รีวิว The Book Of Boba Fett

The Book of Boba Fett (2021) SS1 หรือในชื่อไทยว่า คัมภีร์แห่งโบบา เฟตต์ ซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งหมด 7 ตอนด้วยกัน ซึ่งได้นักแสดงชื่อดังอย่าง Temuera Morrison รับบท Boba Fett ชาวแมนดาลอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั้งกาแล็กซี และ Ming-Na Wen รับบท Fennec Shand นักฆ่าแห่งโลกใต้ดิน ซีรีส์เรื่องนี้สามารถรับชมได้ทาง Disney+ Hotstar

The Book of Boba Fett Disney+ Hotstar รีวิว ซีรีส์ภาคแยกของจักรวาลสตาร์วอร์สที่หยิบตัวละครยอดนิยมในอดีตอย่าง Boba Fett มาขยายต่อว่าเขารอดชีวิตมายังไง และเล่าถึงวิถีชีวิตแห่งอำนาจและการปกครองของเขาหลังจากขึ้นเป็นผู้นำของแททูอิน อารมณ์เหมือนได้ดูเส้นทางของอดีตนักล่าที่เลิกรับจ้างทำภารกิจแล้วหันมาสร้างตัวออกแนวเจ้าพ่อแทน

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ในแง่หนึ่งมันคือ The Mandalorian ซีซัน 2.5 เพราะมีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก เรียกว่าถ้าดูแมนดาลอเรี่ยนจบในซีซันสอง แล้วคุณอยากรู้เรื่องราวต่อจากนั้นของแมนโด้และโกรกู ต้องมาดูในเรื่องนี้เลยครับ

ซีซันแรกมีทั้งหมด 7 ตอน รับชมได้เลยใน Disney+ Hotstar และมีพากย์ไทยด้วย ส่วนซีซันสองยังไม่ประกาศแต่คาดว่ามาในปีหน้า

เว็บดูหนัง

เรื่องย่อ
ในภาพรวมใช้วิธีเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของโบบา ที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำขององค์กรใต้ดินแห่งดาวแททูอินซึ่งเป็นองค์กรที่เคยเป็นของแจ็บบ้าที่ถูกพวกของ ลุค สกายวอล์คเกอร์ เจ้าหญิงเลอา และ ฮันโซโล ทำลายไปแล้ว จากนั้นจะเป็นการสลับการเล่าแฟลชแบ็กของโบบาเอง

หลังจากเหตุการณ์ที่ทุกคนคิดว่าเขาเสียชีวิตในการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในสตาร์วอร์สภาค 6 หรือในภาค The Return of Jedi เพื่อให้คนดูได้รู้ว่าช่องว่างและรอยต่อของเหตุการณ์หลังจากสตาร์วอร์สภาค 6 และก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในซีรีส์ The Mandalorian มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวของโบบาบ้าง ทำไมเขาถึงรอดชีวิตมาได้ แล้วเขาต้องไปเจออะไรหรือพบใครมาบ้าง

ซึ่งในซีรีส์ The Mandalorian ก็ไม่ได้บอกเล่ารายละเอียดว่าโบบารอดชีวิตมาด้วยวิธีการยังไง หรือระหว่างนั้นเขาต้องไปผจญภัยและพบเจอใครมาก่อนจะมาพบกับแมนโด้ ที่ทำให้เขาต้องเข้าร่วมปฏิบัติการในศึกสุดท้ายของซีรีส์ชุดนั้น เราจะได้รับชมกันในเรื่องนี้

และรวมถึงทัศนคติและมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนกระทั่งตัวละครนักล่าค่าหัวอันดับต้นๆของจักรวาลรายนี้ได้หันหลังให้กับวิถีของชาวแมนดาลอว์ แล้วหันเหไปสู่การขึ้นเป็นผู้ปกครองเขตหนึ่งของดาวแททูอินที่ต้องการลบล้างการปกครองด้วยความกลัวของแจ๊บบ้า

แล้วหันมาใช้วิธีการของตนเองแทน เรียกว่าเป็นการพลิกบทบาทจากนักล่าค่าหัว Boundy Hunter ในตำนานมาสู่การเป็น “เจ้าพ่อ” ทำให้เสมือนเรากำลังดูตัวละครแนวนักล่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อแบบ Godfather เสียเอง เพียงแต่สิ่งที่โบบาเลือกทำก็คือการเป็นเจ้าพ่อที่มีคุณธรรมมากขึ้น

เว็บดูหนังฟรี

ก่อนอื่นขอบอกว่า “คนที่ดู The Mandalorian จนจบแล้ว จำเป็นต้องดูเรื่องนี้” เพราะมันเปรียบได้กับ The Mandalorian season 2.5

กล่าวคือถ้ามีการสร้าง The Mandalorian ซีซันสาม แล้วคุณพลาดไม่ดูโบบาเฟท รับรองว่าคุณได้งงแน่ๆ เพราะมันมีการเชื่อมต่อกับเรื่องของแมนโด้และโกรกูโดยตรงเลย

แล้วหากเรานำไปเปรียบเทียบกับ ซีรีส์ The Mandalorian ที่สร้างโดยทีมงานเดียวกันจากผู้รักในสตาร์วอร์สและทำเพื่อแฟนสตาร์วอร์สที่มี John Favreau (ผู้กำกับไอรอนแมนภาคแรก และรับบท แฮปปี้) เป็นหัวหอกด้านการสร้าง

เราจะพบว่าซีรีส์เรื่องนี้ก็มีความพยายามที่จะใช้วิธีการเล่าเรื่องและตามรอยแนวทางแบบนั้นเช่นกัน เพียงแต่เราต้องยอมรับว่าแมนดาโลเรี่ยนได้สร้างมาตรฐานและความคาดหวังเอาไว้สูงลิ่วเกินไปหน่อย จึงไม่แปลกที่จะทำให้เรื่องของโบบาเฟทถูกคาดหวังไว้อย่างสูงว่าจะทำได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าผลออกมามันจะไม่ถึงขนาดนั้น

กล่าวคือหากนี่เป็นซีรีส์ที่เรารับชมโดยไม่ต้องอิงกับความเป็นสตาร์วอร์สมากนัก นี่จะถือว่าเป็นซีรีส์แนวแอ็กชั่นไซไฟ Space Opera ที่เราดูได้สนุก เพลิน โดยไม่ต้องไปคิดหาเหตุผลอะไรมากนัก แต่ในเมื่อมันเป็นซีรีส์ที่ผูกติดกับจักรวาลสตาร์วอร์สที่มีแฟนคลับทั่วโลก

และยังใช้ชื่อนี้เป็นจุดขายอยู่ ต้องยอมรับว่าซีรีส์ภาคแยกของโบบายังมีบางจุดที่อาจจะทำออกมาได้ไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังมากนัก แถมดันมีแมนดาโลเรี่ยนเป็นตัวเปรียบเทียบที่สร้างไว้ดีมาก เลยทำให้เรื่องนี้ดูจะเสียคะแนนจากแฟนๆสตาร์วอร์สไปพอสมควร

ทั้งที่ความจริงแล้วนี่เป็นซีรีส์ที่ทำมาตรฐานในหลายแง่ไว้ดีมาก ทั้งการสร้าง โปรดักชั่น สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ การออกแบบการแสดง และอื่นๆ

รีวิว The Book Of Boba Fett

ซีรีส์เล่าเรื่องต่อจากซีรีส์เรื่อง The Mandalorian Season 2 โบบา เฟตต์ ชาวแมนดาลอร์ที่ในอดีตฟื้นขึ้นมาในท้องของสัตว์ประหลาด จนเค้าถูกขโมยชุดเกราะแมนดาโลเรี่ยนไป โบบาถูกชาวเผ่าทัสเค่นจับตัวไปเป็นทาส แต่หัวหน้าเผ่าเห็นความสามารถของโบบา

จึงให้เค้าเข้าร่วมเผ่าด้วย กาลเวลาผ่านไป โบบาก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครองในดาวทาทูอิน โบบาต้องจัดการกับตระกูลที่มีอิทธิพลในดาวดวงนี้ แต่อุปสรรคสำคัญคือพวกไพค์ ซึ่งทำการค้าสไปรซ์ แร่ที่มีมูลค่ามหาศาล โบบาไม่ต้องการให้ทำการค้าสไปรซ์

เพราะแร่ชนิดนี้ฆ่าผู้คนบนดาวทาทูอินไปเป็นจำนวนมาก โบบาและเฟนเนคจึงหาทางยับยั้งการค้าสไปรซ์ และจัดการกับพวกไพค์ที่ต้องการกำจัดโบบาเช่นกัน

ซีรีส์ดำเนินเรื่องทุกตอนได้สนุกมากครับ แทบทุกตอนจะมีฉากต่อสู้ แอ็คชั่น ทำให้คนดูไม่เบื่อ และซีรีส์ยังได้กลิ่นอายของหนังอย่าง Star Wars มาเต็มๆ โดยส่วนตัว แนะนำให้ดูซีรี่ The Mandalorian SS1-2 นะครับ เพราะถ้าไม่ดูซีรีส์เรื่องนี้

จะทำให้ไม่รู้ความสำคัญของดิน จาริน ชาวแมนดาโลเรียนอีกคน ที่โลดแล่นในกาแล็กซีนี้ อีกทั้งในท้ายของซีรีส์ โกรกู เด็กที่อยู่เผ่าพันธุ์เดียวกับโยดา ออกมาสร้างสีสันให้คนดูให้หายคิดถึงอีกด้วย โดยในตอนต้นของซีรีส์จะเล่าเรื่องราวสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบันของโบบา

ดูหนังฟรี

รีวิว The Book Of Boba Fett

ความรู้สึกหลังดู

ซึ่งโบบาต้องไต่เต้าตนเองขึ้นมา กว่าจะเก่งจนทุกวันนี้ ซีรีส์ยังบอกเล่าถึงการเจอกันของโบบาและเฟนเนคอีกด้วย แต่ในส่วนท้ายของซีรีส์ ซีรีส์จะเน้นไปทางดิน จาริน ที่เค้าได้รับงานจากโบบา ทำให้เค้าต้องมาช่วยโบบาช่วยเหลือชาวเมืองในดาวทาทูอินด้วย

โดยในซีรีส์จะแบ่งแต่ละฝ่ายหลักๆออกเป็น 2 ฝ่ายคือ

1. ฝ่ายโบบา – โบบารวบรวมผู้คนจากดาวทาทูอิน โดยมีทั้ง เฟนเนค นักฆ่าแห่งโลกใต้ดิน คราซานทาน นักสู้แห่งโลกใต้ดินแล้วผันตัวมาเป็นนักฆ่าให้กับฝาแฝดตระกูลฮัท พวกม๊อด ผู้คนที่ดัดแปลงร่างกายตัวเองโดยใส่เครื่องจักรต่างๆ ฝาแฝดชาวกามอเรี่ยน บอดี้การ์ดของจั๊บบ้า ที่มาสวามิภักดิ์โบบา

2.ฝ่ายไพค์ – ไพค์คือตระกูลที่ทำการค้าขายสไปรซ์ ซึ่งโบบาต้องการกำจัดสไปรซ์ให้หมดสิ้น โดยฝ่ายนี้มี เบน นักฆ่ารับจ้างที่มารับงานกับผู้นำไพค์ ผู้นำตระกูลในดาวทาทูอิน ผู้นำทั้งหมดสัญญาจะเพิกเฉยต่อสงครามระหว่างโบบากับพวกไพค์ แต่สุดท้าย ทั้งหมดก็เข้าร่วมกับพวกไพค์

สำหรับรีวิวนี้ เป็นความคิดส่วนตัวของกระผมนะครับ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งหมด 7 ตอนด้วยกัน ตอนละประมาณ 50 นาที ใครที่เป็นสาวกหนังตระกูล Star Wars ต้องชมนะครับ ภายในซีรีส์ มีเรื่องราวบางส่วนที่เป็น Easter egg เชื่อมโยงกับหนัง Star Wars สำหรับใครอยากให้กระผมรีวิวหนังหรือซีรีส์เรื่องอะไร สามารถ comment ไว้ได้นะครับ

ดูหนังฟรีออนไลน์

รีวิว The Book Of Boba Fett

จุดหนึ่งที่ซีรีส์ทำได้ดีและน่าสนใจก็คือ การนำเสนอความแตกต่างในเส้นทางแห่งนักรบระหว่าง โบบา กับ แมนโด้ (ดิน จาริน) ที่เรียกว่าเป็นสองตัวเอกที่เลือกเดินกันคนละสายแบบสุดโต่งกันเลย คือในขณะที่แมนโด้เลือกที่จะเคารพวิถีเก่าของชาวแมนดาลอว์รวมกับเส้นทางที่เขาเลือกเดินเอง

โดยเฉพาะการที่เขาตัดสินใจปกป้องโกรกู (เบบี้โยดา) ที่นำไปสู่บทสรุปที่งดงามและตราตรึงในตอนจบของซีรีส์ Mandalorian

แต่สำหรับโบบา เรื่องราวและเส้นทางของเขาเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีการบอกเล่าในจักรวาล Star Wars มาก่อน (แม้แต่ อนาคิน หรือ ดาร์ธ เวเดอร์ ก็ไม่ได้ถูกเล่าในมุมนี้) เพราะเส้นทางของตัวละครโบบาถูกเล่าออกมาในแนวของนักรบผู้พ่ายแพ้ที่ต้องฝ่าฝันสารพัดเพื่อเอาชีวิตรอด

เรียกว่าเป็นตัวละครที่เปิดเรื่องมาก็ตกต่ำถึงขีดสุด ก่อนที่จะค่อยๆปรับตัว เรียนรู้วิถีชีวิตใหม่ๆในโลกที่เขาไม่คุ้นเคย แล้วจากนักรบรับจ้างผู้น่าเกรงขามและไปมาทั่วจักรวาล กลับต้องเผชิญชีวิตของการเป็นผู้ถูกจองจำ การตกเป็นทาส การหาทางเอาชีวิตรอดจากภัยต่างๆ

จนกระทั่งผงาดกลับขึ้นมาเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่และการเลือกเข้าสู่เส้นทางของผู้นำที่ต้องการปกครองเมือง อารมณ์แบบเจ้าพ่อสร้างตัวในสไตล์ Godfather แต่เขาก็ยังต้องเผชิญหน้ากับยุคสมัยที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีก ทำให้เส้นทางชีวิตของโบบาเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีสีสันน่าติดตามว่าเขาจะฝ่าฟันแต่ละช่วงชีวิตได้ยังไง

รีวิว The Book Of Boba Fett

ถ้าจะอธิบายง่ายๆ คือเรากำลังได้รับชมเส้นทางการขึ้นเป็นผู้นำของ โบบา เฟท ที่เขาจะต้องรวบรวมผู้คน พันธมิตร และดึงทุกอย่างที่สามารถจะเอาได้แม้ว่าจะเป็นศัตรูที่เคยคิดจะฆ่าเขาให้มาเป็นพวกเดียวกัน เขาก็เอาหมด ซึ่งเรื่องราวในแนวนี้ ยุคนี้มักเรียกกันว่า “เรื่องแนวฟาร์ม” คือเป็นเรื่องที่ตัวเอกต้องสร้างเมือง ขยายดินแดน รวมกำลังคน (นิยายยุคใหม่ชอบเขียนแนวนี้กัน โดยเฉพาะพวกนิยายจีนและนิยาย Light Novel ของญี่ปุ่น) จะกล่าวได้ว่า โบบาเฟท มาสายนี้ก็ไม่ผิด ซึ่งก็ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีสำหรับจักรวาลสตาร์วอร์ส

ด้านงานโปรดักชั่น ไม่ว่าจะเป็นฉาก CG และฉากแอ็กชั่นต่างๆในเรื่องยังคงทำออกมาได้ยอดเยี่ยม เรียกว่ายกทีมสร้างมาจากแมนดาลอเรี่ยน ตรงนี้ถือว่ารักษามาตรฐานได้ดี การแสดงก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ออกจะน่าชื่นชมในแง่ของการออกแบบการแสดงด้วยซ้ำ เพราะตัวละครหลายตัวในจักรวาลนี้ไม่ใช่มนุษย์ หลายตัวก็ไม่ได้พูดภาษามนุษย์ บ้างไม่มีบทพูดเป็นภาษาด้วยซ้ำ แต่จากการแสดงออกผ่านทางท่าทาง การเคลื่อนไหวต่างๆ เรากลับรู้สึกได้ว่าตัวละครกำลังแสดงอารมณ์ความรู้สึกยังไงออกมา ตรงนี้ต้องขอชมเลย แถมยังสอดแทรกมุกตลกเข้ามาผ่านทางการแสดงในรูปแบบนี้ได้ด้วย

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น