รีวิว Ted (2012) หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก

สวัสดีครับเคยไหมครับ ที่วัยเด็กไม่มีใครเล่นด้วย ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครเลย จนเราต้องจมอยู่กับจินตนาการของตัวเราเอง ทั้งจากการพูดคุยกับของเล่น ตุ๊กตา ตัวเอง กระจก อืม! ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วดูจะเริ่มจิตเข้าขั้นแล้ว เอาเป็นว่าเขียนเริ่มต้นอะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้ๆน่ะ จะเขียนถึง Ted หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก ครับผม

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อเด็กชายจอห์น เบนเน็ต ที่ในวัยเด็กเขาไม่มีเพื่อคบเลย จนเมื่อถึงวันคริสต์มาส พ่อและแม่ของเขา ได้ซื้อตุ๊กตาหมีตัวนึงให้ ซึ่งเด็กชายจอห์น ดีใจมากแล้วตั้งชื่อให้มันว่า “เท็ด” แล้วทั่งคู่ก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แม้มันจะทำให้จอห์น มีเพื่อนขึ้นมา แต่เขาก็ยังคาดหวังที่จะให้เพื่อนตุ๊กตาหมีของเขามีชีวิตจริงๆ

แน่ล่ะ จากการขอพรของเด็กชายจอห์น เจ้าหมีเท็ด ดันมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ แล้วทั่งคู่ก็ซี้ปึ้กกันมาตั้งแต่นั้นจนเวลาผ่านไป 17 ปี เด็กชายจอห์น กลายมาเป็นเซลขายรถมือสอง วัย 35 ปี ที่ยังดูๆแล้ว ชีวิตยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กับ เท็ด ที่เริ่มจะทำตัวไม่ได้เรื่องพอกัน ทั้งคู่ชื่นชอบการเสพสารเสพติดอย่างกัญชาอย่างมากมาย อ่อ! ลืมบอกไป จอห์นและเท็ด อาศัยอยู่กับ ลอรี่ แฟนสาวสวยคนเก่งของ จอห์น นั้นเอง

เว็บดูหนัง

แต่แล้ววันเวลาแห่งการเติบโตก็ต้องมาถึง เมื่อ ลอรี่ เริ่มจะอยากสร้างอนาคตกับ จอห์น อย่างจริงจัง สิ่งที่แรกที่เธออยากให้เขาทำคือ การใช้ชีวิตคู่แบบส่วนตัวไม่มีใครอื่นๆ พูดง่ายๆเลยคือ ไล่ไอ้เท็ดออกไปได้แล้ว แม้จะเป็นเรื่องลำบากใจแต่ จอห์น ก็ต้องทำ ซึ่งตัวเท็ดเอง แม้จะเกรียนขนาดนัก ก็เข้าใจในความต้องการของเพื่อน เท็ดจึงย้ายออกไป แล้วหางานทำเป็นของตัวเอง

ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นๆ แต่ความสัมพันธ์ของเพื่อนทั้ง 2 ที่คบกันมา 17 ปี ตัดยังไงก็ตัดไม่ขาด จึงมีการแอบไปนัดเจอกันบ้าง จนเป็นเรื่องวุ่นวายตามมาทีหลังครับ แล้ว จอห์น กับ เท็ด จะเติบใหญ่ไหมเนี่ย ลองหามาดูน่ะครับ
ตัวหนังแรกดูจะไม่ได้มีสาระอะไรมาก หากมองผิวๆ แต่จริงๆแล้ว มีครับ มากด้วยตั้งแต่ต้นเลย แม้เราจะเห็นว่าตัวหนังจะชูความ จะอังระไอ ของไอ้หมีตัวนี้ แต่ดูดีๆครับ เท็ด ถือว่าเป็นมิตรแท้ที่หาได้ยากยิ่ง เพราะ เท็ด แม้จะทำตัวเหลวแหลกแค่ไหน แต่ เท็ด รัก จอห์นมากๆ แล้ว จอห์น ก็รัก เท็ดมาก

เช่นกัน แต่เพราะทั้งคู่ยังไม่รู้จักจะโตยังไง เวลาแห่งการพิสูจน์จึงพุ่งเขามาหาพวกเขาทั้งคู่ครับว่า ต่อแต่นี้จะมาใช้ชีวิตแบบเอื่อยๆ ไม่ได้แล้วน่ะ
จะเห็นได้ว่า การแยกกันของทั้งคู่ในเนื้อเรื่องเพื่อไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง ดูจะไม่ใช่คำตอบของโจทย์ครับ เพราะดูๆแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย ซ้ำยังเกิดปัญหาตามมาอีก จอห์น ยังไงก็ยังอยากกลับไปหา เท็ด อยู่ดี ส่วนเท็ด ก็จะแอบคอยนัดเวลาให้ จอห์น มาเฮฮาอยู่ร่ำไป ไหนจะปัญหาของ เท็ด ที่โดนแฟนคลับโรคจิตตามล่าตัวอีก เห็นไหมครับปัญหาเยอะมาก

มุกฮาของหนัง ดูๆแล้วเรื่อยๆครับ มุกฝรั่งเขา แต่ถามว่าฮาไหม ก็เรื่อยๆ อย่างที่บอกนั้นแล แต่ผมชอบในเนื้อเรื่องความดราม่าเสียมากกว่า ดูๆไประวังน่ะครับ น้ำตาจะซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว เหมือนที่เกิดกับผมมาแล้ว

ตัวนักแสดงอย่าง มาร์ค วอลห์เบิร์ก และ มิล่า คูนิส ที่รับบทเป็น จอห์น และ ลอรี่ เข้าขากันได้อย่างลงตัวสุดๆ เป็นธรรมชาติมากๆ ส่วนตัว เท็ด นั้นใช้เทคนิคสต๊อปโมชั่นสร้างขึ้นมา ซึ่งผู้รับบทนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เซธ แมคฟาร์เลน ผู้กำกับหนังเรื่องนี้เองครับ

สรุปแล้วก็คือ ตัวหนังมันสอนครับ สอนให้เรารู้จักแก้ปัญหา อยู่กับปัญหา ปรับเปลี่ยน ไม่ใช่หนีปัญหาเป็นหลัก อย่างที่เขียนเอาไว้ด้านบน พอแยกกันอยู่ เป็นเรื่องหนักกว่าเก่าเลยทีนี้

รีวิว Ted (2012) หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก

เย็นวันนี้ ฝนตกลงอย่างหนักทั่วกรุง จนคิดว่าคงลำบากแน่แล้วที่จะออกไปดูหนัง แต่แล้วก็พบว่า ฝนได้ซาลงในเวลาที่พอเหมาะ ผมเดินทางไปยังพารากอนซีเนเพล็กซ์ได้ทันเวลารับตั๋วหนัง หลังจากทางรองท้องไปนิดหน่อย ผสมกับซื้อป๊อปคอร์นเซ็ตราคาพิเศษที่ถือไปทานในโรง ก็ได้เวลาสนุกสนานไปกับหนังที่ได้ดูคืนนี้

ชื่อฝรั่งมันแสนสั้นว่า “Ted” ส่วนชื่อไทยคือ “หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก” หนังแสบๆ กวนๆ ฮาๆ ของตุ๊กตาหมีที่พูดได้ แถมยังมีนิสัยแย่ๆ มากมายหลายอย่าง แต่มันก็เป็นเพื่อนของเด็กชายคนหนึ่งมาตลอด แต่วันนี้…เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว!

เด็กบางคนอาจฝันอยากได้ของขวัญชิ้นสำคัญในวันพิเศษๆ แต่สำหรับ John Bennett (Mark Wahlberg) ในวัยเด็กที่เขาไม่มีเพื่อนแม้แต่สักคน ตุ๊กตาหมีที่เขาได้รับมาคือเพื่อนเพียงคนเดียวเขามี ด้วยแรงอธิษฐานในคืนนั้น ทำให้มันกลายเป็น Ted (Seth MacFarlane) ตุ๊กตาหมีที่พูดได้ และมันได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะไม่ทิ้งกันของเขาเรื่อยมา

ดูหนัง

รีวิว Ted (2012) หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก

ความรู้สึกหลังดู

เด็กน้อยเติบโตมากับเพื่อนที่เป็นตุ๊กตาหมีผ่านมาถึงวัย 35 ปี เขายังมีหมีเท็ดอยู่ข้างกาย จนมาพบรักกับ Lori Collins (Mila Kunis) ที่เริ่มจะเห็นเท็ดเป็นตัวกวนป่วนชีวิต แม้ในวัยขนาดนี้ เขายังติดแจอยู่กับเท็ดที่คอยชวนเขาเมาเหล้าสูบยา จนมันส่งผลให้เขาไม่ได้ไปไหนสักที

มองไปก็ดูจอห์นเป็นคนที่น่าสงสารนะ เขายังติดอยู่กับวันเก่าๆ ดูหนังเก่าๆ ฟังเพลงเก่าๆ ทั้งที่เขาควรจะเก็บมันเป็นความทรงจำที่แสนดี หวนกลับไปสุขซึ้งกับอดีตชั่วครั้งชั่วคราวได้แล้ว ในวัยขนาดนี้ เขาควรจะมีครอบครัวที่แสนสุข มีหน้าที่การงานที่ดี แต่ทุกอย่างดูอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไปไหน มีเพียงริ้วรอยบนใบหน้าเท่านั้นกระมังที่เปลี่ยนแปลง และก็คงเป็นสองคนนี้ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงเขาได้ หนึ่งคือ เท็ด เพื่อนตุ๊กตาหมีพูดได้ และสองคือ ลอรี่ แฟนสาวที่คบกันมาหลายปี แต่มันคงต้องผ่านบททดสอบบางอย่างเสียก่อน

หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก เป็นผลงานการหันมาทำภาพยนตร์เรื่องแรกของ Seth MacFarlane ผู้อยู่เบื้องหลังซีรี่ส์ฮิตอย่าง Family Guy, American Dad! and The Cleveland Show เขารับหน้าที่ทั้งเป็น นักเขียนบท ผู้กำกับฯ ผู้อำนวยการสร้าง และยังเป็นผู้พากย์เสียงเจ้าหมีเท็ด อีกด้วย

เว็บหนัง

รีวิว Ted (2012) หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก

หนังเต็มไปด้วยมุขตลกทะลึ่งตึงตังโดยเฉพาะในเรื่องเพศ (มันถึงเรท R ยังไงล่ะ) มีทั้งมุขแบบแป้กๆ/หึๆ/ฮาๆ ปนกันไป ผสมกับแคแรคเตอร์ตุ๊กตาหมีที่เอาแต่หมกมุ่นเพียงเรื่องสาวๆ และเหล้ายาปลาปิ้ง แต่โดยเนื้อในแล้ว มันยังแฝงไว้ซึ่งแนวคิดบางอย่างที่ผู้ใหญ่บางคนต้องกลับมานั่งถามตัวเอง เราจะเก็บกอดความเป็นเด็กไว้เรื่อยไปได้หรือ?

ดูเหมือนบางคนยังคงเชื่อในปาฏิหาริย์ พวกเขาเฝ้าแต่อธิษฐานขอให้บางสิ่งที่หวังเป็นจริง แต่ใครจะรู้ว่า ปาฏิหาริย์ก็อาจเป็นจริงได้แค่เพียงในหนัง

ดูหนังเรื่องนี้ ในใจก็คิดไปพลางว่า “นี่ถ้าไม่เป็นตุ๊กตาหมีพูดได้ คงเล่นบางมุขไม่ได้หรอก มันเป็นมุขสำหรับหมีพูดได้เท่านั้น” ต้องขอบคุณ Nuffnang ที่จัดกิจกรรมดีพาเรามาดูหนังสนุกๆ เรื่องนี้จริงๆ

รีวิว Ted (2012) หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก

เราได้เห็นหมีทะลึ่งตึงตังเจ้าชู้เล่นยาเมาบ้าในหนัง ไม่เพียงแค่ฮาแต่ยังพาน้ำตาซึมในบางฉากอีกด้วยนะ

ชื่อภาพยนตร์: Ted / หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก
ผู้กำกับภาพยนตร์: Seth MacFarlane
ผู้เขียนบทภาพยนตร์:Seth MacFarlane (story), Seth MacFarlane (screenplay), Alec Sulkin (screenplay), Wellesley Wild (screenplay)
นักแสดง : Mark Wahlberg, Mila Kunis, Seth MacFarlane
แนว/ประเภท: Comedy, Fantasy
เรท: ไทย/ท , USA/R
ความยาว: 106 นาที
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 30 สิงหาคม 2555
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Universal Pictures, Media Rights Capital, Fuzzy Door Productions

 รีวิวหนังฝรั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น