รีวิว earwig and the witch

ถือว่าเป็นภาพยนตร์อนิเมะ 3D เรื่องแรกของ​​​​สตูดิโอจิบลิเลยก็ว่าได้ เนื้อเรื่องค่อนข้างสนุกที่เล่าถึงเรื่องราวของเด็กสาวที่โตมากับบ้านเด็กกำพร้า ตัวภาพสวยมาก ๆ สีสันสดใส เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ซึ่งเนื้อเรื่องได้โครงสร้างมาจากวรรณกรรมในชื่อเดียวกันของนักเขียนชาวอังกฤษไดอาน่า ไวนน์ โจนส์ ​​​​(Diana Wynne Jones)

นี่คือเรื่องราวของเด็กสาวหัวดื้อนามว่า อายาสึรุ หรือ อาย่า (เอริกะ วิกก์) ที่อาศัยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าเซนต์มอร์วาลด์ อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ถูกรับไปเลี้ยงโดย เบลล่า ยากะ และ แมนเดร็ก แม่มด พ่อมดปริศนาที่อาศัยอยู่ตรงถนนไลม์ใกล้ ๆ กับบ้านเด็กกำพร้า เมื่อมาถึงบ้านเธอถูกวางหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเบลล่าและไม่สามารถออกไปจากบ้านได้

เธอจึงขอให้เบลล่าช่วยสอนการใช้เวทมนตร์แลกกับการช่วยงาน และเธอก็ได้พบกับสิ่งแปลก ๆ มากมายภายในบ้านพร้อมกับปริศนาผู้หญิงผมแดงกับชื่อของเธอ เรื่องราวสุดวุ่นวายของพวกแม่มดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว  รีวิวการ์ตูนฝรั่ง

หนังการ์ตูนปี 2020 ผลงานกำกับเรื่องที่สามของ โกโระ มิยาซากิ บุตรชายฮายาโอะ มิยาซากิ หลังจากได้รับคำชมเชยพอประมาณจากเรื่องแรกคือ Tales from Earthsea (2006) และคำชื่นชมมากมายจากเรื่องที่สองคือ From Up on Poppy Hill (2011)

หนังสร้างจากหนังสือของ Diana Wynne Jones ซึ่งเป็นอีกเล่มหนึ่งที่คุณพ่อฮายาโอะชอบมาก เหตุเกิดในชนบทอังกฤษ ตัวละครทุกตัวเป็นอังกฤษ เวลาดูจึงอาจจะต้องเลือกสักหน่อยว่าจะฟังเสียงญี่ปุ่นหรืออังกฤษดี การ์ตูนที่รักทดลองดูครึ่งแรกด้วยเสียงอังกฤษ จากนั้นดูครึ่งหลังด้วยเสียงญี่ปุ่น

ความรู้สึกส่วนตัวว่าครึ่งหลังดีกว่า

เป็นหนังเรื่องแรกของจิบลิสตูดิโอและโกโระ มิยาซากิที่สร้างด้วยซีจี จึงเป็นเรื่องหนึ่งของจิบลิสตูดิโอที่แปลกตาไม่คุ้นเคย มิหนำซ้ำเรื่องเล่าก็เรียบง่ายเสียจนไม่น่าเชื่อ

หนังยาวเพียง 88 นาที มีเพลงเปิด เพลงกลางเรื่อง และเพลงปิดเพราะดี

หนังมีเรื่องเบื้องหลังเกี่ยวพันกับวงดนตรีอยู่แล้ว เกี่ยวอย่างไรอันนี้ปล่อยให้นักดูหนังไปดูเอง  ดูหนัง

รีวิว earwig and the witch

รีวิว earwig and the witch

รีวิว earwig and the witch  คืนหนึ่ง สาวผมแดงสวยงามนางหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์หนีการไล่ล่าของรถยนต์คันหนึ่ง เธอใช้เส้นผมแดงของเธอสลัดรถคันนั้นไป ที่แท้เธอมีวิชาแม่มด เธอจอดรถที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์มอร์วอลด์ แล้ววางทารกหญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งไว้ที่พื้นพร้อมจดหมายฝากฝังว่าวันใดที่เธอสลัดการไล่ล่าของแม่มด 12 ตนได้แล้วจะกลับมารับ  เว็บหนัง

หัวหน้าสถานเลี้ยงเด็กเป็นหญิงกลางคนผมทองร่างอ้วนอุ้มทารกหญิงขึ้นมาด้วยความรักใคร่ เลขาฯ สาวใส่แว่นรวบผมหน้าเคร่งขรึมกล่าวเตือนว่านี่เป็นแม่มด จดหมายที่วางไว้บอกว่าทารกชื่อ เอียร์วิก

ผ่านไปสิบปี เอียร์วิกเติบโตเป็นเด็กหญิงจอมแก่น เธอมีเพื่อนคู่หูกึ่งๆ ลูกไล่เป็นเด็กชายผมทองหน้าตาน่ารักอุปนิสัยขี้กลัวชื่อ คัสตาร์ด

คืนหนึ่งพวกเด็กกำพร้าสิบกว่าคนเอาผ้าขาวคลุมตัวออกมาวิ่งเล่นในป่าช้า earwig and the witch สปอย

เอียร์วิกพาคัสตาร์ดแยกออกจากกลุ่มขึ้นบันไดเวียนคับแคบสูงชันไปที่หลังคาวิหารเพื่อชื่นชมอากาศข้างบนและทัศนียภาพเวลากลางคืน

เอียร์วิกสดใสร่าเริง ไม่มีความทุกข์ร้อน เธอบอกว่าเธอไม่อยากไปไหน ไม่อยากให้ใครมารับไปเป็นบุตรบุญธรรม

เธอขอลิขิตชีวิตเอง ดูหนังออนไลน์

รีวิว earwig and the witch

การดำเนินเรื่อง

วันต่อมา เป็นวันที่พ่อๆ แม่ๆ หลายคู่มาเดินดูเด็กๆ เพื่อเลือกบุตรบุญธรรม เอียร์วิกถือหนังสือเล่มหนึ่งอ่าน หน้าปกหนังสือคือเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน The Hound of the Baskervilles ส่วนคัสตาร์ดเปิดหนังสือนวนิยายวิทยาศาสตร์ของโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์อ่าน ชื่อ Red Planet คัสตาร์ดเป็นผู้รอบรู้เรื่องดาวอังคารและมนุษย์ดาวอังคารมากคนหนึ่ง

วันหนึ่ง มีหญิงอ้วนผมเขียวหน้าตาน่าเกลียดมาเลือกเด็ก เด็กๆ ออกมายืนแถวรอ หล่อนชื่อ เบลล่า ตามหลังหญิงอ้วนเป็นชายร่างสูงใส่แว่นดำเดินหลังค่อมมือล้วงกระเป๋า หน้าตาไม่น่าไว้วางใจยิ่งกว่า หากมองดีๆ จะเห็นกองไฟสองกองลุกไหม้อยู่ในดวงตาสองดวงของเขา เขาชื่อ แมนเดร๊ก ดูหนังฟรี

หญิงอ้วนหยุดที่เอียร์วิกแล้วเลือกเธอ เอียร์วิกพยายามประท้วงอย่างไรก็ไม่เป็นผล เธอต้องกอดลาทุกๆ คนรวมทั้งคัสตาร์ด

เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าสถานเลี้ยงเด็กรักเอียร์วิกมากเป็นพิเศษกว่าเด็กคนอื่นๆ แต่ก็จำตัดใจปล่อยเธอไปตามระเบียบ earwig and the witch หนังสือ

ที่แท้ ชายลึกลับนั้นเป็นพ่อมด หรือว่าที่จริงเป็นชาวดาวอังคาร วันๆ ไม่เห็นเขาทำอะไรนอกจากนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ กิน เดิน และเดินทะลุฝาห้องต่างๆ ได้ตามใจชอบ เขาดูโมโหโกรธาไฟลุกพึ่บได้ตลอดเวลาและไม่พึงใจเด็กหญิงเอียร์วิกคนนี้มาก

หญิงอ้วนผมเขียวน่าเกลียดเป็นแม่มด เธอเอาเอียร์วิกมาเป็นผู้ช่วย ทำความสะอาดห้องทดลอง คอยยื่นเครื่องไม้เครื่องมือหรือคนน้ำยา กับวิ่งหยิบของที่เธอต้องการ

ปรากฏว่าไฮไลต์ของหนังเป็นฉากห้องปฏิบัติการของยายแม่มดนี้เอง มันสกปรกมาก สกปรกที่สุดของที่สุด ภาพที่เห็นทั้งหมดสร้างด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก หลังจากหนังจบนั่งดูสเปเชียลฟีเจอร์ต่อพบว่าทีมงานภาคภูมิใจกับฉากในห้องทดลองนี้มาก เริ่มจากภาพร่างยุ่งเหยิงที่สวยงามกลายเป็นภาพกราฟิกที่ดูอลังการไปด้วยความสกปรก โสโครก ลึกลับ และมีเงื่อนงำ หนังเรื่องนี้ส่งกลิ่นที่เอียร์วิกต้องหน้านิ่วปิดจมูกหลายครั้ง คนดูปิดจมูกตาม  หนังฝรั่ง netflix

รีวิว earwig and the witch

แนะนำตัวละครหลัก

1. อายาสึรุ หรือ อาย่า

เด็กสาวที่เติบโตมาภายในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์มอร์วาลด์ที่มีทรงผมสุดเป็นเอกลักษณ์และแหกกฎแรงโน้มถ่วงอย่างมาก เธอถูกแม่ที่เป็นแม่มดนำมาวางไว้หน้าประตูของบ้าน เธอมีนิสัยที่ดื้อรั้น มีความมั่นใจ และออกจะแก่นแก้วไปบ้าง ชอบทำอะไรแผลง ๆ แต่ก็เป็นที่รักของทุกคนในบ้านเด็กกำพร้า อาย่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งนั่นก็คือ คัสตาร์ด เด็กหนุ่มขี้กลัว เวลามีคนมาดูเด็กไปเลี้ยงเธอก็มักจะตำตาเหล่เพื่อไม่ให้ตนนั้นถูกเลือก เพราะอาย่าอยากจะอยู่กับคัสตาร์ดที่นี่ไปตลอด

2. เบลล่า ยากะ

แม่มดปริศนาที่รับเลี้ยงอาย่าจากบ้านเด็กกำพร้า เธอมีรูปร่างอวบอ้วน เส้นผมหยักศกสีฟ้าอมม่วงและไฝที่คางด้านซ้ายอันโดดเด่น เธออาศัยอยู่ตรงถนนไลม์กับ แมนเดร็ก และแมวเหมียวสุดน่ารักอย่าง โทมัส เบลล่ามีนิสัยที่ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ค่อยยิ้มแย้มแถมยังใช้งานอาย่าอย่างหนักด้วย เธอให้อาย่าเป็นผู้ช่วยในการทำคาถาเวทมนต์ต่าง ๆ ตามที่มีคนจ้างวานมา ในอดีตเธอเคยเป็นมือกลองที่เก่งกาจของวงดนตรีที่มีชื่อว่า EARWIG ซึ่งปัจจุบันได้มีสมาชิกคนนึงถอนตัวออกไป

3. แมนเดร็ก

พ่อมดปริศนาที่มาพร้อมกับหูแหลมยาวและแว่นตากลมโต เขาเป็นคนที่ขี้โมโหและขี้รำคาญมาก ๆ ตอนเช้าจะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่โต๊ะอาหารเป็นประจำทุกวัน ทุกคนในบ้านต่างรู้ดีว่าห้ามทำให้แมนเดร็กโกรธเป็นอันขาดเพราะเขาจะทำลายข้าวของและอื่น ๆ มากมาย ด้วยความที่ขี้รำคาญมาก ๆ จึงทำแมนเดร็กชอบอยู่แต่ในห้องแห่งมิติของตนเอง ในอดีตเขาเคยเป็นมือออร์แกนในวง EARWIG วงเดียวกับเบลล่า  earwig and the witch ตัวละคร

4. โทมัส

เจ้าเหมียวโทมัสเป็นแมวดำที่ถูกวางหน้าที่เป็นอสูรรับใช้หรือลูกมือของแม่มดเบลล่า การที่จะทำให้มนต์คาถาขลังนั้นจำเป็นต้องมีลูกมืออยู่ใกล้ ๆ อาจจะด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้าเหมียวพูดได้ แต่ก็ไม่ใช่แมวช่างคุย เราจึงไม่ได้เห็นน้องพูดในช่วงแรก โทมัสเป็นคนช่วยทำเวทมนตร์ ‘คาถาป้องกันเวทมนต์ทุกรูปแบบ’ ให้กับตัวเขาและอาย่าเพื่อป้องกันมนต์ของเบลล่า

5. คัสตาร์ด

เด็กหนุ่มที่มีเรือนผมสีทองสวย ตัวเล็กน่ารัก อาศัยอยู่บ้านเด็กกำพร้าและเป็นเพื่อนสนิทของอาย่า เขามีนิสัยที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดีและขี้กลัวเลยโดนอาย่าแซวเล่นอยู่บ่อยครั้ง เวลามีคนจะมารับเด็ก ๆ ไปเลี้ยงอาย่าก็จะพาคัสตาร์ดทำตาเหล่ไปอีกคนด้วยเหตุผลเดียวกัน

รีวิว earwig and the witch บทสรุป

รีวิว earwig and the witch ภาพยนตร์อนิเมะเรื่อง Earwig and the Witch หรือ มหัศจรรย์แม่มดอาย่า เป็นเรื่องที่ตอนแรกผู้เขียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นของค่ายจิบลิค่ะ เลื่อน ๆ ในNetflixแล้วเจอเห็นเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับแม่มดก็เลยกดไปดู คิดว่าเป็นอนิเมชั่นของอังกฤษเพราะลายเส้น3Dมาก ๆ แถมเรื่องนี้ยังสามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยจริง ๆ

คลายเครียดได้ดีด้วย ดูเพลินมากพอจบแล้วผู้เขียนก็แบบ ห๊ะ จบแล้วหรอ ฮ่า ๆ แต่ตอนจบทิ้งปมไว้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ เลยมั่นใจว่าหน้าจะมีภาค2แน่นอน

ส่วนการดำเนินเรื่องก็เป็นไปได้ด้วยดี ทำให้เราค่อย ๆ ได้รู้จักนิสัยตัวละครมากขึ้น ได้เห็นความแปลกใหม่ของห้องปรุงคาถาของแม่มดที่ไม่เคยได้เห็นจากการ์ตูนเรื่องอื่น ส่วนงานภาพก็สวยแบบแปลกใหม่ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแล้วรู้สึกว่าชอบแบบ2Dมากกว่าเพราะคิดว่าแบบนั้นคือเสน่ห์ของสตูดิโอจิบลิไปแล้ว ส่วนเพลงของวงEARWIGก็เพราะมาก ๆ

ส่วนตัวแล้วชอบคาร์แรกเตอร์ของน้องอาย่ามาก ๆ กล้าทำอะไรในสิ่งใหม่ ๆ แถมขยันอีกด้วย ถ้าลองจินตนาการว่าเป็นตัวผู้เขียนเองที่ถูกรับไปเลี้ยงโดยแม่มดแถมยังใช้งานหนัก โดนดุอีก ออกจากบ้านก็ไม่ได้ คงซี่แหงแก๋ไปตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้วค่ะฮ่า ๆ  earwig and the witch บทสรุป

โดยรวมหนัง

แต่ไม่ว่าอย่างไร Earwig and the Witch ทั้งฉบับงานวรรณกรรมเยาวชนของ Diana Wynne Jones และฉบับหนังอนิเมชัน 3D CGI ของ Goro Miyazaki ก็เป็นทางเลือกที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในงานสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ที่ไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาและบรรยากาศแบบอ่อนใสโลกสวยแต่เพียงด้านเดียว ทว่ายังสามารถนำเสนอมุมมืดหม่นอัปลักษณ์ ที่สะท้อนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดอย่างเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ผ่านเรื่องราวการผจญภัยของตัวละครที่เหมือนจะมีแต่ฝ่ายอธรรมมาห้ำหั่นกันเองได้เช่นกัน  earwig and the witch สนุกไหม

ความ ‘ร้ายกาจ’ ของ Earwig and the Witch จึงยังคงแตกต่างจากงานอนิเมชันสำหรับเด็กเนื้อหา mature เป็นผู้ใหญ่เข้าใจโลกเข้าใจชีวิตอย่าง Watership Down (1978) ของ Martin Rosen หรือ James and the Giant Peach (1996) ของ Henry Selick ที่สุดท้ายก็ยังจะดูมองโลกในแง่ดีมากกว่า

ความ ‘ไม่น่าพิสมัย’ ทั้งหลายใน Earwig and the Witch นี่แหละ ที่ทำให้มันกลายเป็นงานอนิเมชันที่แปลกใหม่และล้ำไกลได้มากที่สุดเท่าที่ค่าย Studio Ghibli เคยสร้างมา แม้ว่ามันจะสุ่มเสี่ยงเหลือเกินที่จะทำให้บรรดาขาประจำต้องผิดหวังกับการพยายามรังสรรค์ความสดใหม่ในเชิงศิลปะอะไรทำนองนี้…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น