รีวิว Freaky (2020) สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง

Freaky ว่าด้วยเรื่องวุ่นปนสยองเมื่อมิลลี่ (Kathryn Newton) สาวน้อยวัยใส ดันสลับร่างกับฆาตกรต่อเนื่องจอมโหดฉายา เดอะ บุชเชอร์ (Vince Vaughn) งานนี้มิลลี่ในร่างบุชเชอร์เลยต้องหาทางทวงร่างตัวเองกลับมาให้ทันก่อนที่ร่างของพวกเขาจะสลับกันตลอดกาล

พล็อตเรื่องทำให้นึกถึงหนังตลกวัยรุ่น Freaky Friday ครับ อันนั้นคือแม่ลูกสลับร่างกัน มาเรื่องนี้ก็หักไปเป็นแนวสยองไล่เชือด ซึ่งก็จัดว่าดูได้เรื่อยๆ น่ะครับ แต่ยังไม่ถึงกับสนุกแบบสุดๆ หลายอย่างพอจะคาดเดาได้ไม่ยาก ส่วนการเดินเรื่องก็เป็นไปตามคาดน่ะครับ บุชเชอร์ในร่างมิลลี่ก็ไล่ฆ่าคนไป ส่วนมิลลี่ในร่างบุชเชอร์ก็จะวี้ดๆ เหวอๆ เรียกว่าหนังก็จะสลับขั้วระหว่างสยองโหดๆ กับตลกขำๆ ไปจนจบน่ะครับ

แต่ถ้าถามว่ามีอะไรใหม่ไหม เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ใหม่อะไร เพราะมันก็คือหนังไล่เชือดตามสูตรที่เพิ่มพล็อตว่าด้วยการสลับร่างใส่ลงไปเท่านั้นเอง

สิ่งที่ถือเป็นของดีสำหรับหนังเลยก็คือการแสดงลื่นๆ ของ Vaughn น่ะครับ ตอนเป็นบุชเชอร์ก็นิ่งดหดกันไป แต่พอเป็นมิลลี่ก็ตุ้งติ้งซะน่ารักเชียว ในขณะที่ Newton ตอนเป็นมิลลี่ก็ลื่นไหลตามบทครับ ครั้นพอเป็นฆาตกรผมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าแววตาของเธอยังคงมีความเป็นเด็กผู้หญิงวัยทีนมากกว่าจะเป็นฆาตกรวัยดึก อันนี้ก็เป็นความรู้สึกลึกๆ น่ะนะครับ แต่ถ้าไม่คิดมากก็พอจะมองข้ามไปได้

หนังกำกับโดย Christopher Landon แห่ง Happy Death Day ทั้ง 2 ภาค ซึ่งผมชอบผลงานของเขาใน 2 เรื่องนั้นมากกว่าครับ เพราะมันจะมีลูกเล่นหักมุมและบางทีก็เกินคาดเดา มันเลยค่อนข้างสนุกและน่าติดตาม (แม้ภาค 2 จะดูแถๆ ไปบ้างในบางประเด็นก็ตาม) ในขณะที่เรื่องนี้ หากถอดเรื่องการสลับร่างออกไป ก็จะได้เป็นหนังไล่เชือดตามสูตรแบบที่คุ้นเคยนั่นเอง

แต่กระนั้นหนังก็ดูได้เรื่อยๆ ครับ ดู Vaughn แสดงเป็นสาววัยทีนผมว่าก็สนุกแล้วล่ะ แล้วอีกช่วงที่ผมชอบก็คือตอนท้ายครับ ตอนที่มิลลี่กับบุชเชอร์ต้องเผชิญหน้ากันแบบจริงๆ จังๆ ตอนที่ว่านั่นค่อยลุ้นมากหน่อย และไปๆ มาๆ หนังก็แทรกความเป็นหนังก้าวพ้นวัย Coming of Age ลงไปแบบเนียนๆ ด้วย

ตัวหนังทำเงินทั่วโลกราวๆ $15 ล้าน ส่วนหนึ่งก็เพราะฉายในช่วงโควิดน่ะครับรายได้เลยไม่มากหนังไม่ถึงกับขาดทุนหรอก เพราะลงทุนเพียง $5 ล้านเท่านั้นเอง

ก็ถือเป็นหนังไล่เชือดที่ดูแบบสนุกๆ ได้อยู่ครับ เพียงแต่ถ้าใครคาดหวังอะไรที่มันหวือหวาแบบที่ผู้กำกับเคยทำไว้ใน Happy Death Day ล่ะก็ อาจจะต้องปรับความคาดหวังกันสักหน่อยครับ

หากยังจำกันได้เมื่อไม่นานมานี้มีหนังสยองขวัญแนววนลูปที่นางเอกต้องติดอยู่ในวันเกิดตัวเองและถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าหนังเรื่องนั้นมีชื่อ Happy Death Day ออกฉายปี 2017 และประสบความสำเร็จจนมีภาคต่อในปีที่แล้วกับ Happy Death Day 2U

และแจ้งเกิดให้ผู้กำกับหนังสยองขวัญอย่างคริสโตเฟอร์ แลนดอน ที่ได้ร่วมงานกับทางบลัมเฮาส์ โปรดักชัน ตอกย้ำความสำเร็จให้สตูดิโอหนังสยองขวัญยุคใหม่ที่จับอะไรก็มือขึ้นไปหมด (ด้านรายได้หนังอาจยังมีแป้กอยู่บ้าง) และปีนี้แลนดอนก็กลับมาอีกครั้งกับหนังสแลชเชอร์สุดปั่นอย่าง Freaky

เรื่องราวสุดโกลาหลคราวนี้ก็เริ่มขึ้นเมื่อฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดอย่าง บุชเชอร์ (วินซ์ วอห์น) ที่ออกอาละวาดสังหารวัยรุ่นในเมืองบลิสฟิลด์ เกิดไปขโมยกริชของชนเผ่าแอซเท็กหลังสังหารวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งอย่างเหี้ยมโหดและเหยื่อที่มันดันเอากริซไปแทงดันเป็น มิลลี (แคธรีน นิวตัน)

สาวเฉิ่มประจำบลิสฟิลด์ไฮ แต่ด้วยเวทมนตร์ลึกลับของกริซก็ทำให้ทั้งคู่มีอันต้องสลับร่างกัน ความวายป่วงก็เกิดขึ้นเมื่อบุชเชอร์ในร่างมิลลีไล่ฆ่าเหล่านักเรียน ส่วนมิลลีในร่างบุชเชอร์ก็ต้องหาทางหยุดฆาตกรในร่างสาวแซ่บของเธอภายใน 24 ชั่วโมงก่อนทั้งคู่จะต้องสลับร่างกันตลอดกาล

รีวิว Freaky (2020) สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง

หาก Happy Death Day เคยเอาสูตรสำเร็จของพลอตวนลูปแบบหนังเรื่อง Groundhog Day (1993) มาผสมกับแนวสแลชเชอร์ฆาตกรไล่สังหารโหด คราวนี้ Freaky ก็ไม่อายที่มันจะขอยำใหญ่หนัง 2 แนวที่ถูกสร้างจนเฝือที่สุดอย่างแนวสลับร่างสร้างรักอย่าง Freaky Friday และหนังสแลชเชอร์ที่เราจะเห็นการคารวะแบบปั่น ๆ อย่าง Friday the 13th หรือพ่อเจสัน วอร์ฮีย์ มาจนได้ส่วนผสมสุดอร่อยอย่าง Freaky เรื่องนี้นี่เอง (เดิมหนังเกือบจะใช้ชื่อ Freaky Friday The 13thก่อนถูกตัดเหลือแค่ Freaky)

แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมคริสโตเฟอร์ แลนดอนทั้งในฐานะคนเขียนบทและผู้กำกับก็คือการปรุงส่วนผสมมือสองได้อย่างสร้างสรรค์มาก ๆ คือมันไม่ได้สักแต่ว่าเอาคอนเซปต์สุดโต่งมาเล่าทื่อ ๆ ตรงกันข้ามหนังเหมือนเข้าใจวัตถุดิบตัวเองและยังประณีตพอจะจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างพอดิบพอดีโดยเฉพาะการที่มันไม่ลืมจะใส่ดราม่าและที่มาที่ไปให้ตัวละครนางเอกของเราดูน่าเอาใจช่วยและอดลุ้นตามไม่ได้โดยไม่ทิ้งความสนุกของหนังแนวสแลชเชอร์และหนังตลกอย่างที่มันเป็น

และหมัดเด็ดสำคัญคือมันทำถึงและสะใจกับมันได้ ไม่ว่าเราจะมองว่ามันเป็นหนังตลกมันก็มีมุกตลกที่ได้ผลทั้งมุกกะเทยแอบแซ่บ มุกสาวแสบร้ายไฮสคูล และมุกผิดฝาผิดตัวหรือ Mistaken Identity ที่สาวเฉิ่มไปอยู่ในร่างชายสุดหยาบกร้านที่ทำคนดูฮาก๊ากได้ทั้งเรื่อง โดย MVP สำคัญได้แก่วินซ์ วอห์นที่นอกจากจะเล่นเป็นฆาตกรได้น่ากลัวแล้วพอตอนสลับร่างเราก็อดฮากับ “ความตัวเล็ก” ของนางไม่ได้เลยทีเดียวและที่ถือว่าน่าจะโดดเด่นไม่น้อยได้แก่ มิชา โอเชอร์โรวิช ในบทจอชเพื่อนกะเทยแอบแซ่บของนางเอกที่ได้ปล่อยมุกและสร้างจังหวะคอมเมดี้ระดับเซียนได้หลายซีนเลยทีเดียว

ส่วนใครกลัวว่าพอไปทางตลกแล้วหนังแผ่วด้านสยองหรือเปล่าก็ต้องบอกเลยว่าไม่ต้องกลัว…เพราะหนังจัดเต็มความโหดสายเชือดเลือดกระเด็นทั้งคนถูกแช่แข็งถูกเลื่อยผ่าครึ่งตัวและยังไม่นับกับลีลาแล่เนื้อเถือหนังแบบแทบจะเรียกทั้งปู่ไมเคิล ไมเยอร์ แห่ง Halloween คุณตาเจสัน วอร์ฮีย์ Friday the 13th หรือคุณน้าฆาตกรโกสต์เฟซแห่ง Scream มาประทับทรงกันครบองค์นรกแตกเลยทีเดียว

ดูหนังฟรี

รีวิว Freaky (2020) สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง

ความรู้สึกหลังดู

ที่สำคัญหากใครเป็นคอหนังสายตาอยู่ไม่สุขเราจะแอบเห็นการอ้างอิงถึงหนังสยองขวัญเก่า ๆ อยู่เนือง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนามสกุลของ Strode ของตัวละคร บุ๊กเกอร์ สโตรด หนุ่มในฝันของมิลลีที่ประหนึ่งเป็นลูกหลานของ ลอร์รี สโตรด แห่ง Halloween ที่บลัมเฮาส์ โปรดักชันวางกำหนดฉาย Halloween Kills ภาคต่อไว้ปีหน้า (ซึ่งเจมี ลี เคอร์ติสที่รับบท ลอร์รี สโตรดก็เคยเล่นเป็นแม่ที่สลับร่างกับลูกใน Freaky Friday ฉบับรีเมกปี2003ด้วยนะ) หรือจะเป็นหน้ากากของบุชเชอร์ก็แทบจะเคาะเบ้ามาจากหน้ากากฮ็อกกีของเจสัน วอร์ฮีย์ในภาค 3 ของ Friday the 13th เลยทีเดียว

และหนังก็ยังแสบสันถึงขั้นเริ่มเรื่องราวไล่ไปตั้งแต่ พุธที่ 11 ไปจนถึงศุกร์ 13 เรียกได้ว่าทั้งคารวะทั้งปั่นและต้องยอมรับว่ามันให้ความบันเทิงแบบหนังสแลชเชอร์ตลกยุค 90s ได้สะใจมากจริง ๆ โดยบทหนังก็ไม่ลืมจะใส่ลูกล่อลูกชนอย่างที่หนังสแลชเชอร์ดี ๆ และเล่นจังหวะหลอกล่อตุ้งแช่บ้างตามหนังแนวนี้ซึ่งความน่ากลัวก็ถือว่าแรงดีไม่มีตกทั้งเรื่องเลยทีเดียว

ดูหนังใหม่

รีวิว Freaky (2020) สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง

หนังเรื่องนี้เป็นพล็อตเรื่องหนังสยองขวัญที่แปลกใหม่มาก ถึงแม้ว่าพล็อตเรื่องอาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากหนังในอดีตก็ตาม แต่ก็ถือว่าการได้สลับร่างกับฆาตรกรก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่อยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องนี้จึงสนุกตั้งแต่ยังไม่ดูเลยก็ว่าได้ แล้วผลของมันก็คือ ความบันเทิงที่จัดหนักจัดเต็ม

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปมดราม่า ความฮา และแน่นอนว่าความสยองขวัญก็ใส่มาแบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียว ทั้งฉากการไล่ฆ่าต่าง ๆ ที่ต้องยอมรับในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการครีเอทฉากต่าง ๆ มาก ๆ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังสำหรับการเล่าเรื่องภายในเรื่อง

รีวิว Freaky (2020) สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง

และจะไม่พูดถึงตัวนางเองอย่างแคธรีน นิวตันก็คงไม่ได้ เพราะเท่าที่อ่านข้อมูลมาคือเธอเคยร่วมงานแบบเฉียด ๆ กับคริสโตเฟอร์ แลนดอนใน Paranormal Activity 4 ที่แลนดอนเขียนบทก่อนเธอจะไปดังกับซีรีส์ Big Little Lies ทาง HBO และแม้จะปฏิเสธบทในทีแรกเราก็ต้องขอขอบคุณที่เธอกลับใจเพราะดูจากหนังก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมบทของมิลลีถึงถูกเจาะจงจากแลนดอนว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น

โดยนิวตันมอบทั้งด้านดรามjาเด็กสาวที่กำลังอยู่ชั้นปีสุดท้ายแถมครอบครัวก็เพิ่งสูญเสียพ่อซึ่งเธอก็แสดงด้านที่เปราะบางออกมาได้อย่างหมดจดไม่เสียชื่อนักแสดงดาวรุ่งขายฝีมือจริง ๆ และลุคของเธอที่สามารถกระโดดจากสาวเรียบร้อยไปเป็นบาร์บี้สุดโหดตอนสลับร่างก็ต้องยอมรับว่าเธอแซ่บจริงอะไรจริงและยังคงความน่าสะพรึงกลัวที่รับช่วงมาจากวินซ์ วอห์นได้อย่างไร้ที่ติอีกด้วย

สรุปแล้วเราคงต้องวาง Freaky เป็นโปรแกรมสุดเซอร์ไพร์สของปี 2020 ได้เลยทีเดียวทั้งความสนุกของหนังที่ครบรสทรงเครื่องทั้งความตลกและความสยองขวัญ ช่วยให้ปีนี้โรงหนังไม่แห้งแล้งหนังดูสนุกจนเกินไปหลังหลายโปรแกรมเลือกหนีโควิด 19 ไปปีหน้ากันหมดแล้ว และดีไม่ดีมันอาจแถจนมีภาคต่อก็ได้หากมันประสบความสำเร็จ

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น