จะบอกว่าไม่ผิดที่หนังแอนิเมชั่นอย่างทอย สตอรี่ …ภาคแรกนั่น จะเป็นหนังในวัยเด็กที่ใช้คำว่า โตมาพร้อมๆ กันก็ไม่ผิดเพราะคุ้นหูคุ้นตากับทุกฉาก ทุกซีนที่ปรากฏอยู่ในหนังจนแทบะเรียกได้ว่า หยิบภาคแรกมาดูทีไร เรื่องเก่าครั้งอดีตมันก็ผุดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ในภาคสี่นี่ ความประทับใจทุกอย่างผมให้เต็มสิบ …แม้เนื้อเรื่อง ในเเง่ของความอิมเเพคต่อคนดู การสร้างจุดเปลี่ยนของตัวละครของเล่นในเรื่อง อาจจะเทียบไม่ได้เท่ากับภาค 3 ที่ประเด็นผลักดันไปสู่สิ่งสำรวจใหม่ๆ เเละมอบข้อคิดความหวังชนิดแบบว่าปิดไตรภาคได้อย่างลึกซึ้งที่สุด แต่ช่างมันครับ เนื้อเรื่องในส่วนนี้พาคนดูไปสำรวจถึงการมีคิดว่าตัวตนของตนเองว่าสำคัญต่อคนอื่นหรือไม่ …ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็กลับมาตอกย้ำเหล่าตัวของเล่นในเรื่องอีกครั้งว่ามีตนเองอยู่เพื่อคนเล่นคนเก่าหรือเพื่อผลัดเปลี่ยนมอบความสุขให้คนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ มันอาจจะไม่ได้มีเนื้อเรื่อง ประเด็นถกคิดที่สะเทือนใจต่อคนดูเทียบเท่าอย่างที่ว่า แต่หนังก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐานพิกซ่า มีองค์ประกอบความเป็นงานบันเทิงครบสมบูรณ์ทุกกระบวนความ …ส่วนตัวที่ชอบหนังชุดนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่ได้มาดูภาคสี่ มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของหนังคือการได้มาได้ดูเพื่อนเก่า ตัวละครเก่าๆ ที่เราโปรดปราน ซึ่งยอมรับว่ามีความสุขกับการเหมือนย้อนวัยสมัยที่เราโปรดปรานตอนเด็กๆ (ตอนเพลง ฉันคือเพื่อนรู้ใจ บรรเลงขึ้นอีกครั้งในภาคนี้ ยอมรับว่าผมเองน้ำตาปริ่มๆ ออกมา เเละที่ขาดไม่ได้ การได้มานั่งดูพากย์ไทยก็ยิ่งตอกย้ำการดำดิ่งวัยเด็กในครั้งนี้มันผุดขึ้นมาพอๆ กับการผจญภัยในภาคใหม่นี้ เสียงอาเอก สรพงษ์ และอาหนุ่ม สันติสุข ที่ช่วยทวีคูณความสนุกในครั้งนี้ยิ่งสมบูรณ์แบบไปอีก Toy story 4 คิดว่าถ้าเป็นทั้งแฟนหนังชุดนี้ หรือไม่เป็น หรือไม่เคยดูสักภาค …ก็ถือเป็นงานแอนิเมชั่นที่ใช้คำว่าน่าประทับใจก็ไม่มีผิดของปีนี้ ความสนุกมันยังครบครัน ประเด็นให้ข้อคิดยังคงดีงาม มีน้ำตาปริ่มกันเเน่นอนงานนี้ ..รวมๆ แล้วมันคือความสนุกสนาน ความซึ้ง ตัวละครเก่า-ใหม่ มีมุกฮาๆ น่ารัก เปิ่นๆ เรียกเสียงหัวเราะในโรงได้อยู่หมัด ในแบบที่หาไม่ได้ที่ไหน เฉพาะจากเพื่อนเก่าคนนี้เท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น