รีวิว choose or die

Choose or Die เลือกหรือตาย (2022) ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ ที่หนึ่งในผู้เขียนคือ Matthew James Wilkinson โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง Yesterday (2019) 😱 หนังบอกเล่าเรื่องราวของเกมย้อนยุค เกม Curs>r เคอร์เซ่อร์ ความเป็นจริงต้องคำสาป เกมลึกลับที่ให้ผู้เล่นเลือกระหว่างสองทางเลือก โดยสิ่งที่เลือกจะกลายเป็นจริง เจ็บจริง

เลือดออกจริง ผู้เล่นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เช่นนั้นจะตาย ทุก ๆ เลเวลที่เพิ่มขึ้น ตัวเลือกจะเพิ่มดีกรีความยากขึ้นด้วย และเกมจะเปิดให้เล่นทุกวันเวลาเดิมซ้ำ ๆ กัน จนกว่าผู้เล่นจะสามารถชนะเงื่อนไขทั้งหมดของเกมได้ เกมถึงจะจบลง ซึ่งผู้ชนะจะได้รับรางวัลจากเกมสูงถึง 125,000 ดอลล่าร์สหรัฐ โดยเคย์ล่า (ไอโอลา เอแวนส์)

เป็นคนค้นพบเกมนี้ หลังจากที่ฮัล (เอ็ดดี้ มาร์แซน) เล่นไว้เมื่อสามเดือนที่แล้ว เคย์ล่าพยายามเล่าผลจากการเล่นเกม ที่ทำให้แม่ของเธอบาดเจ็บสาหัสให้เพื่อนสนิทไอเซ็ก (เอซา บัตเตอร์ฟีลด์) ฟัง ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากเชื่อแต่เมื่อเห็นกับตา ไอเซ็กก็ไม่อาจปฏิเสธถึงการมีอยู่ของเกมนี้ได้ ใครจะสามารถชนะเกมนี้และได้รางวัลไปครอง โปรดติดตามกันต่อทาง รีวิวหนังผีฝรั่ง

ยินดีต้อนรับเข้าสู่…เกมคลาสสิกที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล นี่คือคอนเซ็ปต์ในหนังเขย่าขวัญสุดสยองจากฝีมือทีมนักสร้างหนังรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับกิมมิกที่น่าสนใจไม่เบา “Choose or Die” (เลือกหรือตาย) เป็นหนังฟอร์มเล็ก ๆ ที่อาจจะไม่สะดุดตาคนดู แต่เนื้อแท้ข้างในนั้นซุกซ่อนเอาไว้เนื้อหาที่หนักแน่นและบีบคั้นอารมณ์ในลักษณะการสู้ชีวิต..แต่ชีวิตสู้กลับอะไรทำนองนั้น และมันก็เป็นองค์ประกอบที่เวิร์กและไม่เวิร์กปะปนกันไป

Choose or Die ว่าด้วยเรื่องราวของนักศึกษาที่กำลังแสวงหาโชคเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับตัวเองและคนรอบข้าง ก่อนที่เธอจะได้ค้นพบเกมคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า ‘เคอร์เซ่อร์’ เป็นเกมแนวเอาชีวิตรอดสุดคลาสสิกจากในช่วงยุคปี 1980s และเกมนี้ผู้เล่นที่ชนะจะได้รับเงินรางวัลถึง 1 แสนเหรียญ แต่เมื่อเธอได้ดำดิ่งเดินหมากเข้าสู่ห้วงของเกมนี้ ในไม่ช้าก็ได้ค้นพบว่าเธอไม่ได้เล่นเกมเพื่อเงินรางวัลอีกต่อไป แต่กลายเป็นเล่นเกมเพื่อเอาชีวิตให้รอด!

คือจริง ๆ คอนเซ็ปต์ของหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังสยองขวัญแนวเดิม ที่ไม่ได้มีพื้นฐานที่แปลกใหม่อะไรเท่าไหร่ เป็นหนังแนวเล่นเกมสุดท้าทายแบบด่านต่อด่านไป โดยมีคอมพิวเตอร์ลึกลับเป็นผู้กำหนดโจทย์ และผู้เล่นก็ต้องเลือกเล่นเกมตามหน้าที่ของพวกเขา เพื่อให้ผ่านเลเวลนั้น ๆ ให้จงได้ เป็นไอเดียที่ไม่ได้มีความสดใหม่ แต่ก็สามารถสร้างเป็นกิมมิกที่สนุกออกมาไม่ยากเช่นกัน   ดูหนัง

รีวิว choose or die

รีวิว choose or die

รีวิว choose or die  นี่คือผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกของ “โทบี้ มีกินส์” ที่ถือว่าเป็นหนังยาวเรื่องราวของเขา หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์จากการทำหนังสั้นมาหลายเรื่อง เขายังร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้เองด้วย กลั่นกรองออกมาเป็นหนังดราม่าเขย่าขวัญที่สร้างด่านแต่ละด่านได้บีบคั้นใจคนดูได้ทีละเรื่อย ๆ การสอดแทรกประเด็นดราม่าและปมชีวิตเข้ามาเป็นองค์ประกอบเสริมถือว่าเป็นจุดเสริมที่เรียกความสนใจได้ดี และยังเร่งเร้าอารมณ์ที่มีต่อตัวหนังได้ดีในระดับน่าพอใจด้วย เว็บหนัง

แค่ฉากเปิดเรื่องของ Choose or Die ก็ถือว่าเป็นการปูเรื่องเปิดเอาไว้ได้ค่อนข้างน่าสนใจ เมื่อนำมาขยายความออกมาเป็นเรื่องราว ผ่านการแสดงของ “ไอโอล่า อีแวนส์” นักแสดงสาวหน้าใหม่ที่มีโอกาสได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรก ที่ถือว่าเธอดีไซน์ตัวละครของตัวเองออกมาได้ค่อนข้างใช้ได้ สร้างมิติในคาแรกเตอร์ของตัวเองได้น่าสนใจ เป็นดาราดาวรุ่งที่มีลีลาการแสดงที่น่าประทับใจอยู่ไม่เบา choose or die ซับไทย

ในขณะที่ “เอซา บัตเตอร์ฟีลด์” ที่แน่นอนว่าเรารู้จักเขาเป็นอย่างดี เขาถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่มาช่วยเติมเต็มให้กับหนังเรื่องนี้ แม้ว่าคาแรกเตอร์ของเขาแทบจะไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงตัวละครตามหลังตัวละครหลักธรรมดา ๆ แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเขาก็สามารถช่วยพยุงหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้ตลอดทางได้ดี เมื่อทั้งคู่ต้องมาเผชิญหน้าสถานการณ์เดียวกันในหนังเรื่องนี้ ถือว่าเป็นการจับคู่ในเกมที่ทำให้คนดูต้องตาติดจอเอาไว้ได้ดี

โปรดักชั่นดีไซน์ของหนังเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ค่อนข้างทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เกมเข้ากับด่านแต่ละด่านที่เป็นงานง่าย ๆ แต่แฝงเอาไว้ด้วยลวดลายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบของภาพกราฟฟิกและเสียงปลุกประสาทหู เป็นจุดที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่หนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างใช้ได้อีกจุด  ดูหนังออนไลน์

รีวิว choose or die

การดำเนินเรื่อง

แต่ Choose or Die ก็ยังเต็มไปด้วยช่องโหว่และหลายจุดที่ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าเรื่องบทของหนังที่มีไอเดียค่อนข้างน่าสนใจ แต่การนำเสนอและถ่ายทอดยังไม่ค่อยไหลลื่นได้ดีสักเท่าไหร่ การดำเนินเรื่องอาจจะค่อนข้างกระชับดี แต่หลายปมก็ยังไม่สามารถทำให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของจุดประสงค์ที่หนังต้องการจะสื่อสารออกมาได้แจ่มแจ้งมากนัก    ดูหนังฟรี

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ยังสามารถนำเอาไปต่อยอดสร้างออกมาเป็นหนังแฟรนไชส์ได้สบาย ๆ เพียงแต่จุดเริ่มต้นของ Choose or Die ยังไม่ถึงขนาดแข็งแรงในองค์ประกอบของโครงเรื่องขนาดนั้น การเล่าเรื่องที่เหมือนจะไม่ยาก แต่ก็ถ่ายทอดออกมาให้ง่ายไม่ได้ถึงที่สุดอยู่ดี แม้จะทิ้งทวนด้วยการใส่ตอนจบแบบปลายเปิดเอาไว้ แต่จากใจจริงก็ต้องสารภาพว่า…หนังเพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ถึงขั้นที่มีแพสชั่นที่อยากจะดูเกมนี้ต่ออีกสักเท่าไหร่ choose or die เต็มเรื่อง

เอาเป็นว่าในภาพรวมนั้น Choose or Die ถือว่าเป็นเขยาขวัญสไลต์เล่นเกมไปเป็นด่าน ๆ ที่พล็อตโดยรวมออกจะเชยไปสักหน่อย แต่เนื้อในของหนังนั้นก็มีกิมมิกบางอย่างซ่อนเอาไว้ ผู้เล่นที่ไม่ใช่แค่เหยื่อยอมจำนนเล่นให้จบเกมเพียงอย่างเดียว แต่การสู้ชีวิตกับชีวิตที่พยายามสู้กลับของหนังเรื่องนี้เป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ติดตามไปตลอดทั้งเรื่อง แม้ว่านี่จะยังไม่ใช่หนังสยองที่ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบอะไร แต่ก็เป็นหนังที่สามารถดูได้เพลิน ๆ ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ใด ๆ เพียงแต่อาจจะมีความน่าจดจำยังไม่เยอะสักเท่าไหร่ก็ตาม

รีวิว choose or die

ตัวละครหลัก

เอซา บัตเตอร์ฟีลด์ รับบทเป็น ไอเซ็ก วัยรุ่นหนุ่มเพื่อนสนิทสาวเคย์ล่า นักพัฒนาเกม วัน ๆ หมกมุ่นอยู่กับการพัฒนาเกม ถ้าใครติดตามเขามาจากซีรีส์ Sex Education และคาดหวังอยากเห็นการแสดงของเอซาเยอะ ๆ เรื่องนี้อาจต้องผิดหวัง เพราะบทบาทของไอเซ็กมีประมาณนึง ออกแนวเป็นฝ่ายสนับสนุนมากกว่า

เอ็ดดี้ มาร์แซน รับบทเป็น ฮัล คุณพ่อของครอบครัวที่ยังติดอยู่ในยุค 80s มีห้องลับส่วนตัวไว้ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่นดื่มเบียร์หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ย้อนยุค

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Choose or Die เลือกหรือตาย

ประเภท: ดราม่า / สยองขวัญ
ผู้กำกับ: โทบี้ มีกินส์
นำแสดงโดย: เอซา บัตเตอร์ฟีลด์, ไอโอล่า อีแวนส์, เอ็ดดี้ มาร์สัน
ความยาว: 84 นาที
กำหนดฉายในไทย: 15 เมษายน 2022 (ที่ Netflix)   หนังฝรั่ง netflix

รีวิว choose or die บทสรุป

รีวิว choose or die  พล็อตเรื่อง การเจอเกมเก่า ไม่แปลกใหม่เคยเห็นมาแล้วอย่างเช่นใน JUMANJI : Welcome to the Jungle แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงต้องเลือก ไม่งั้นตาย เวลาที่เคย์ล่าต้องเล่นเกมก็ดูน่าลุ้นอยู่บ้าง ความสยองก็มี แต่ไม่หนักหน่วงจนต้องปิดตา หากคุณเป็นสาวกหนังแนวนี้ ความโหด ความหวาดเสียวของเรื่องนี้ อาจจะยังอ่อนจนไม่อาจสะเทือนต่อมรับความสยองของคุณได้  เพราะหลายครั้งมีการแทนภาพเหตุการณ์จริงด้วยภาพสองมิติในเกม ที่พื้นหลังเป็นสีดำ ตัวการ์ตูนเป็นลายเส้นสีเขียว การที่ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์จริง ทำให้ต้องใช้จินตนาการเยอะ ดีกรีความสยองเลยดร็อปลง ดูแล้วอาจไม่รู้สึกอิน choose or die บทสรุป

ดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ความลุ้นระทึกกลาง ๆ บทหลายครั้งขัดแย้งกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ เกมเชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริงยังไง ไม่สามารถหาคำตอบได้ และดูแล้วก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ทำให้ไม่อิน เนื้อเรื่องพลิกเล็กน้อย คิดว่าจะเป็นอย่างหนึ่งแต่เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ช่วงท้ายมีลุ้นมากขึ้น สนุก ตอนจบโอเคไม่แย่

จากชื่อเรื่อง Choose or Die เลือกหรือตาย ภาพในหัวก่อนดูหนังเรื่องนี้คือประมาณภาพยนตร์ SAW (2004-2021) หรือ CUBE (1997 – 2004) อะไรแบบนั้น แต่ความรู้สึกหลังรับชมค่อนข้างต่างจากที่คาดหวังไว้ ยังดีที่หนังยาวแค่ 85 นาที พอดูได้เพลิน ๆ บางเสี้ยววินาทีเพลินจัดจนสัปหงก  แต่ยังไงก็ขอชื่นชมภาพมุมกล้องสวย มุมน่ากลัวก็น่ากลัว กราฟฟิกเกมยุค 80s ไร้ที่ติ เสียงดนตรีระทึกได้ฟีล โดยรวมสามารถดูจนจบ ไม่นก

โดยรวมหนัง

สิ่งที่แฟนหนังสยองขวัญอาจจะตื่นเต้นได้มากหน่อยสำหรับเรื่องนี้คือการได้เสียงของ โรเบิร์ต อิงลันด์ (Robert Englund) หรือ เฟรดดี ครูเกอร์ จากแฟรนไชส์หนังนิ้วเขมือบ ‘A Nightmare on Elm Street’ มาพากย์เสียงในตัวเกมด้วย ดังนั้นใครดูเรื่องนี้ก็แนะนำเลยว่าดูเสียงดั้งเดิมดีกว่าพากย์ไทยแน่นอน

โดยรวมหนังเรื่องนี้เป็นหนังสไตล์เกรดบีที่ทุนไม่สูงมาก แต่พยายามชดเชยด้วยความคิดสร้างสรรค์ทั้งวิธีการเล่นเกม (โดยเฉพาะด่านสุดท้าย) และที่มาที่ไปของเกม น่าเสียดายมันยังไม่โดดเด่นพอเป็นม้ามืดเหมือนอย่างหนังเรื่อง ‘Escape Room’ (2019) ที่มีปัจจัยหลาย ๆ อย่างใกล้เคียงกันได้ แต่ก็พอดูเพลินและชวนติดตามว่าหนังจะเฉลยอย่างไรพอสมควร  choose or die สนุกไหม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *