เรื่องราวของแบทแมนหรือบรู๊ซ เวย์น ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ผดุงยุติธรรมให้กับเมืองก็อทแธมกับศัตรูตัวฉกาจของเขาอย่างโจ๊กเกอร์ แม้เขาจะเก่งกาจเพียงใดภายใต้ชุดคลุมสีดำ พร้อมกับเสียงแหบทุ้ม …แต่เมื่ออยู่ในชุดปุถุชนธรรมดา เขากลับโดดเดี่ยว ไม่มีความสัมพันธ์กับใคร อย่างไรก็ตามทุกอย่างกำลังจะ เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้พบกับ ดิค เกรย์สัน ที่ขอมาเป็นลูกเลี้ยงของบรู๊ซ เวย์น ซึ่งเขาก็ตอบตกลงเป็นพ่อบุญธรรมให้ก่อนที่ชายคนนี้จะกลายมาเป็นโรบิน คนต่อไป …และการปรากฏตัวของบาร์บาร่า กอร์ดอน สาวตำรวจเมืองก็อทแธมคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทนพ่อของเขาอย่างจิม กอร์ดอน ซึ่งเธอก็กำลังจะกลายเป็นแบทเกิร์ล ต่อไปอีกเช่นกัน… ภารกิจปกป้องเมืองจากโจ๊กเกอร์และวายร้ายตัวฉกาจอีกมากจึงต้องเป็นหน้าที่ของพวกเขา ได้ดู The Lego Movie มาก่อนหน้านี้ คือชอบสุดๆที่รายละเอียดของแต่ละส่วนประกอบที่เป็นเลโก้ทั้งหมด และเนื้อเรื่องของหนังที่ไม่น่าเบื่อ พอเห็นว่าเรื่องนี้จะเข้า ก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูเลยค่ะ ขอบอกไว้ก่อนว่า สำหรับคนที่ไม่เคยดูแบทแมน หรือเรื่องอื่นๆที่มีตัวละครอยู่ในนี้ อาจจะเก็ทมุขไม่หมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลงเลยจริงๆ หนังจะล้อเลียนแบทแมน ตัวละครของ DC และตัวละครอื่นๆบ้าง ล้อได้ฮามากค่ะ อันนี้ยอมรับเลย มีตลกมาเป็นช่วงๆ แต่ช่วงดราม่าก็มี ช่วงต่อสู้ก็มี แต่เอาจริงๆรู้สึกว่าเน้นฮามากกว่า ขนาดต่อสู้ยังมีฮาเลย555555555 จุดที่ชอบสุดๆของหนัง Lego คือ ทุกฉาก ทุกการเคลื่อนไหว เหมือนเราเอาเลโก้มาตั้งเล่นกันจริงๆ ขางอได้แค่ไหนก็อยู่แค่นั้น เปลี่ยนชุดยังไงก็เป็นอย่างนั้น เอฟเฟกต์ในเรื่องกับของประกอบฉากเองยังออกมาเป็นก้อนๆแบบเลโก้เลย ละเอียดมาก ในส่วนของเนื้อเรื่องก็ถือว่าทำออกมาได้ดีค่ะ เรื่องดำเนินค่อนข้างไวและกระชับ รู้สึกว่าไม่มีช่วงให้เบื่อเลย ส่วนมากหนังจะเป็นบทพูด (ตัวเด็กนี่พูดมากจริง ส่วนแบทแมนก็พูดได้หลงตัวเองสุดๆ5555555) แต่ก็เป็นบทพูดฮาๆ ช่วยให้เรื่องน่าติดตามอยู่ตลอด หากใครยังไม่มีหนังในดวงใจที่จะไปดูช่วงนี้ แนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ ปล. ส่วนตัวดู 3D มา โอเคมากๆค่ะ คุ้มค่าตั๋วเลย สามารถนับเป็นหนังแบทแมน ภาคแยกก็ยังได้ ถึงแม้จะมาในรูปแบบแอนิเมชั่นแต่ความมันส์และความสะเด่าส์นับว่าไปไกลกว่าในภาคหนังคนแสดงซะอีก เพราะเมื่อมาอยู่ในเรื่องของเลโก้แล้ว ความไม่ธรรมดาย่อมบังเกิดแน่นอนเพราะหนังเรื่องนี้ จัดเต็มทั้งมุกตลกที่เกี่ยวกับฮีโร่อย่างแบทแมน ล้อเลียนฮีโร่ในค่าย DC แบบขำกลิ้งจนถูกใจกันไปตามๆ กัน อีกทั้งยังเป็นหนังที่ดูเอาบันเทิงได้ ดูเอาตลกโปกฮาได้ และเนื้อเรื่องที่ชวนลุ้น ในบางฉากเองยังเข้าโหมดจริงจัง เลยทำให้ดูไม่ตลกโปกฮาตลอดทั้งเรื่อง (จนจะกลายเป็นหนังแอนิเมชั่นตลกโปกฮาอย่างเดียว) ช่วงกลางเรื่องจะมีประเด็นที่ผู้ใหญ่ขึ้นประเด็นหลักที่ว่าด้วย ความโดดเดี่ยวในสายอาชีฮีโร่ที่บรู๊ซ เวย์น ต้องพึ่งพาคนอื่น ซึ่งประเด็นที่ว่าด้วยความโดดเดี่ยวของแบทแมนนี้ก็ถือเป็นธีมหลักๆ ที่มีมาตั้งแต่เวอร์ชั่นหนังคนแสดงแล้วด้วย นับจากเรื่องแรกอย่าง The Lego Movie (2014) ถ้าหากถามว่าเรื่องนี้กับเรื่องก่อนหน้า เรื่องไหนดีกว่ากัน …ก็ต้องบอกเลยว่าดีทั้งคู่ครับ ส่วนตัวผมเองตั้งแต่ปล่อยภาคแรกออกมาก็ขอเป็นแฟนหนังเรื่องนี้เลย มาเรื่องนี้ก็ยังดูสนุกสนานในแบบผู้ใหญ่ได้ คือเลโก้มันเด่นตรงมุกตลกที่หน้าตายและหยอกล้อกับหนังเรื่องโน้น เรื่องนี้ได้อย่างลื่นไหลจนคนดูอย่างเราๆ ก็เออออไปกับมัน เท่าที่ผมนึกได้… หนังที่ทำหน้าที่หยอกล้อตัวเองและเป็นหนังภาคต่อเรื่องล่าสุดที่ได้ดูคือ 22 Jump Street เรื่องนั้นนับว่าเป็นหนังภาคต่อที่ขยันผลิตมุกมากัดตัวเองมากที่สุดเลย เลโก้ แบทแมน นี่ก็ยังนับว่าขยี้มุกได้แทบทุกนาทีเลยนะ (จนบางทีเรารู้สึกว่าตัวละครในเรื่องจะพูดมากไปไหนเนี้ย ฮา) ใครแฟนแบทแมนไปดูคงจะต้องขำกลิ้งอย่างแน่นอน The Lego batman movie สรุปแล้วเป็นหนังที่น่าตีตั๋วไปอย่างยิ่งในรอบโปรแกรมอาทิตย์นี่ เช่นเดิมครับ หนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ก็เพลินหรือขำไปกับหนังได้ หนังลื่นไหล มุกตลกไปสุดทาง หยอกล้อและขยันขนมุกกันมาเหลือเกินทีเดียว แฟนแบทแมนและแฟนเลโก้ก็ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น