รีวิว The Orphanage (2007) สถานรับเลี้ยงผี

หนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผี เป็นหนึ่งในหนังที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น “หนีงผีที่ดีที่สุด” เรื่องหนึ่งจากนักวิจารณ์และคอหนังสยองขวัญจากทั่วโลก สุดยอดหนังดราม่าสยองขวัญเรื่องเยี่ยมจากประเทศสเปน ที่กวาดรางวัลและคำชื่นชมมาเป็นว่าเล่น The Orphanage เรื่องราวของ ลอร่า หญิงสาวที่เติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเล ที่นั่นเธอมีช่วงชีวิตที่ดีและมีความสุขกับเพื่อนๆตัวน้อยของเธอ

ก่อนที่ลอร่าจะถูกอุปการะเลี้ยงดูโดยพ่อแม่บุญธรรม 30 ปีต่อมา ลอร่ากลับมายังที่นี่อีกครั้งพร้อมกับสามีและลูกชายวัย 7 ขวบของเธอ ด้วยความหวังว่าจะฟื้นฟูสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งที่เธอเคยอยู่ให้ใช้งานได้อีกครั้ง เพื่อสร้างเป็นสถานที่ดูแลเด็กพิการ

แต่การกลับมาที่นี่ของลอร่าทำให้เธอกลับต้องเจอเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อลูกชายวัย 7 ขวบของเธอ ซีโมน เริ่มคุยอยู่กับใครบางคนที่ลอร่ามองไม่เห็น ซึ่งเธอเข้าใจว่าเป็นเพื่อนในจิตนาการของลูกเธอ แต่ทว่าเหตุการณ์เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อซีโมนเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป

เขาพยายามให้ลอร่าไปเล่นกับเขาด้วย ไปยังฐานทัพลับของโทมัสเพื่อนของเขา แต่ลอร่าปฏิเสธเพราะเข้าใจว่าซีโมนพยายามเรียกความสนใจ ซึ่งในตอนนั้นลอร่าก็กำลังยุ่งอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับเด็กพิการของเธอ จนกระทั่งเมื่อลอร่ากลับเข้ามาข้างในเพื่อหวังจะขอโทษซีโมน

แต่ปรากฏว่าซีโมนได้หายตัวไป ลอร่าออกตามหาซีโมนไปทั่วบริเวณจนแทบคลั่ง แต่ก็ไม่พบวี่แววของซีโมนเลยแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปหลายเดือน ลอร่ายังคงจมปรักอยู่กับความโศกเศร้าและทุกข์ระทมจากการหายตัวไปของลูกชาย

แต่เธอยังคงเชื่อว่าซีโมนยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้หายไปที่ไหน แต่ถูกซ่อนโดยใครบางคน ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเด็กที่ชื่อว่า โทมัส เพื่อนในจิตนาการของลูกชายเธอ ในเมื่อหวังพึ่งวิธีการแบบธรรมดาไม่ได้ ลอร่าจึงหวังใช้ร่างทรงเพื่อช่วยในการตามหาลูกชายของเธอ

เว็บดูหนัง

สุดท้ายลอร่าก็ค้นพบสาเหตุอะไรบางอย่างที่ทำให้ลูกชายของเธอหายตัวไป อีกทั้งอดีตและความลับที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ เป็นสิ่งที่ลอร่าจะต้องไขปริศนาเหล่านี้ไปให้ได้ เพื่อการตามหาตัวลูกชายของเธอ

ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากความเข้มข้นของเรื่องราวที่น่าสนใจ เมื่อนำมาผนวกรวมกับบรรยากาศของฉากที่แสนคลาสสิก ทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยปริศนาอีกมากมายชวนให้ติดตาม

แต่.. หนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผีจะมีความน่าสนใจ น่าดูหรือเปล่า!? สำหรับประเด็นนี้ต้องลองมาติดตามอ่านจากบทความชิ้นนี้กันได้เลย…

ประเภท : ผี / เหนือธรรมชาติ / ครอบครัว

ปีที่ฉาย : 2007

เวลา : 1.45 ชั่วโมง

IMDb: 7.4 /10

เว็บดูหนังฟรี

หนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผี เป็นเรื่องราวของ “ลอล่า” หญิงสาวผู้ที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำแสนสุขในสมัยที่ถูกเลี้ยงดู ณ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในวัยเยาว์ จึงได้เกลี้ยกล่อมสามีให้ซื้อสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเก่าแห่งนี้มาเปลี่ยนให้กลายเป็นบ้านพักสำหรับดูแลเด็กพิเศษ

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะดำเนินไปอย่างดูมีความสุข แต่อยู่มาวันหนึ่ง “ซิโมน” ลูกชายบุญธรรมของเธอที่เจ็บป่วยจากโรคที่คาดไม่ถึงได้หายตัวอย่างลึกลับเป็นเวลานานหลายเดือน ทำให้เธอต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาลูกสุดที่รัก พร้อมกับขุดค้นเรื่องราวของอดีตสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ถูกฝังเอาไว้กับความสยองขวัญ ที่บางทีไม่ควรกลับไปหวนระลึกถึง!?

สำหรับจุดเด่นของหนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผี หนังเรื่องนี้ค่อนข้างมีความสวยงามและน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังเป็นหนังผีที่สร้างความประทับใจในด้านอารมณ์หลายฉากและเนื่องจากมันไม่ได้น่ากลัวนัก ทำให้เหมาะกับการรับชมร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนด้วยกันได้โดยปราศจากความกังวล

ในส่วนของจุดด้อย หนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผี ค่อนข้างจะใช้การเล่าเรื่องที่ชวนให้ “สับสน” เหมือนกับว่าผู้กำกับต้องการยัดอารมณ์ทุกรูปแบบลงไปภายในหนังเรื่องเดียว จนทำให้หลายส่วนของเรื่องราวไม่กลมกล่อมพอดิบพอดี ทำให้ครึ่งแรกของหนังเต็มไปด้วยความน่าเบื่อที่ชวนหาว

รีวิว The Orphanage (2007) สถานรับเลี้ยงผี

สำหรับผู้เขียน หนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผีถือว่าค่อนข้าง OK แต่ถ้าหากถามในแง่มุมของความสยองขวัญแล้ว หนังเรื่องนี้ยังเปิดประตูความน่าขนลุกให้ไม่ได้อย่างเพียงพอนัก

มีหลายแง่มุมของหนังที่เต็มไปด้วยความฟุ้งซ่านและใช้ตัวละครอย่างสิ้นเปลืองมากไปหน่อย อีกทั้งการพยายามแสดงความรักที่แม่มีต่อลูกมันก็ดี แต่มันกลับกลายเป็นความคลุ้มคลั่งที่กลบในส่วนของรสชาติส่วนอื่นของหนังไปจนเกือบหมด

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วหนังผี The Orphanage สถานรับเลี้ยงผี ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดี สมกับได้คะแนนจากคนดูโดยรวมที่สูง และเป็นหนังที่สามารถดูกันได้ร่วมกับครอบครัว หรือดูแก้เซ็งในเวลาว่าง แต่ถ้าต้องการหนังผีสยองจริงๆ เรื่องอื่นอาจจะน่าสนใจมากกว่า…

ยังไม่รวมองค์ประกอบของเรื่องราวที่ถูกจัดวางอย่างไม่ลงตัว แทนที่จะทำให้เกิดความรู้สึกพีค! ในภายหลัง กลับทำให้รู้สึกเหมือน เอ่อ… คุณต้องการจะสื่ออะไรกันแน่!? สิ่งที่ควรอธิบายให้กระจ่างผ่านบทสนทนาเองก็กลับเร่งรีบจนเกินไป แถมยังมีการใช้ตัวละครสิ้นเปลืองถึงขนาดที่ว่าไม่ต้องมีพวกเขาก็ได้อีกด้วย…

ระดับของเนื้อหา 5 ดาวเต็ม นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นน่าสนใจแล้ว ตัวหนังยังมีปริศนาและสัญญาลักษณ์ให้เราได้ตีความมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนาฬิกา เวลา กระจกและมิติของคนตาย (จะเป็นยังไงคงต้องไปสังเกตในหนังดูครับ) แถมการดำเนินเรื่องถึงจะดูออกแนวเรื่อยๆ แต่ทว่ามันเป็นการดำเนินเรื่องแบบเหตุการณ์ซ้อนทับด้วยอีกเหตุการณ์ การตามหาตัวลูกชายของลอร่านั้น กลับพาเธอเข้าไปล่วงรู้ความลับของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ และคลี่คลายปมปริศนาของอีกหนึ่งเรื่องราวได้ เป็นอะไรที่มันเกินคาดแต่ลงตัวแบบสุดๆไปเลย

ระดับความสยอง 3 ดาว ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสยองขวัญ แต่ทว่าจุดขายของมันไม่ใช่ความสยองแต่อย่างใด ไม่มีฉากสะดุ้งฉากตกใจ หรือผีหลอกวิญญาณหลอน ความสยองอยู่ที่บรรยากาศและโทนมืดๆดำๆของตัวหนังมากกว่า ประกอบไปกับเรื่องราวที่น่าติดตามและฉากจบที่ประทับใจในความรู้สึก แต่กลับดูแล้วหดหู่ในโลกความเป็นจริง

ระดับความน่าดู 4 ดาว ในหนังเราจะเห็นบรรดาเด็กๆและตัวละครอย่างลอร่าเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นเกม 1..2..3..Knock on the wall เกมที่เหมือนวิ่งไล่จับผสมกับซ่อนแอบของบ้านเรา อีกเกมคือ Scavenger Hunt เป็นเกมเล่นซ่อนของ ใครหาได้ครบก่อนเป็นผู้ชนะและจะสามารถขอพรได้ ซึ่งในเรื่องตัวละครอย่างลอร่าจำเป็นต้องเล่น เพื่อให้เหล่าวิญญาณของเด็กกำพร้ายอมบอกที่ซ่อนของซีโมน และถือว่าเป็นบทสรุปที่น่าพอใจ โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังผีที่ดูแล้วคุ้มค่าและมีอะไรมากกว่าที่คิด

ดูหนังฟรี

รีวิว The Orphanage (2007) สถานรับเลี้ยงผี

ความรู้สึกหลังดู

จริงๆมันคือหนังผีแต่น่าจะเป็นประเภทแค่วิญญาณธรรมดามากกว่าเพราะไม่น่าเชื่อว่าตอนจบจะทำให้”ผี”เป็นเพียงส่วนประกอบที่อิงเอาจาก”ความเชื่อ”ส่วนบุคคล เนื่องจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมายเอาไว้พอสมควร

ไม่แปลกใจเลยที่ The Orphanage หรืออีกชื่อ El Orfanato จะเป็นหนังสเปนที่ได้รางวัลภายในประเทศหรือรางวัลโกย่าไปถึง 7 สาขา โดยเข้าชิงทั้งหมดถึง 14 สาขาเลยทีเดียว แต่ก่อนจะมาเป็นความสะพรึงต้องย้อนกลับไปที่เรื่องราวของลอร่า (Belén Rueda)

อดีตเด็กกำพร้าที่ตอนนี้มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมหน้าพร้อมตา มีทั้งคาร์ลอส (Fernando Cayo) สามีที่รักเธอ และซิโมน (Roger Príncep) ลูกชายเพียงคนเดียวที่รักเท่าชีวิต ครอบครัวที่สุขสันต์ได้ย้ายอาศัยมายังบ้านหลังใหม่ที่เดิมคือสถานรับเลี้ยงเด็กที่ลอร่าเคยมาอยู่สมัยยังเด็ก

ทุกอย่างไปได้ดีจนกระทั่งซิโมนเริ่มมีพฤติกรรมเกี่ยวกับเพื่อนไร้ตัวตน แน่นอนว่าคาร์ลอสที่เป็นถึงหมอมองเป็นปกติของช่วงวัยเด็กเพราะเป็นเรื่องของจินตนาการ ทว่ากับลอร่าไม่มองเช่นนั้นเพราะรู้สึกเกินความรู้สึกของเด็กที่อยากสนุกอย่างเดียว หลายอย่างดูจริงจังมากไปเหมือนเพื่อนในจินตนาการมีตัวตนจริงๆก็ไม่เชิง

และที่ผิดปกติคือซีโมนรู้ความจริงบางอย่างที่ทำให้ลอร่าต้องตกใจเมื่อความลับที่ปิดเอาไว้รู้กันแค่เธอกับคาร์ลอสถูกเปิดเผยว่าซีโมนไม่ใช่ลูกแท้ๆและกำลังป่วยเป็นโรค HIV ซึ่งเขากำลังจะตาย

ดูหนังฟรีออนไลน์

รีวิว The Orphanage (2007) สถานรับเลี้ยงผี

ช่วงแรกเป็นการปูตัวละครที่เน้นไปที่ลอร่ากับซีโมน ในขณะที่คาร์ลอสจะไม่ค่อยมีบทบาทในเรื่องเท่าไรนักเพราะวางตัวละครนี้เสมือนคนนอก อีกแง่หนึ่งคือต้องการจะสื่อเรื่องความสัมพันธ์ของแม่กับลูกเป็นโทนหลักของเรื่องมากกว่า

ส่วนความสัมพันธ์พ่อลูกจะไม่เน้นเท่าไรเพราะมองเรื่องเพศชายอยู่ฝ่ายเดียวกัน ทำนองเดียวกับที่คาร์ลอสไม่ค่อยสนใจรายละเอียดในตัวลูกเพราะคิดว่าเป็นช่วงของวัยเด็กที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ผิดกับลอร่าที่มองรายละเอียดเหล่านี้คือเรื่องผิดแปลกเพราะทำให้ซีโมนเปลี่ยนไป

แรกเริ่มซีโมนมีเพื่อนในจินตนาการเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเหมือนเล่นของเล่น ทว่าตั้งแต่มาอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กเก่าทำให้ซีโมนได้เพื่อนเพิ่มอีก 6 คน ที่สำคัญคือเกมปริศนาให้หาคำตอบไปเรื่อยๆผ่าน Keyword จากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง

เช่น ถ้าได้กุญแจจะต้องเอาไขกลอนที่ใดที่หนึ่ง เมื่อไขกลอนสำเร็จจะได้อีกปริศนาที่นำไปสู่อีกอย่างหนึ่ง เป็นการหาคำตอบเป็นทอดๆเพื่อไปสู่คำตอบที่ซ่อนอยู่ลำดับสุดท้าย ในฉากนี้เองที่ลอร่าเห็นความทึ่งในการไขปริศนาของซีโมนที่ไล่คำตอบไปเรื่อยๆว่าทำได้ยังไง

กระนั้นไม่เท่ากับของที่ใช้เป็นปริศนาบางอย่างดูเป็นของลับเกินกว่าจะถูกหยิบไปได้ เป็นความสงสัยว่าของเหล่านี้บางชิ้นถูกหยิบไปได้อย่างไร แต่นั้นไม่น่าประหลาดใจที่ว่าใครเป็นคนทำปริศนา

รีวิว The Orphanage (2007) สถานรับเลี้ยงผี

ซีโมนจริงจังกับเพื่อนไร้ตัวตนประหนึ่งมีชีวิตและทำให้ลอร่าเกิดระเแวงในตัวซีโมนที่อาจมีความบกพร่อง แน่นอนว่าระหว่างที่สงสัยก็มีเรื่องหลอนให้ตกใจกันเป็นพักๆ แต่ไม่ได้หนักหนาอะไรเพราะสามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ

ลงได้รวมถึงปัญหาที่ซีโมนรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองก็สามารถจบลงได้ไม่ยากเนื่องจากยังเป็นแค่เด็กและคงยากเกินไปสำหรับฟังเรื่องราวที่ซับซ้อน จนกระทั่งในวันฉลองสถานรับเลี้ยงเด็กที่มีแขกมากหน้าหลายตามากินเลี้ยง แต่ซีโมนไม่ยอมลงไปเล่นข้างนอก

ขณะที่ลอร่าพยายามชวนให้ไปสัมผัสกับเพื่อนใหม่ที่มีตัวตนจริงๆ ผลออกมาคือซีโมนไม่สนใจคำขอของแม่และพยายามให้แม่ไปดูห้องของโทมัส (Óscar Casas) หรือเพื่อนที่ไร้ตัวตนนี้ ด้วยความที่ลอร่าหงุดหงิดกับความผิดปกติของซีโมน

ที่ไม่ยอมเชื่อฟังและซีโมนดึงดันไม่ยอมเลิกทำให้ลอร่าเผลอพลั้งตบหน้าซีโมน ในฉากนี้เหมือนจะปกติทุกครั้งที่ซีโมนมีบางอย่างจะให้ดู ซึ่งกับลอร่าที่เริ่มทนไม่ไหวได้ระบายอารมณ์ออกมาจนถึงกับทิ้งซีโมนไว้ลำพังก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วกลับมาหาซีโมน ทว่าซีโมนหายไปและมีเด็กปริศนาใส่หน้ากากถุงกระสอบเข้ามาผลักจนล้มในห้องน้ำก่อนจะหายตัวไปพร้อมกับซีโมนอย่างไร้ร่องรอย

ประเด็นการหายตัวไปของซีโมนในมุมมองของผู้ชมต้องคิดแล้วอย่างหนึ่งเกี่ยวกับผีที่พาตัวซีโมนไป เพราะจะเป็นไปในทางอื่นไม่ได้เลยหากสิ่งที่หนังเล่ามาตลอดนั้นล้วนเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติ ทว่าด้วยความเหนือธรรมชาติที่หนังสร้างขึ้นมีความจริงปะปนอยู่ด้วย

ซึ่งนั้นเองที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเรื่องนี้มีมุมมองของการสืบหาความจริงราวกับว่าไม่ได้จบลงแค่ผีอย่างเดียว ระยะเวลาการหาตัวซีโมนที่ยาวนานถึง 3 เดือนทำให้หลายคนเชื่อว่าหายสาบสูญ จะเหลือเพียงลอร่าที่มั่นใจว่าซีโมนยังมีชีวิตอยู่เพียงแค่ถูกลักพาตัวไปที่ไหนสักทีจากในบ้าน

จากความพยายามของความเป็นแม่ทำให้ยอมทำทุกสิ่งเพื่อทวงสิ่งที่รักคืนมา ขนาดที่ว่าต้องยอมรับความเชื่อเรื่องผีด้วยการวานขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องลึกลับสิ่งเหนือธรรมชาติมาช่วยในการหาคำตอบ

จริงๆในช่วงแรกเป็นแค่การเกริ่นตัวละครที่เหมือนจะไม่มีอะไรเท่าไรแต่ก็เริ่มมีบางอย่างเข้ามารบกวน พอหนักจนถึงกับลูกหายก็ไม่พ้นเรื่องของผีหรือเพื่อนที่ซีโมนพูดถึงประจำ เมื่อเป็นแบบนี้คนที่ถนัดเรื่องผีเข้ามาจัดการ แน่นอนว่าหลายอย่างเป็นไปตามสูตรหนังผีที่มักจะโยงถึงครอบครัว

ทว่าการเล่าเรื่องที่เหมือนใกล้จะจบกลับผิดคาดที่เป็นเรื่องเล็กเท่านั้น เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่พยายามหาคำตอบและสู้กับผี จะมีเพียงลอร่าเท่านั้นที่จบเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้

การไม่ยอมแพ้ต่อการหายตัวไปของซีโมนสร้างความลำบากใจแก่ทุกคน โดยเฉพาะคาร์ลอสที่หมดศรัทธาในการตามหาตัวลูกและเกลี่ยกลอมลอร่าให้เลิกตามหาลูกเพราะนานเกินไปที่เจอได้ในตอนนี้ ทว่าลอร่าปฏิเสธไม่ยอมที่จะตามลูกจนเหลือแค่สถานที่รับเลี้ยงเด็กที่ใช้อยู่กับเธอเท่านั้น

การต่อสู้และความพยายามตามหาลูกจากปริศนาที่หาได้คือการต่อสู้ของคนที่เป็นแม่ แม้ว่าจะเคยว่าร้ายยังไงแต่สุดท้ายยังรักลูกและพยายามจะปกป้องให้ถึงที่สุด การต่อสู้เพียงลำพังแสดงให้เห็นความอ้างว้างเปลี่ยวเหงาทั้งภายนอกและภายในจิตใจ

ในเรื่องของความสยองจัดว่าเป็นสิ่งที่อย่าได้คาดหวังอะไรนักเลยเพราะถึงยังไงเรื่องนี้เน้นที่บรรยากาศกับมิติตัวละคร ฉะนั้นฉากตกใจหรือผีหลอกตุ้งแช่อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมถ้าอยากได้อรรถรสเช่นนั้น กระนั้นการสืบหาความจริงและไขปริศนาไปกับลอร่าน่าจะเพียงพอต่อคำว่าน่ากลัว

ในความเข้าใจของลอร่าคือซีโมนถูกผีลักพาตัวไป และผีดังกล่าวคืออดีตเพื่อนสมัยเด็กที่เคยอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก ฉะนั้นไม่ว่าจะสถานที่หรือตัวละครก็ล้วนมีความเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งสิ้น นี่เองที่ทำให้การเล่าเรื่องดูหนักแน่นพร้อมกับทิศทางการเล่าเรื่องที่ชัดเจน แต่อาจจะไม่ชัดเจนจนสรุปได้ทั้งหมดเพราะต้องการให้เรื่องราวที่แท้จริงมีความซับซ้อนและหมองมัว ทว่าในความหดหู่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า Peter Pan

 รีวิวหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น