่องที่น่ากลัว และอันตรายกว่าทุก ๆ เรื่องที่พวกเขาเคยเจอมา และอ้างอิงตามจริงนี่ก็คือเหตุการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอ้างเหตุผลการฆาตกรรมอันสยดสยองว่าถูกบงการด้วยปีศาจมัจจุราช

รีวิว

บอกก่อนว่าเป็นคอหนังสยองขวัญ และชอบจักรวาล Conjuring มาก ๆ ตามมาทุกเรื่อง เฝ้ารอภาคใหม่ ๆ ทุกปี และในทุก ๆ ปี ทุก ๆ เรื่องก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย หนังผี หนังสยองขวัญในจักรวาล Conjuring ที่ผ่านมาจะทำออกมาทั้งน่ากลัว สยอง สะดุ้ง และลุ้นระทึก จะไม่เหมือนหนังผีบางประเภทที่ไร้ความน่ากลัว มีเพียงแค่ซานด์ที่ดังจนทำให้ตกใจเฉย ๆ ซึ่งสำหรับผู้เขียนนั้นมันไม่ใช่ความน่ากลัว

พูดถึงเนื้อเรื่องในภาค 3 นั้น ก็ลุ้นระทึกได้ดีทีเดียว แต่ความน่ากลัวมันไปสุดในภาคนี้ ถ้าเทียบกับภาคอื่น ๆ นั้น ภาคนี้ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ เรื่องจะออกไปในทางลุ้น ๆ ซึ้งและหน่วง ๆ มากกว่า แต่การดำเนินเรื่องก็ไม่ได้แย่อะไรนะคะ เรื่องราวมันก็จะค่อย ๆ เผยออกมาเรื่อย ๆ มันมีความชวนสะพรึงหน่อย ๆ ตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ไม่ได้ปล่อยความน่ากลัวจนหมดแม็กตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่จะเพิ่มระดับความน่ากลัว ผู้บงการจะค่อย ๆ เผยตัวออกมา แต่ก็ยังขอยืนยันว่าความน่ากลัวของภาคนี้ยังน้อยไปเมื่อเอาไปเทียบกับภาคแรก, ภาค 2 หรือ The Nun    ดูหนัง4k

รีวิว The Conjuring 3 - มัจจุราชบงการ
รีวิว The Conjuring 3 – มัจจุราชบงการ

ในภาคนี้ก็พิสูจน์ให้คนเห็นแล้วหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่บ้านผีสิง แต่ทางผู้สร้างได้พลิกทุกแฟ้มคดีสยองขวัญและทำออกให้เห็นแล้วว่ามันไปได้ไกลกว่าพล็อคเรื่องเดิม ๆ ซึ่งในภาคนี้ มันมีเรื่องของคนที่คิดทำร้ายคนอื่น ๆ ทำลายความรัก ความเชื่อ ความศรัทธา ด้วยการสาปแช่ง และทำสัญญากับปีศาจเพื่อใช้พลังของปีศาจเป็นเครื่องมือในสร้างความสยอง และการจะก้าวข้ามทุกเรื่องไปได้ก็คือการยึดมั่นในความรัก และความศรัทธา การไม่ยอมแพ้ต่อเหล่าปีศาจ

และเหล่านักแสดงนั้นฝีมือการแสดงดีมาก พวกเขาถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดีเลย ทั้งการแสดงความรักความหนักแน่น ความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายของเอ็ด และลอว์เรน วอร์เรน หรือแม้แต่ อาร์นี่ย์ที่ต้องรู้สึกกดดัน กลัวและสิ้นหวังเมื่อต้องเจอปีศาจ และยังมีนักแสดงคนอื่น ๆ ที่แสดงได้ดีมาก จนทำผู้เขียนนั้นอิน น้ำตาคลอ และลุ้นระทึกตลอดเรื่องเลย

รีวิว The Conjuring 3 - มัจจุราชบงการ

รีวิว มัจจุราชบงการ

โดยส่วนตัว เราคิดว่าเคสนี้ของ Warrens ค่อนข้างละเอียดอ่อนและมีช่องโหว่เยอะที่จะนำมาสร้างเป็นหนังสยองขวัญในจักรวาลนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เราพูดในฐานะเป็นกลาง การนำเคสนี้มาสร้างเป็นหนังใหญ่ สร้างคาแรกเตอร์ให้ Arne Cheyenne Johnson เป็นคนจิตใจดี และเล่าโต้ง ๆ เลยว่าถูกปีศาจครอบงำ เท่ากับหนังฟันธงไปแล้วว่า นั่นคือเรื่องจริง ซึ่งศาลหรือญาติของเหยื่ออาจไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ (เช่นเดียวกับที่หมอทั้งหลายก็คงบอกว่า อาการผีสิงคืออาการป่วยทางจิตหรือความผิดปกติของสมอง แต่เคสนี้จริงจังกว่า เพราะมันไม่ใช่แค่เคสผีสิงและหลอกหลอนคนในครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเท่านั้น หากแต่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนอกบ้านผีสิงนั้น ๆ) และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ฆาตกรคนอื่น ๆ ทั้งแบบตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ (เช่น เมายาแล้วแทงคน) อ้างได้ว่า “ถูกผีสิง” (ในชีวิตจริง Arne ติดคุกจริงเพียง 5 ปีเท่านั้น)   ดูหนังออนไลน์4k

เรื่องย่อ

เนื้อเรื่องภาคนี้อ้างอิงจากคดีของอาร์นี จอห์นสัน ที่ฆาตกรรมเพื่อนด้วยการแทงไม่ยั้ง แต่ทนายเลือกสู้คดีด้วยการอ้างว่าปีศาจสั่งให้ทำ ตามชื่อเรื่อง The Devil Made Me Do It ตรงๆ ลเย ซึ่งถือว่าเป็นคดีแรกที่มีการเคลมเอาเรื่องปีศาจมีใช้ในศาลของอเมริกา ซึ่งก็เป็นไอเดียที่ถือว่าเข้าท่าเพราะมีการฉีกแนวออกไปจากผีหลอกผีสิงในเรื่องอื่นๆ แต่ก็ต้องน่าเสียดายว่าตัวเรื่องไม่ได้เอาฉากการต่อสู้ในศาลเพื่อพิสูจน์ว่าปีศาจมีจริงมาสิงร่างเขาให้ทำ มีเพียงแค่ทนายกล่าวต่อศาลครั้งแรกเท่านั้น กับประโยคเด็ดของเอ็ดที่บอกว่าศาลให้ทุกคนกล่าวสัตย์ปฏิญาณต่อพระเจ้า (ใช้ไบเบิลเป็นตัวแทน) คือศาลเชื่อในพระเจ้าได้ก็ต้องยอมรับว่าปีศาจมีจริงเช่นกัน ทำให้ตัวเรื่องเหมือนแค่ตั้งใจเอาจุดนี้มาขายโปะบังหน้าแต่ไม่ได้ลงลึกอะไรไปกว่านี้เลย จนแอบผิดหวังในส่วนนี้ค่อนข้างมากอยู่เหมือนกัน

แต่ถึงตัวเรื่องจะเอาชื่อคดีมาหลอกๆ ก็พอเข้าใจว่าด้วยเวลาของภาพยนตร์แค่ชั่วโมงครึ่ง การจะไปเน้นฉากในศาลด้วยอาจจะทำให้เรื่องยาวเกินไปและดูสับสนกับแนวทางจริงๆ ของหนังผีที่ควรจะเน้นหนักที่ฉากสยองขวัญมากกว่า ซึ่งตรงจุดนี้ตัวหนังภาคนี้ถือว่ายังทำได้ดีพอตัวเลย โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องที่ปีศาจสิงร่างเด็กคนแรก แล้วมีฉากไล่ผีที่แม้เราจะเคยเห็นมาก่อนนับไม่ถ้วนกับหนังผีฝรั่ง แต่ตัวเด็กที่กลายร่างแบบหมุนหักบิดเบี้ยวกันเป็นก้อนนี่ถือว่าเป็นซีนสยองขวัญที่ดีสุดในเรื่อง และน่าจดจำซีนหนึ่งของหนังผีชุดนี้เลย ซึ่งตัวปีศาจในเรื่องมีการย้ายร่างไปสิงตัวอาร์นี่ต่อไป ตัวหนังก็ยังคงเดินเรื่องแนวหลอนสั่นประสาทได้อยู่ โดยคราวนี้ไม่ใช่ผีหลอก แต่เป็นแนวจิตหลอนจนอาร์นี่กลายเป็นฆาตกรโหดไปอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งตัวเรื่องก็เริ่มใบ้ๆ ว่านี่ไม่ใช่เคสปีศาจสิงตามปกติแบบที่วอเรนเจอมา แต่เป็นอะไรที่แตกต่างเพราะมีมนุษย์มาเกี่ยวข้อง ตัวเรื่องต่อจากนี้คือการผสมแนวสืบสวนทริลเลอร์ หาที่มาต้นตอของปีศาจตัวนี้ที่เกิดจากผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

สรุปโดยรวม

เมื่อหนังเข้าจุดสืบสวนก็พาคนดูไล่เบาะเชื่อมโยงกลับไปหาที่มาที่ไปก่อนคดีในตอนแรก โดยการเข้ามาสืบสวนคดีคนหายไปของตำรวจ ที่ซึ่งทำให้เกิดฉากโชว์พลังพิเศษของลอร์เรน ที่ตัดไปอีกมิติหนึ่งอยู่ในโลกสยองขวัญแทนตัวลอร์เรนเองให้เหมือนเป็นฆาตกร ซึ่งตัวเรื่องใช้ฉากแบบนี้ในเวลาต่อมาเพื่อนำการสืบสวนครั้งต่อไปในเรื่อง ในขณะที่เอ็ดที่อยู่ในโลกปกติก็มองเห็นผีปีศาจไปอีกแบบที่กำลังเข้ามาทำร้ายภรรยาของเขา ทำให้ฉากผีซ้อนโลกเสมือนกับโลกจริงในเรื่องนี้ออกมาดูสยองขวัญสองแบบไปพร้อมกัน ซึ่งเข้าท่ามากๆ

แม้ฉากผีหลอกสยองขวัญในเรื่องจะถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับที่น่าพอใจ โดยไม่ค่อยได้ใช้จั๊มสแกร์มาช่วยนัก เป็นการหลอกแบบตรงๆ หลอนๆ ไปเลยมากกว่า แต่ตัวเรื่องแนวสืบสวนก็ยังไม่ได้ลึกลับซับซ้อนนัก เรียกว่าเดาได้ง่ายๆ แล้วก็ไม่ได้สืบอะไรมาก เป็นแนวพบเจอหลักฐานแล้วก็เจอฉากผีหลอกต่อมาทันที ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ผิดอะไรเพราะถ้ามัวแต่ไปไล่สืบสวนหาหลักฐานมากมายเรื่องอาจจะน่าเบื่อไปไม่ถึงไหน ตัวเรื่องพอเฉลยก็ตรงดิ่งเข้าฉากไล่ล่าตัวร้าย พร้อมกับตัดฉากสลับไปที่ปีศาจแสดงอิทธิฤทธิ์ส่งท้ายในคุกพร้อมกัน ซึ่งเอาจริงๆ คือไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนักเทียบเท่ากับตอนแรกที่ดีกว่า และมุกตอนจบก็แอบเกร่อเหมือนหนังทั่วๆ ไปที่เอาความสัมพันธ์ของเอ็ดกับลอร์เรนในวัยหนุ่มสาวมาเป็นตัวช่วยปิดเคสนี้ได้สำเร็จ (ในระหว่างเรื่องมีปูย้อนอดีตตอนสองคนนี้จีบรักกันอยู่นิดๆ)

ตัวหนังภาคนี้จบลงแบบที่ยังไม่เห็นว่าได้ปูเอาผีปีศาจในเรื่องไปใช้ทำภาคแยกต่อที่ไหนอีก ซึ่งก็ถือว่าดีไม่แตกไลน์หากินไปเรื่อยๆ แบบแอนนาเบลล์หรือแม่ชี ทำให้ตัวเรื่องจบลงแบบเคลียร์หมดปิดเคสเป็นบทสรุปสวยงามแฮปปี้เอนดิ้งในตัว ซึ่งก็ดูดีกว่าการทิ้งนั่นนี่ไว้แบบที่ผ่านมาครับ ถือว่าทำต่ออีกก็แค่ขึ้นแฟ้มคดีใหม่ แฟนๆ ก็พร้อมติดตามต่อไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่ต้องหาความหลากหลายของแนวเรื่องไม่ให้ซ้ำกับที่ผ่านมาเท่านั้นครับ ก็ถือว่ายากอยู่เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของหนังชุดนี้ต่อไป ในขณะที่หนังผีกลับมาบูมทำกันเกลื่อนตลาดในตอนนี้ครับ

รีวิวหนังผี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น