รีวิว It’s a Flickering Life

มาถึงหนังญี่ปุ่นเรื่องเยี่ยมแห่งปี ที่โดดเด่นเข้าชิงรางวัลต่าง ๆ ของญี่ปุ่นแทบจะนับเวทีไม่ถ้วน นี่คือภาพยนตร์ที่เป็นการเฉลิงฉลองวาระครบรอบ 100 ปี ของสตูดิโอหนังเก่าแก่ของญี่ปุ่นอย่าง “โชจิกุ” ที่มาพร้อมกับการถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจใน “It’s a Flickering Life แด่ภาพยนตร์ที่ฉันรัก” ซ้ำยังมาพร้อมกับทัพนักแสดงชุดใหญ่ตัวเป้งของวงการหนังญี่ปุ่น ที่เป็นการคืนกำไรให้กับผู้ชมอีกเรื่องจริง ๆ

“It’s A flickering Life แด่ภาพยนตร์ที่ฉันรัก” พอดูจบแล้วมันให้ความรู้สึกที่ว่า “นี่แหละคือภาพยนตร์ฉันรัก” และเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากมากสำหรับเราที่จะอธิบายทุกความรู้สึกที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้ มันดีมากในทุกดีเทล กับผลงานการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของตำนานสตูดิโอที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น “โชจิกุ” (Shochiku)

ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากคณะละครคาบูกิตั้งแต่ปี 1895 ก่อนจะเริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี 1920 จนตอนนี้ได้กลายเป็นตำนานสตูดิโอที่เคยสร้างภาพยนตร์สุดคลาสสิคมาแล้วกว่า 500 เรื่อง โดยเฉพาะผลงานของปรมาจารย์ด้านการกำกับภาพยนตร์อย่างอันดับ 1 ของญี่ปุ่นอย่าง “ยาซูจิโร โอซุ”

ที่หลายคนคุ้ยเคยกันดีในผลงาน Tokyo Story, Early Spring และ An Autumn Afternoon โดยครั้งนี้ได้อีกหนึ่งผู้กำกับมือฉมังอย่าง “โยจิ ยามาดะ” มาสร้างปรากฏการณ์ชั้นยอดเพื่อสดุดีเวทีภาพยนตร์

เรื่องย่อ
เป็นเรื่องราวดราม่าสุดอบอุ่นของครอบครัวญี่ปุ่นกับความฝันสูงสุดคือการได้เป็นผู้กำกับชื่อดังของยุค ที่จะพาคุณย้อนกลับไปยังวงการภาพยนตร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว และตัดสลับกับยุคปัจจุบันในรูปแบบที่เรียบง่าย แต่ยอดเยี่ยมในทุกองค์ประกอบ

ด้วยการโปรโมทหนังที่ว่า “มันคือหนังที่จะทำให้คุณต้องเสียน้ำตา” ซึ่งเราก็ค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูงประมาณนึงก่อนเข้าไปดู และก็ตั้งคำถามในใจตลอดการดูไปจนเกือบจบว่า มันยังแค่ตื้นตัน เต็มอิ่ม แต่น้ำตายังไม่ไหลพราก แต่สุดท้ายแล้วมันก็มีซีนสุดแสนจะธรรมดาในตอนท้ายที่ทำให้เราน้ำตาแตกจนได้

และเรารู้สึกว่าเรื่องราวในตอนนั้นมันมันคืออะไรที่เบสิคมาก แต่มันก็เรียลจนสามารถเติมเต็มความรู้สึกตั้งแต่ต้นจนจบที่หนังอยากจะสื่อได้อย่างยอดเยี่ยม และมันคือตอนจบที่คุณจะจดจำตลอดไป

แนะนำว่าทุกคนที่ทำงานหรือคลุกคลีในวงการภาพยนตร์ทุกคนควรดู โดยเฉพาะคนเบื้องหลังที่คอยสร้าง หนังผลงานดีๆ ออกมาให้เราได้รับชม เพราะมันจะทำให้คุณคิดถึงวิธีการถ่ายหนังและฉายหนังแบบเก่าๆ โดยการใช้ฟิล์ม การรันตีเลยว่าหลังคุณดูจบ คุณจะต้องคลั่งรักหนังเรื่องนี้แน่นอน

บทภาพยนตร์จัดเต็มกับดีเทลความตลกร้าย แต่อบอุ่นกินใจอย่างที่คุณคาดไม่ถึง! มันคือภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณหัวเราะไปพร้อมการเสียน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ก็ประมาณว่า ในขณะที่คุณกำลังอินจุกๆ กับพล็อตสุดดราม่า ผู้กำกับก็แทรกเรื่องตลกที่เป็นธรรมชาติมากๆ

เข้ามาสร้างเสียงหัวเราะขัดฟีลซะงั้น แต่มันเป็นการขัดฟีลลิ่งที่ลื่นไหลมาก แถมยังจิกกัดทั้งเรื่องของสังคมและการทำหนังในยุคเก่าได้อย่างยอดเยี่ยม ชนิดที่ว่าคุณจะแสยะยิ้มตามตลอดทั้งเรื่องกับความตลกร้ายที่น่าเอ็นดู

จัดเต็มกับนักแสดงมากฝีมือทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เริ่มด้วยนักแสดงชื่อดังของยุคนี้อย่าง “มาซากิ สุดะ”และ “เมอิ นากาโนะ” รวมนักร้องหนุ่ม “โยจิโร่ โนดะ”จากวง Radwimps ที่มาประชันฝีมือกันแบบไม่ยั้ง ไปจนถึงตำนานนักร้องนำวงร็อคแห่ง The Tigers อย่าง “เคนจิ ซาวาดะ”

ที่ต้องบอกเลยว่าคุณตาเค้าจัดเต็มมาก เล่นได้สมจริง น่าจดจำ และเป็นธรรมชาติมากๆ เรียกว่าอินกับคาแรคเตอร์จนกลายเป็นตัวแสบของแทบทุกซีน

มันเป็นการหยิบประเด็นสุดดราม่าของสังคมมานำเสนอในเวอร์ชั่นที่ไม่หนักจนปวดหัว พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ

ให้กับคนที่สู้เพื่อความฝันของตัวเองว่า “คุณพยายามทำเต็มที่หรือยัง เพื่อสิ่งที่ต้องการมากที่สุดในชีวิต” เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าคุณได้ทุ่มเททั้งพลังกายพลังใจลงไปหมดแล้ว ก็จะได้ไม่ต้องมานั่งนึกย้อนหลังเสียใจกับ “เรื่องราวที่ผ่านมา”

รีวิว It’s a Flickering Life

นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 92 แล้วของผู้กำกับอายุครบ 90 ปี นาม Yoji Yamada/โยจิ ยามาดะ คนนี้ และเมื่อจุดประสงค์ของหนังต้องการสดุดีเวทีแห่งภาพยนตร์ มันจึงต้องเล่าเรื่องราวของคนในวงการหนังที่เคยเดินอยู่ในช่วงเวลาที่วงการหนังของญี่ปุ่นกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู เรียกได้ว่าเป็นยุคทองเลยทีเดียว

หนังเล่าเรื่องของ โก ชายชราที่วันๆ เอาแต่ติดพนันจนมีแต่หนี้ ทั้งยังกินเหล้า วันๆ ไม่ทำอะไร โดยให้เหตุผลว่ามันคือการหนี แท้จริง เขาคือชายที่มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เอาแต่คิดว่าการพนันมันคือการหลบหนีจากชีวิตอันน่ารันทดของตน ทั้งที่ในอดีต เขาคือชายหนุ่มผู้มีไฟฝัน รักในการเขียนบทหนัง

และใฝ่ฝันอยากจะมีหนังของตนเอง เขาเคยช่วยกำกับหนังเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่การดูหนังก็ดูจะเป็นการหนีที่สร้างสรรค์กว่า แต่เขาอยู่มาได้อย่างไร

จนเมื่อลูกสาวที่ใกล้จะตกงานอยู่รอมร่อเพราะบริษัทเลิกจ้าง พอเห็นว่ามีคนมาทวงหนี้พ่อ เธอจึงไม่ยอมที่จะเป็นคนชำระหนี้แทน จึงได้คิดมาตรการขั้นเด็ดขาดขึ้นมาควบคุมเพื่อหวังให้พ่อของตนเปลี่ยนแปลงตัว บีบให้เงินทุกบานทุกสตางค์ที่พ่อได้มาต้องถูกเอาไปใช้หนี้ทั้งหมด และกิจกรรมที่พ่อจะทำได้นั้นก็เหลือเพียงอย่างเดียว นั่นคือ การดูหนังในโรงหนังของเพื่อนเก่าอย่าง เทระชิน

จากนั้น เรื่องราวของโกและโยชิโกะก็พร่างพรูออกมาให้ผู้ชมได้เห็น ความมีชีวิตชีวาของโกในสมัยนั้น หนุ่มนักฝันที่มีพรสวรรค์ด้านการเขียนบท เขาทำงานอยู่ในโรงถ่ายหนัง โชจิกุ (Shochiku) จนสนิทสนมกับทั้งนางเอกชื่อดัง และโยชิโกะที่สมัยนั้นทำร้านอาหารอยู่ใกล้กับกองถ่าย

ดูหนังฟรี

รีวิว It’s a Flickering Life

ความรู้สึกหลังดู

หนังเล่าเรื่องราวของความฝันที่สะดุดล้มกลางทางของคนรักหนังคนหนึ่ง ส่องสะท้อนให้เห็นว่า มีบางคนที่พยายามจะเดินในเส้นทางสายนี้ แต่ยังไม่ทันจะฉายแสงก็ดับลงไปเสียก่อนแล้ว หนังพาไปพบกับบรรยากาศการสร้างหนังในญี่ปุ่นยุคเก่า

ได้เห็นการทำงานตั้งแต่ขั้นตอนการคิดเขียนบท ไปจนถึงการกำกับ การแสดงและการถ่ายทำ นอกจากนี้ ก็ยังเล่าเรื่องรักสามเส้าเคล้าผสมไปกับการเดินทางตามความฝันของคนกลุ่มหนึ่งด้วย

ระหว่างทาง หนังพยายามจะเก็บเอาเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นสอดแทรกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬา หรือว่าโรคโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วญี่ปุ่นไม่พอ มันยังเล่าเรื่องของครอบครัวที่ต้องเดือดร้อนเพราะการหนีความจริงของพ่อ ได้ลูกสาวที่ต้องออกโรงมาจัดการ ชีวิตของคนที่อับเฉาจนติดเหล้าติดการพนันที่ถูกครอบครัวโอบอุ้ม ชักพาคนที่หลงทางให้หวนกลับสู่เส้นทางที่เขาทำหล่นหาย ลงท้ายได้ซึ้งน้ำตาไหลได้ตามเคย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีชื่อญี่ปุ่นว่า ‘キネマの神様’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘เทพเจ้าแห่งภาพยนตร์’ อันเป็นชื่อหนังที่โกเขียนบทขึ้นมานั่นเอง

ดูหนังใหม่

รีวิว It’s a Flickering Life

เมื่อคืนวานนี้ (9 พ.ค.) เอ็ม พิคเจอร์ส ได้ฤกษ์จัดฉายรอบปฐมทัศน์หนัง It’s a Flickering Life แด่ภาพยนตร์ที่ฉันรัก ครั้งแรกในเมืองไทย ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน โดยมีแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนได้รับเชิญให้กับเป็นสักขีพยานร่วมชมหนังเรื่องนี้เป็นกลุ่มแรก ๆ

พร้อมกับได้ส่งฟีดแบกกระแสตอบรับออกมาในทิศทางเดียวกันว่า นี่เป็นหนังญี่ปุ่นที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ผ่านมุมมองของโลกภาพยนตร์และคนรักวงการภาพยนตร์ ที่ในท้ายที่สุดผู้ชมอาจจะต้องหลั่งน้ำตาออกมาให้ในช่วงท้ายของหนังเรื่องนี้…

It’s a Flickering Life แด่ภาพยนตร์ที่ฉันรัก เล่าเรื่องราวของ โก (มาซากิ สุดะ) ผู้ใช้ทุกวันเวลาไล่ตามความฝัน ซึ่งชีวิตของเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยนักแสดงและผู้กำกับชื่อดังในช่วงยุคทองของวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น จนกระทั่งเขาได้ตกหลุมรักกับ โยชิโกะ (เมอิ นากาโนะ)

ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารและมันทำให้โกค่อยๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรักอันเป็นนิรันดร์ ไปพร้อมกับกงล้อแห่งชีวิตที่เชื่อมโยงไปถึง “เทพเจ้าแห่งภาพยนตร์” ที่จะกลายมาเป็นความมหัศจรรย์ในชีวิตโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

รีวิว It’s a Flickering Life

“It’s a Flickering Life แด่ภาพยนตร์ที่ฉันรัก” เมื่อความรักในภาพยนตร์ก่อเกิดเป็นความมหัศจรรย์ ผ่านบรรยากาศในช่วงยุคทองของวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น ฝีมือของผู้กำกับระดับตำนาน “โยจิ ยามาดะ” เข้าชิง 8 สาขา ได้แก่ “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, จัดแสงยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม” และ “ตัดต่อยอดเยี่ยม”

รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
ชื่อภาพยนตร์ It’s a Flickering Life / แด่ภาพยนตร์ที่ฉันรัก / キネマの神様
กำกับ Yoji Yamada/โยจิ ยามาดะ
เขียนบท Yuzo Asahara, Yoji Yamada
แสดงนำ Kenji Sawada, Masaki Suda, Mei Nagano, Nobuko Miyamoto, Keiko Kitagawa, Yojiro Noda, Lily Franky
แนว/ประเภท Drama
เรท
ความยาว 125 นาที
ปี 2021
ประเทศ ญี่ปุ่น
เข้าฉายในไทย 12 พฤษภาคม 2022
ผลิต/จัดจำหน่าย Kinema no Kamisama Film Partners, Shochiku, M Pictures

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น