รีวิว Trollhunters: Rise of the Titans

จะมาแนะนำการ์ตูนที่น่าดู คือ Trollhunters: Rise of the Titans นักล่าโทรลและผ่องเพื่อนของเราได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์ Original netflix ที่จะพาผู้ชมไปสู่เรื่องราวบทสรุปของซีรีส์จักรวาล Tales of Acadia สุดยิ่งใหญ่ที่อัพคุณภาพแอนิเมชั่นเทียบเท่าหนังโรง

ถ้าใครยังไม่เคยดูเรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปดูซีรีส์ทั้งสามเรื่องก่อน ไม่งั้นคงไม่เข้าใจแน่ ๆ เพราะเนื้อเรื่องต่อจากซีรีส์ Wizard ทันที แต่ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายนี้ Guillermo del Toro ไม่ได้เป็นคนกำกับเอง จึงทำให้รู้สึกเสียดายเหมือนกันที่เขาไม่ได้มาปิดตำนานด้วยตัวเอง

หลังจากที่กลับมายังโลกปัจจุบัน เหล่าโทรลฮันเตอร์ยังคงต้องสู้กับสองจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ และต้องปกป้องนาริไปด้วย เพื่อไม่ให้เหล่าจอมเวทย์เรียกไททันออกมาเพื่อล้างโลกได้ แต่ว่าจิมที่สูญเสียเครื่องรางแห่งเมอร์ลินไปแล้ว

ทำให้เขากลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่สามารถต่อกรกับเหล่าจอมเวทย์ได้ จึงทำให้นาริโดนจับตัวไป ในขณะเดียวกันอาจาก็กลับมาโลกพร้อมกับอีไล ทำให้เหล่าฮีโร่แห่งอาคาเดียได้กลับมารวมตัวครบอีกครั้ง พวกเขาจะโต้กลับเหล่าจอมเวทย์ได้อย่างไร ติดตามกันต่อได้เลย

เว็บดูหนัง

รีวิว Trollhunters: Rise of the Titans

เริ่มเรื่องมาเป็นฉากการไล่ล่าของเหล่าจอมเวทย์ที่จะมาชิงตัว นาริ จอมเวทย์แห่งไม้ บนรถไฟฟ้าที่แล่นอยู่ในนิวยอร์ก เป็นการเปิดฉากแอ็กชั่นสุดมันส์ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว ในฉากเหล่านี้เราจะได้เห็นแอนิเมชั่นที่ไหลลื่นมากขึ้นจากซีรีส์ และโมเดลตัวละครที่สวยงามและทันสมัยมากขึ้น ทำให้เปิดตัวได้ออกมาว้าวสุด ๆ กับคุณงานภาพของเรื่องนี้ โดยต้นเรื่องจะมีการสร้างปมให้ตัวเอก

โดยนาริจะให้คำใบ้เหล่าตัวเอกว่า “โทรลฮันเตอร์คือคนที่ 9 และโครโนสเฟียร์จะมาช่วยเอง” ซึ่งตอนนั้นจิมยังคงจิตตกจากการสูญเสียพลังอยู่ จึงพยายามหาคำตอบให้ได้ว่าคืออะไร เพื่อที่จะสามารถโค่นเหล่าจอมเวทย์ได้ ระหว่างนั้นเองอาจาและอิไรก็กลับมายังโลก เพื่อช่วยเหล่าโทรลฮันเตอร์ ซึ่งเราจะได้เห็นพัฒนาการของเหล่าตัวเอกที่มาไกลมาก ๆ เมื่อเทียบกับซีรีส์ก่อน ทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกผันกับตัวละครเพราะได้เห็นพวกเขาสามารถแก้ปัญหากันได้ด้วยตัวเองและกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว

เมื่อถึงกลางเรื่องก็จะเป็นฉากผจญภัยเพื่อหาบางสิ่งบางอย่าง ดราม่าก็จะมาตามสไตล์ Guillermo del Toro ที่มีความดาร์กแฟนตาซีผสมบ้าง และฉากอีสเตอร์เอ้กที่ใครเป็นแฟนหนังของ Guillermo del Toro จะต้องชอบเพราะทำออกมาได้อลังมากเรียกได้ว่าทำหนังเรื่องนี้เพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะเลย แต่เมื่อถึงช่วงเกือบท้ายเรื่อง

เว็บดูหนังฟรี

รีวิว Trollhunters: Rise of the Titans

ซึ่งมีการเฉลยมากขึ้นทำให้ผู้ชมยิ่งเดาได้เลยว่าฉากต่อไปของเรื่องจะเป็นอย่างไร และมันก็สามารถเดาได้จริง ๆ ไปจนถึงตอนจบของเรื่อง ทำให้มันหมดสนุกในบางฉากไปจริง ๆ แต่วิธีการเล่าของเรื่องนี้เองก็สามารถแบกเรื่องนี้ได้ไปถึงจบฝั่ง ทำให้ผู้ชมรู้สึกอิ่มเอมไปกับมัน แม้มันจะไม่ใช่บทสรุปที่ดีสุด แต่มันทำให้ผู้ชมได้อิ่มเอมและพอใจไปกับมันได้

คอนเซ็ปต์ของเรื่องยังคงเล่นเกี่ยวกับโชคชะตาอยู่เหมือนเดิม มันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกนี้ มันเหมือนคำทำนายที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งภายในซีรีส์ทั้ง Troll hunter และ Wizard ก็ยังย้ำอยู่ที่คอนเซปต์นี้ จึงทำให้หนังเรื่องนี้การนำโชคชะตามาเล่นอีกครั้งเป็นสิ่งที่สร้างอิมแพคต่อคนดูมาก ที่จิมอาจจะดูเหมือนเขาได้พลังมาโดยบังเอิญ แต่ความจริงแล้วมันคือชะตาของเขาต่างหากที่จะได้ปกป้องโลกใบนี้

แม้จะต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหลาย มันเป็นเรื่องน่าเศร้าอีกเรื่องที่สร้างอิมแพ็คต่อคนดูเรื่องนี้เลย เพราะไม่ว่ายังไงหน้าที่ของเขาก็ยังคงอยู่ต่อไป

ต้องยอมรับเลยว่าเนื้อเรื่องภาคนี้เป็นภาคที่เนื้อหาที่เบาบางที่สุดในจักรวาลเรื่องนี้แล้ว มีแค่หยุดยั้งไททันไม่ให้ทำลายโลกได้ อาจจะเป็นเพราะ Guillermo del Toro ไม่ได้มาดูแลบทและกำกับเรื่องนี้ จึงทำให้คุณภาพของเนื้อเรื่องอาจจะสู้เรื่องก่อน ๆ ไม่ได้ แต่ระหว่างทางก็ยังมีความสนุกให้เห็นตลอดอย่าง ฉากทำให้ตกใจและอึ้งอยู่บ้าง

โดยได้ทั้งความฮามาแทรกบ้างโดยที่มุกล้ำมากและฮาจริงๆ โดยเฉพาะสตีฟที่ภาคนี้หนักกว่าซีรีส์ก่อน ๆ อย่างแน่นอน และฉากเศร้า ที่เน้นไปบทสรุปตัวละครอย่างพระเอกของโทรลฮันเตอร์อย่าง จิม มากกว่าตัวละครอื่น ๆ ทำให้บทสรุปของตัวเอกจาก ทรีบีโลว์

รีวิว Trollhunters: Rise of the Titans

รีวิว Trollhunters: Rise of the Titans

และ Wizard อย่างดุซซี่เองก็บทค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ และตอนจบเองก็ทำออกมาค่อนข้างแย่โดยเลือกที่จะทำเป็นปลายเปิด ทำให้อาจจะมีการทำต่อ (ถ้าอยากทำ)

ส่วนฉากแอ็กชั่นต้องยอมรับจริง ๆ ว่ามันถูกยกระดับระดับจากซีรีส์ของเรื่องนี้อย่างมาก ทั้งการต่อสู้ เอฟเฟ็กต์เวทมนตร์ และประกายแสง เรียกได้ว่างบมาทุ่มกับฉากพวกนี้จริง ๆ ต่างจากซีรีส์ที่ฉากแอ็กชั่นทำมาแค่พอพิธีไม่ได้วือหวาอะไรมาก

แต่เรื่องนี้กลับทำออกมาได้สนุกมาก ยิ่งฉากการปะทะเหล่าไททันนี้แทบจะเรียกได้เลยว่าเหมือนดูแปซิฟิก ริม เลยทีเดียวก็ว่าได้ เป็นการต่อสู่ระหว่างไคจูกับหุ่นยักษ์ และฉากต่อสู้ครั้งสุดท้ายเองก็ดุเดือดสมเป็นฉากปิดจริง ๆ

โดยรวมนี้เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของจักรวาลอาคาเดียที่ค่อนข้างน่าประทับใจอีกเรื่อง และทำบทสรุปของจิมออกมาได้ค่อนข้างดี แม้ว่าตอนจบของเรื่องจะไม่น่าประทับใจซักเท่าไหร่ แต่โดยรวมยังมีความสนุก ความเพลิดเพลินไปกับเหล่าตัวละครแห่งอาคาเดียอย่างแน่นอน

หลังจากที่ปราบเหล่าจอมเวทย์ได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เหล่านักล่าโทรลต้องสูญเสียเองก็มีมิใช่น้อย จิมเลยใช้โครโนสเฟียร์ในการย้อนเวลากลับไปอีกครั้งก่อนที่เขาจะได้รับ เครื่องรางแห่งเมอร์ลิน แต่ว่าในครั้งนี้เขาจะไม่ได้สืบทอดเป็นนักล่าโทรล

คนที่จะมาแทนเขาคือ โทบี้เพื่อนสนิทของเขาเอง เพราะว่าจิมเลือกที่จะไปรับบทละคร และส่งโทบี้ไปรับเครื่องรางแทน นี้จึงอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของภาคใหม่อีกครั้งก็ได้ (ถ้าทาง Dreamwork อยากทำต่อ) ยิ่งโทบี้เป็นนักล่าโทรลด้วยมันจะตลกมากแค่ไหนเชียวถ้ามีในภาคต่อไปอีก

ฉันเจอซีรีส์นี้ใน Netflix และหลังจากดูซีซันแรกแล้ว ฉันชอบมันมาก! ฉันคิดว่ามันเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากจาก DreamWorks

ดูหนังฟรี

ความรู้สึกหลังดู

ซีรีส์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัยรุ่นชื่อจิม เลค จูเนียร์ ซึ่งได้พบพระเครื่องประหลาดท่ามกลางกองเศษหินที่อยู่ใต้สะพานเมือง ในตอนเย็นสองโทรลล์ Blinky มาที่บ้านของจิมและอธิบายว่าพระเครื่องได้เลือกให้เขาเป็นมนุษย์คนแรก “นักล่าโทรลล์” ผู้พิทักษ์ที่ปกป้องโลกใต้ดินของโทรลล์และโนมส์จากโทรลล์ที่ชั่วร้าย คู่โทรลล์ยังบอกด้วยว่ากองเศษหินหรืออิฐเป็นอดีตนักล่าโทรลล์ กันจิการ์

ขณะที่จิมพยายามปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งที่เขาเพิ่งค้นพบกับบลิงกี้ และความช่วยเหลือจากโทบี้เพื่อนสนิทของเขา แผนการชั่วร้ายกำลังถูกเปิดเผยในเมืองอาร์คาเดีย ซึ่งยากที่จะเดาได้ว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู นั่นคือทั้งหมดที่ฉันรู้ โดยรวมแล้ว ฉันชอบซีรีส์นี้เพราะแฟนตาซี อารมณ์ขัน และแอนิเมชั่นที่ยอดเยี่ยม

ยอดเยี่ยมที่สุดฉันเริ่มดูและหยุดไม่ได้ ฉันบอกลูก ๆ ของฉันทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำได้ดีมาก ฉันรักแอนตันและเสียใจมากสำหรับการสูญเสีย และขอให้การแสดงนี้ดำเนินต่อไป ในขณะที่ฉันตื่นเต้นสุด ๆ ที่จะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หลักฐานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ตัวละครทำให้รูปลักษณ์และความรู้สึกของการแสดงนั้นยอดเยี่ยมมาก แอนิเมชั่นนี้เหมาะสำหรับเด็กทุกวัย ไม่มีอะไรเลวร้ายเพียงแค่น่าตื่นเต้นและสนุกสนาน แม่ของเขาทำให้ฉันหัวเราะ ตัวละครแสนสนุกที่มีบุคลิกที่ยอดเยี่ยม

น่าตื่นเต้น มีสไตล์ สนุก บันเทิง แอคชั่นอัดแน่น และน่าประทับใจมาก Trollhunters เป็นเรื่องราวการผจญภัยของฮีโร่ที่กลายเป็นฮีโร่ à la Buffy the Vampire Slayer; มีทัศนคติที่เบา แหวกแนว และมีอารมณ์ขัน à la Meet the Robinsons; à la Avatar สร้างโลกที่มีรายละเอียดและดื่มด่ำอย่างไม่น่าเชื่อ; และสัตว์ประหลาดร้ายกาจของเดล โทโร

ดูหนังฟรีออนไลน์

และความบิดเบี้ยวทางจิตใจที่มืดมน แม้ว่าจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมที่อายุน้อยกว่า แต่ก็มีความลึกและความซับซ้อนของการแสดงสำหรับผู้ใหญ่ในขณะที่ยังคงเป็นเด็กอย่างกระทันหัน แสงและความมืดมีความสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ – มีทั้งอารมณ์ขันแบบเด็กๆ และสถานการณ์ที่น่าสงสัยซึ่งทำให้ไม่สงบอย่างแท้จริง ท้ายที่สุดนี่คือคนคนเดียวกับที่สร้างเขาวงกตของแพน และคุณสามารถเห็นอิทธิพลได้ที่นี่

ฉันรู้สึกประทับใจกับจินตนาการอันล้ำลึกและความเฉลียวฉลาดที่แท้จริงของซีรีส์นี้ สัตว์ประหลาดที่ไม่เหมือนใคร องค์ประกอบเวทย์มนตร์ และความซับซ้อนของโครงเรื่องใหม่ไม่เคยหยุดนิ่ง ส่วนโค้งของเรื่องราวโดยรวมนั้นเขียนได้ดีมาก การพัฒนาตัวละครและความสัมพันธ์นั้นน่าเชื่อและส่งผลกระทบอย่างแท้จริง ตัวร้ายมีความขัดแย้งกันอย่างน่าสนใจ สารพัดเป็นที่รักและเป็นที่ชื่นชอบอย่างยิ่ง

คุณมีฮีโร่ผู้กล้าหาญแต่กล้าหาญ จิม โทบี้ วิงวิงแมนที่ซุ่มซ่าม แต่ฉลาด และแคลร์ผู้คลั่งไคล้เชคสเปียร์ที่อ่อนหวานแต่น่ารัก และที่เหลือทั้งหมดก็มีความดั้งเดิมไม่แพ้กัน การแสดงเสียงที่ยอดเยี่ยมเช่นกันโดยเฉพาะจาก Anton Yelchin ตอนปลาย โอ้และมันเป็นภาพเคลื่อนไหวที่สวยงาม ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันได้รับรางวัล Emmys ถึงหกครั้ง!

การสร้างของ Del Toro นั้นไร้ที่ติ Trollhunters เป็นสิ่งที่คุณสามารถรับชมได้อย่างสนุกสนานและเลิกดูสองสามตอนล่าสุดเพราะคุณไม่ต้องการให้มันจบลง ฉันรอซีซันที่สองไม่ไหวแล้ว ฉันไม่ได้ดูอะไรดีๆ แบบนี้มานานแล้ว

หวนคืนสู่ “วันเก่า” ที่ดี ซีรีย์ทางทีวีที่สร้างจากเรื่องราวสุดเจ๋งที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบแฟนตาซีจะต้องหลงรัก ในกรณีนี้ เรื่องราวที่รวบรวมไว้เป็นอย่างดี คุณพบว่าตัวเองนั่งอยู่กับลูกๆ ของคุณ รอ (กำหนดตัวเอง) ในตอนต่อไป บังคับตัวเองให้ปิดตัวเองหลังจากแต่ละอันเพียงเพื่อให้สนุกกับการทำให้มันอยู่ได้นานขึ้น “พ่อเราจะดู Trollhunters คนต่อไปได้ไหม” เป็นคำถามที่ถามกันมากที่สุดในบ้าน ลูกชายวัย 7 ขวบ

นี่เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมพร้อมส่วนผสมทั้งหมด: 1- การเล่าเรื่อง “การเดินทางของฮีโร่”; 2- ตัวละครที่น่ารัก; 3- บทบาทสนับสนุนเรื่องตลกและสถานการณ์ที่ตลกจริงๆ 4-a มากของการผจญภัยและจินตนาการ; 5- การแสดง การเล่าเรื่อง

และจังหวะที่ยอดเยี่ยม 6- สคริปต์อัจฉริยะเพื่อดึงดูดผู้คนตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ 7- ความสอดคล้องของจักรวาล del Toro กับสถานที่และการออกแบบที่คุ้นเคย เมื่อฉันจบฤดูกาลที่แล้วฉันก็เริ่มดูอีกครั้ง นี้ไม่ธรรมดา!.

ข้อบกพร่องเดียวที่ฉันสามารถพูดได้คือการสูญเสียโมเมนตัมในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งสคริปต์แสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันกับการปะทะกันของมนุษย์โทรลล์ที่คาดหวังไว้เป็นเวลานาน ฤดูกาลที่สามจบลงด้วยความสดน้อยลงและโทนสีที่ธรรมดากว่า

การแสดงนี้เป็นชัยชนะของ For del Toro และ Nexflix ฉันไม่ค่อยพบการแสดงสำหรับเด็กที่ดึงดูดใจฉันอย่างเต็มที่ในฐานะผู้ใหญ่ แม้ว่าภาพรวมจะเป็นโลกแฟนตาซีที่สร้างขึ้นสำหรับเด็ก บทและการเล่าเรื่องจะดึงดูดผู้ปกครองที่รับชมร่วมกับพวกเขา Trollhunters ทำสิ่งที่ความบันเทิงน้อยมากที่ทำในทุกวันนี้ เสนอบางสิ่งที่ผู้ปกครองและเด็กสามารถเพลิดเพลินร่วมกันได้

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น